"คุณกำลังโกหกผม... หรือกำลังโกหกตัวเองกันแน่ครับ อลิน?"
เสียงของรณภพทุ้มต่ำและเยือกเย็น มันไม่ใช่น้ำเสียงของการคาดคั้น แต่เป็นกระแสเสียงที่กดทับลงบนความรู้สึกของอลินจนเธอต้องกำสมุดไดอารี่ปกหนังเก่าคร่ำในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ในห้องสมุดของคฤหาสน์ดูแคบลงถนัดตาเมื่อรณภพโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นจางๆ ของยาสูบและน้ำหอมราคาแพงประจำตัวเขาลอยมาแตะจมูก อลินเบนสายตาหนีไปยังสันหนังสือที่เรียงราย เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ดูเหมือนจะอ่านทะลุเข้าไปถึงรอยแยกในความทรงจำของเธอ
"ฉันไม่ได้โกหก" อลินตอบ เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยขณะเปิดหน้ากระดาษที่กรอบเกรียมด้วยกาลเวลา "ลายมือนี้... มันเป็นของแม่ แต่เรื่องราวที่เขียนอยู่ มันไม่ตรงกับสิ่งที่ฉันจำได้เลยแม้แต่นิดเดียว ในนี้บอกว่าวันนั้นฝนตกหนัก แต่ความทรงจำของฉัน... ท้องฟ้าในวันนั้นสดใสจนน่ากลัว"
รณภพเหยียดรอยยิ้มจางๆ ซึ่งยากจะบอกว่าเป็นความสมเพชหรือความสงสาร "ความจำของมนุษย์ไม่ได้เป็นแผ่นฟิล์มที่เก็บรายละเอียดไว้ได้ครบถ้วนนะครับ มันคือภาพวาดที่ถูกทาสีทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งเราก็ลบสีที่เราไม่ชอบออกไป แล้วแต้มสีใหม่ลงไปแทนเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดได้"
เขาถือวิสาสะดึงไดอารี่จากมือเธอไป นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหยุดลงที่หน้าหนึ่งซึ่งมีรอยคราบหมึกสีน้ำเงินเข้มแต้มอยู่เป็นจุดๆ คล้ายรอยหยดน้ำตา
อลินรู้สึกถึงอาการวิงเวียนที่แล่นริ้วขึ้นมาในศีรษะ ภาพซ้อนทับเริ่มทำงานอีกครั้ง...
ในความทรงจำที่เธอหวงแหน... เธอเห็นเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา กำลังวิ่งเล่นท่ามกลางทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง เสียงหัวเราะดังก้องกังวาน แสงแดดอุ่นอาบไล้ไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อเธอมองลงไปที่บรรทัดในไดอารี่ ข้อความนั้นกลับเปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตา—*‘วันนี้ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางออก ลมพัดแรงจนหน้าต่างบ้านไม้สั่นคลอน และฉันก็ทำได้เพียงกอดลูกสาวไว้แน่น... เพื่อไม่ให้เงาในเงามืดนั้นกระชากเธอไป’*—
"ไม่..." อลินพึมพำ เธอเอามือกุมขมับ "มันไม่ใช่แบบนี้ แม่ฉันรักสวนนั่นมาก ไม่มีทางที่แม่จะเขียนว่าฝนตกในวันที่ฉันจำได้แม่นที่สุด"
"ลองมองดีๆ สิครับ" รณภพยื่นสมุดกลับมาให้ "อย่าใช้สายตา แต่ให้ใช้ความรู้สึกที่ตกค้างอยู่ กลิ่นดินที่เปียกชื้นหลังจากฝนตก... คุณไม่ได้กลิ่นมันหรือครับ ในวันที่คุณอ้างว่าท้องฟ้าสดใส?"
อลินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับมีใครบางคนกระชากหน้ากากที่เธอสวมไว้ทิ้งไป กลิ่นดินเปียกชื้นฉุนกึกโชยเข้ามาในโสตประสาทของเธอทันที หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะจนเจ็บแปลบที่หน้าอก ความทรงจำที่เคยสว่างไสวเริ่มมืดมัวลง ดอกไม้สีสดใสเริ่มเหี่ยวเฉาและกลายเป็นสีเทาซีด ราวกับเถ้าถ่านที่ร่วงหล่นลงบนผืนดินที่เปียกโชก
"คุณกำลังพยายามจะบอกว่า... ทุกอย่างที่ฉันจำได้มันคือเรื่องแต่งอย่างนั้นหรือ?" อลินเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธปนหวาดหวั่น "คุณมีสิทธิ์อะไรถึงได้มาทำลายภาพจำที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ได้?"
รณภพไม่ได้โต้ตอบในทันที เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เสียงนาฬิกาลูกตุ้มบนผนังห้องดัง *ติ๊ก... ติ๊ก...* ราวกับจะตอกย้ำวินาทีที่ความจริงกำลังจะพังทลาย
"ผมไม่ได้ทำลายมันครับ ผมแค่กำลังพยายามช่วยคุณดึงมันออกมาจากหลุมศพ" รณภพขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด "คุณคิดว่าทำไมทนายเก่าแก่ของพ่อคุณถึงยอมมอบไดอารี่เล่มนี้ให้คุณในตอนนี้? ทำไมไม่เป็นสิบปีที่แล้ว หรือสิบปีข้างหน้า?"
อลินกัดริมฝีปากแน่น "คุณรู้อะไรมา?"
รณภพหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาดูลึกลับและกดดันอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมรู้ว่าในคืนนั้น... สิ่งที่อยู่ในห้องกับคุณและแม่ ไม่ได้มีแค่คุณสองคน และผมรู้ด้วยว่าภาพจำที่คุณพยายามจะรักษาไว้ มันคือคำสาปที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลบความผิดบาปของใครบางคน"
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น "คุณพร้อมจะรู้ไหมครับ ว่าถ้าภาพจำของคุณคือภาพที่บิดเบี้ยว... ความจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใต้นั้น มันน่ารังเกียจแค่ไหน?"
อลินนิ่งค้าง ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เธออยากจะถอยหนี แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ ราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดที่เชื่อมโยงเธอกับชายตรงหน้าไว้
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องสมุดก็ดังขึ้นเป็นจังหวะที่แปลกประหลาด—สามครั้งหนักๆ เว้นช่วง แล้วตามด้วยสองครั้งเบาๆ ซึ่งเป็นรหัสที่เธอจำได้แม่นว่ามันคือ 'รหัสลับ' ที่พ่อของเธอเคยใช้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งเท่านั้น
อลินเบิกตากว้าง หันไปมองประตูที่ค่อยๆ แง้มออกด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
เงาร่างหนึ่งทอดผ่านกรอบประตูเข้ามา แต่เมื่อเงานั้นปรากฏชัดขึ้น อลินกลับต้องแทบหยุดหายใจ เมื่อชายที่ก้าวเข้ามาในห้อง... คือชายที่อยู่ในรูปถ่ายเก่าๆ ซึ่งพ่อของเธอยืนยันว่าเขาเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่วันที่เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนั้น
เขาเดินตรงมาที่โต๊ะ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เธอยังจำได้ติดจมูกโชยมาปะทะร่าง "ดูเหมือนความทรงจำของเราจะเริ่มสอดประสานกันแล้วนะครับ อลิน" ชายคนนั้นกล่าวพลางวางกุญแจดอกหนึ่งลงบนสมุดไดอารี่ "กุญแจดอกนี้... ไม่ได้ไขแค่ห้องใต้ดินที่บ้านเก่า แต่กำลังจะไขชีวิตที่เหลือของคุณให้พังทลายลงด้วย"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและความลับไปกับตัวละครของผมในตอนนี้ แล้วเรามาพบกับความจริงที่รออยู่ข้างหน้ากันในตอนต่อไปนะครับ ฟีนิกซ์สีทองครับ
เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 6
ภาพจำที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!