เงามายาในรอยจำ•ตอนที่ 38

คนในเงามืด

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“คุณกำลังบอกว่า ร่องรอยการโอนเงินทั้งหมดไม่ได้จบลงที่บริษัทบังหน้า แต่มันไหลเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของคนที่น่าจะตายไปนานแล้วอย่างนั้นหรือ รณภพ?” เสียงของอลินสั่นพร่า แม้จะพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ทว่าปลายนิ้วที่กดลงบนแฟ้มเอกสารสีซีดบนโต๊ะไม้สักกลับขาวซีดด้วยแรงบีบ เธอกวาดสายตาผ่านตัวเลขและลำดับเหตุการณ์ที่ถูกเชื่อมโยงด้วยหมึกสีแดง เส้นด้ายแห่งความจริงที่เธอพยายามถักทอมาตลอดหลายเดือน กำลังเผยให้เห็นโฉมหน้าของสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก รณภพที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ตอบในทันที เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสคู่นั้นจ้องมองไปยังผนังห้องที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายเก่าๆ ของคดีที่ยังปิดไม่ลง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะขยับตัวโน้มมาข้างหน้า ประสานมือเข้าหากันแน่น “ข้อมูลชุดนี้แลกมาด้วยความเสี่ยงมหาศาลครับอลิน” รณภพพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น “ตอนแรกผมเองก็ไม่เชื่อ แต่นี่คือรอยนิ้วมือดิจิทัลที่ทิ้งไว้... คนที่อยู่เบื้องหลังการหายไปของความทรงจำคุณ และการครอบครองที่ดินผืนนั้น ไม่ใช่นักธุรกิจสีเทาที่ไหนหรอก แต่มันคือคนที่เคยเป็นถึงมือขวาของกระบวนการยุติธรรม” อลินขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ “คนที่เป็นตำรวจ... หรืออดีตตำรวจงั้นเหรอ?” “ยิ่งกว่านั้นครับ” รณภพเลื่อนรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากใต้แฟ้ม มันเป็นภาพขาวดำที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ชายในเครื่องแบบยศสูงที่ยืนอยู่ข้างบิดาของเธอในงานเลี้ยงรับรองเมื่อยี่สิบปีก่อน “เขาชื่อพันตำรวจเอกวีระยุทธ... ชายที่เคยประกาศว่าปิดคดีฆาตกรรมครอบครัวคุณได้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่คุณเห็นไหม อลิน? ในภาพนี้... เขากำลังถือกล่องไม้ใบเดียวกับที่คุณเพิ่งพบบนหลังคาบ้านเก่าของคุณ” บรรยากาศในห้องทำงานของทนายหนุ่มดูเหมือนจะเบาบางลงจนน่าอึดอัด อลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความทรงจำที่เคยพร่าเลือนเริ่มปะติดปะต่อเป็นภาพใบหน้าของชายผู้นี้—ชายที่เคยลูบหัวเธอในวันที่ตำรวจพากันมาล้อมบ้าน วันที่เสียงปืนดังขึ้น และความอบอุ่นในวัยเด็กถูกกระชากหายไปโดยมือที่เธอเคยเชื่อใจที่สุด “เขายังมีชีวิตอยู่” อลินพึมพำ น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่ากลัว “เขาไม่ได้ตายในอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อนตามข่าวที่ลงในหน้าหนังสือพิมพ์” “ใช่ครับ เขาแค่เลือกจะหายตัวไปในเงามืด เพื่อคอยชักใยทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ตั้งแต่วันนั้น” รณภพกดเสียงต่ำลง “คุณต้องระวังตัวให้มาก อลิน คนผู้นี้รู้จักวิธีทำลายคนโดยไม่จำเป็นต้องใช้ปืน เขาสามารถลบตัวตนของคุณได้ด้วยปากกาเพียงด้ามเดียว เหมือนที่เขาเคยทำกับความทรงจำของคุณมาแล้ว” ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่ตอกย้ำความจริงที่โหดร้าย อลินลุกขึ้นยืน เธอเดินไปยังหน้าต่างที่มองออกไปเห็นถนนเบื้องล่างที่มีรถวิ่งผ่านไปมา รถสีดำคันหนึ่งจอดนิ่งสนิทอยู่ที่มุมตึกมานานนับชั่วโมง เธอสังเกตเห็นมันตั้งแต่เดินเข้ามาที่นี่แล้ว “รณภพ...” อลินเรียกเขาโดยไม่หันกลับมา “ถ้าเขารู้ว่าเรากำลังแกะรอยเขาอยู่ ทำไมเขาถึงไม่กำจัดเราไปเสียตั้งแต่ตอนนี้? ทำไมต้องรอให้เราเดินเข้าไปหาในรังของเขาด้วย?” รณภพขยับแว่นสายตา ดวงตาของเขาฉายแวววิตกกังวลที่ปิดไม่มิด “เพราะเขายังต้องการบางอย่างจากคุณ อลิน... สิ่งที่อยู่ในรอยจำของคุณ สิ่งที่แม้แต่คุณเองก็ยังไม่รู้ว่ามันมีค่ามหาศาลแค่ไหน” ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ ผิดแปลกจากพนักงานในสำนักงานกฎหมายทั่วไป อลินและรณภพสบตากันด้วยความรู้สึกที่ตระหนักได้ในทันทีว่าพวกเขากำลังถูกต้อนเข้ามุม รณภพรีบคว้าเอกสารบนโต๊ะใส่กระเป๋าเอกสารอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อลินก้าวถอยหลังไปจนติดผนัง เธอคว้ามีดคัตเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของรณภพมาถือไว้ในมือสั่นๆ ประตูห้องเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของเขาดูสุขุมและเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่จ้องมองมานั้นกลับมีความคมปลาบเหมือนคมมีด เขากวาดสายตามองผ่านรณภพไปหยุดที่อลิน ราวกับกำลังมองดูของเล่นชิ้นโปรดที่หลุดมือไปนาน “ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหม อลิน...” ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด แต่มันกลับทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของเธอตั้งชัน “ว่าความทรงจำที่หายไปน่ะ... บางครั้งการทิ้งมันไว้ในที่ที่มันควรอยู่ ก็คือความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมมอบให้คุณแล้ว” เขาก้าวเข้ามาในห้องเพียงก้าวเดียว แสงไฟจากเพดานส่องกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาที่อยู่ในเงามืด อลินใจหายวาบเมื่อเห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากที่เธอจำได้แม่นยำ... รอยแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุในวันที่เขาพยายาม ‘ปกป้อง’ เธอจากคนร้ายตัวจริงในตอนนั้น เขายกมือขึ้นช้าๆ แล้วทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาไม่ได้หยิบปืน แต่กลับวางซองจดหมายสีเหลืองซีดใบหนึ่งลงบนโต๊ะข้างๆ อลิน ก่อนจะกระซิบเบาๆ ราวกับความลับของคนรัก “ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่คุณจริงๆ ในคืนนั้น... ก็เปิดอ่านดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า ‘คนในเงามืด’ ที่คุณกำลังตามหา แท้จริงแล้วมันคือเงาของใครกันแน่” เขาหันหลังกลับเตรียมจะเดินออกไป ทิ้งให้อลินและรณภพยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผย อลินก้มมองซองจดหมายนั้น หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นตราประทับสีแดงที่คุ้นตา... ตราประทับของตระกูลที่เธอไม่เคยคิดว่าจะมาเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของอลินผ่านรอยจำที่บิดเบี้ยวนี้มาด้วยกันนะครับ ฟีนิกซ์สีทอง
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาในรอยจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%