ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย•ตอนที่ 8

คดีที่สอง: เสียงจากใต้ผืนน้ำ

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"รูปถ่ายใบนั้น... บอกอะไรเราได้มากกว่าที่มันตั้งใจจะบอกนะครับ" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้มและฝุ่นละอองจากแฟ้มคดีเก่า บนโต๊ะไม้สักทองตัวใหญ่ ภาพถ่ายโพลารอยด์จากกล้องวงจรปิดในค่ำคืนก่อนถูกวางแผ่ไว้ ใต้แสงไฟสีส้มสลัว เงาร่างของชายผู้ถือคบเพลิงและมีใบหน้าถอด1พิมพ์เดียวกับเขา ยังคงจ้องมองทะลุกระดาษภาพถ่ายกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว รินรดานั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสเพ่งพินิจร่องรอยแสงเงาในภาพอย่างละเอียด นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความคิดที่กำลังแล่น "ไม่ใช่แค่หน้าตาที่เหมือนกันนะคะ... ธันวา" รินรดาลดเสียงลงเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ "พลังงานที่แผ่ออกมาจากภาพนี้ มันไม่ได้บันทึกแค่แสงและเงา แต่มันบันทึก 'เจตจำนง' บางอย่างเอาไว้ด้วย ตอนที่ฉันแตะกระดาษแผ่นนี้เมื่อคืน... ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอื้นของดินโคลนและไอเย็นจากก้นบึงน้ำลึก" ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ทนายหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเขา แม้จะเริ่มคุ้นเคยกับการเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับผ่านการช่วยเหลือของหญิงสาวตรงหน้า แต่เขาก็ยังคงเชื่อมั่นในความเป็นเหตุเป็นผล "ถ้าพูดถึงบึงน้ำ ในรัศมีสามกิโลไกลจากสำนักงานของเรา มีเขตพื้นที่ชุ่มน้ำเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างหลังคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน... คุณคิดว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างนั้นหรือครับ" "บางที... เราอาจไม่ได้กำลังสืบเรื่องคนเป็น แต่วิญญาณที่ติดอยู่ในห้วงน้ำนั้นต่างหาก ที่กำลังเรียกหาทนายความ" รินรดากล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ก่อนที่โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของธันวาจะสั่นครืดคราดทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากสารวัตรภูมิใจ ตำรวจน้ำดีผู้เป็นพันธมิตรคนสำคัญในหลายคดี "ธันวา นายว่างไหม... เพิ่งมีชาวบ้านแจ้งพบศพปริศนาถูกลอยขึ้นมาติดที่เขื่อนกั้นน้ำเก่า ทิศเหนือของอำเภอ สภาพศพแปลกประหลาดมาก หมอชันสูตรเบื้องต้นบอกว่าจมน้ำตายมาไม่ต่ำกว่าสามวัน แต่เนื้อตัวกลับแห้งกรังและมีร่องรอยการถูกพันธนาการด้วยเชือกป่านโบราณ... ฉันคิดว่านายกับคุณรินรดาน่าจะอยากมาดูด้วยตาตัวเอง" บทสนทนาสั้นๆ แต่ทิ้งน้ำหนักมหาศาลไว้เบื้องหลัง ธันวาเงยหน้าสบตากับรินรดา ทั้งคู่ต่างอ่านความนัยในแว่นตากลมและสายตาคู่นั้นได้ทันที — *นี่ไม่ใช่คดีอุบัติเหตุธรรมดา* ครึ่งชั่วโมงต่อมา สายฝนปรอยๆ เริ่มโปรยปรายลงมาปกคลุมพื้นที่เขื่อนกั้นน้ำเก่า กลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำและโคลนตมคละคลุ้งไปกับบรรยากาศอันน่าหดหู่ บริเวณจุดเกิดเหตุถูกกั้นด้วยแนวเชือกสีเหลืองของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีแสงไฟฉายสาดส่องไปยังร่างไร้วิญญาณที่ถูกคลุมด้วยผ้าใบสีดำสนิท สารวัตรภูมิใจเดินเข้ามาหาทนายหนุ่มและร่างทรงสาวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือหนายกขึ้นปัดหยดน้ำฝนออกจากบ่า "ยินดีต้อนรับสู่ความสยขวัญวันจันทร์ครับพวกคุณ" สารวัตรถอนหายใจยาว "สภาพศพข้างใน... ชวนขนหัวลุกพิลึก นายเตรียมใจไว้หน่อยก็ดีธันวา" เมื่อธันวาก้าวเข้าไปใกล้ ร่างของชายผู้ล่วงลับก็ปรากฏแก่สายตา ร่างนั้นเป็นชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับเขา ผิวหนังซีดเซียวจนเกือบโปร่งแสง ทว่าสิ่งที่ทำให้ทนายหนุ่มต้องชะงักงัน คือรอยแผลลึกก้นกิ่วรอบข้อศอกและข้อเท้า ราวกับถูกโซ่ตรวนหรือเชือกถักแน่นหนากดทับเป็นเวลานานจนเนื้อเยื่อฉีกขาด แต่ที่ประหลาดที่สุดคือ ตามลำตัวไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงรอยประทับของ "อักขระโบราณ" ที่จมลึกลงไปในผิวหนังราวกับถูกตีตราด้วยความร้อน "จมน้ำตายแต่ปอดไม่มีน้ำ..." ธันวาพึมพำกับตัวเองขณะสวมถุงมือยางแล้วโน้มตัวลงตรวจเช็กสภาพศพด้วยความละเอียดรอบคอบแบบนักนิติวิทยาศาสตร์ "อุณหภูมิร่างกายภายนอกต่ำกว่าจุดเยือกแข็งแม้สภาพอากาศตอนนี้จะอบอุ่น... และนี่คืออะไร" นิ้วของธันวาแตะลงที่บริเวณลิ้นปี่ของศพ ซึ่งมีรอยแผลเป็นรูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้น คล้ายกับสัญลักษณ์บางอย่างที่เขาเคยเห็นผ่านตาในตำราไสยเวทโบราณที่รินรดามักจะหยิบมาอ่าน รินรดานิ่งเงียบไปนาน ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของศพที่เบิกค้างอย่างไร้แววแต่มันกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ร่างบางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจสะดุดกึก "ไม่ใช่แค่การกักขังทางกายภาพหรอกค่ะ... ธันวา" รินรดาเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยอย่างที่หาได้ยากยิ่ง "วิญญาณของเขา... ถูกล่ามโซ่ไว้ใต้ก้นบึงลึกด้วยอาคมสายดำ เพื่อไม่ให้ไปผุดไปเกิด และทุกๆ คืน... เขาต้องทนทุกข์กับการจมน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความมืดมิด... จนกว่าจะมีใครสักคนมาพบ" ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้น บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ ผิวน้ำในเขื่อนที่ควรจะนิ่งสนิท กลับเริ่มก่อตัวเป็นคลื่นวงกลมขนาดใหญ่ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามผุดขึ้นมาจากเบื้องล่าง เสียงกระซิบแหบพร่าแผ่วเบาลอยมากับสายลม เป็นภาษาโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่กลับสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน ณ ที่นั้น *“มัน... กลับมาแล้ว... คนที่มีใบหน้าเหมือนกับฉัน...”* ธันวาหันขวับไปมองยังผืนน้ำที่ไร้ผู้คน ทว่าในเงาสะท้อนของผิวน้ำนั้น ภาพที่ปรากฏกลับไม่ใช่เงาของเขาหรือรินรดา แต่เป็นเงาร่างของชายผู้ถือคบเพลิงคนเดิมกำลังยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่เบื้องหลังร่างไร้วิญญาณบนฝั่ง! ดวงตาสີดำสนิทของศพที่นอนอยู่บนพื้น ค่อยๆ กลิ่นกลับมาขยับได้ทีละน้อย พร้อมกับริมฝีปากสีเขียวคล้ำที่ค่อยๆ แยกออก เผยให้เห็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวแบบเดียวกันเป๊ะ! "ธันวา... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" รินรดาร้องตะโกนสุดเสียงพร้อมกับชักยันต์กระดาษในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาเตรียมพร้อม ทว่า... ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับเขยื้อน ร่างที่ควรจะไร้วิญญาณบนพื้นดิน กลับคว้าข้อมือของธันวาไว้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลราวกับเหล็กกล้า พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่เย็นยะเยือกจนหัวใจแทบหยุดเต้น *"ในเมื่อแกอยากรู้ความจริง... งั้นก็ลงไปดูก้นบึงกับฉันเสียสิ... ทนายความผู้โง่เขลา"* **[คลิกเพื่ออ่านตอนถัดไป: ระบบปลดล็อกเงื่อนไข "พยานปากเอก" - คุณเหลือเวลาอีก 3 นาทีในการไขปริศนาก่อนที่วิญญาณของธันวาจะถูกดึงลงสู่ห้วงนรกใต้เขื่อน]** --- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนากลาดเกลื่อนความมืดไปกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%