ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย•ตอนที่ 9

เงาอำนาจในสำนักงานทนาย

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะจะโคน ไม่ได้ทำให้ธันวาละสายจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานส่วนตัวได้ทันที ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองตัวเลขและเส้นกราฟกระแสเงินสดในเอกสารบัญชีชุดสุดท้ายอย่างพินิจพิจารณา เอกสารเหล่านี้ถูกแยกย่อยออกเป็นหมวดหมู่ด้วยแฟ้มสีดำสนิท ซึ่งในทางกฎหมายแล้ว มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถพลิกคดีฉ้อโกงประชาชนมูลค่าหลายร้อยล้านบาทให้กลายเป็นคดีอาญาแผ่นดินได้ในชั่วข้ามคืน "เข้ามาครับ ประตูไม่ได้ล็อก" ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า น้ำเสียงของทนายความหนุ่มเรียบนิ่งและเจือความเหนื่อยล้าเล็กน้อยจากการทำงานติดต่อกันมาเกือบสี่สิบชั่วโมง บานประตูไม้สักทองเปิดออกอย่างนุ่มนวล รินรดาก้าวเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟร้อนส่งกลิ่นกรุ่นในมือ หญิงสาวในชุดสูทลำลองสีเทาเข้มกวาดสายตามองรอบห้องด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่เฉียบคมกว่าคนทั่วไป ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกวาดผ่านมุมห้อง ม่านหน้าต่าง และหยุดนิ่งอยู่ที่เงาสะท้อนบนกระจกใส ก่อนจะวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะทำงานอย่างเบามือ "คุณธันวา พักสักนิดเถอะครับ สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย" รินรดากล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มั่นคง ราวกับผู้สังเกตการณ์ที่มองเห็นลางสังหรณ์บางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พรม "ผมพักไม่ได้หรอกครับรินรดา..." ธันวาถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มือคลึงหว่างคิ้วเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ "ระบบปลดล็อกเงื่อนไข 'พยานปากเอก' จากคดีเขื่อนมรณะเมื่อคืน มันทำให้ผมตระหนักว่า เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามนาทีในการไขปริศนาก่อนที่วิญญาณของคุณกวีจะถูกดึงลงสู่ห้วงนรกใต้เขื่อน... แต่ยิ่งผมรื้อเอกสารชุดนี้มากเท่าไหร่ ผมกลับพบว่ารอยรั่วในสำนวนไม่ได้มาจากความสะดุ้กสะดุ้งของตำรวจ แต่มาจากข้างในนี้ ต่างหาก" คำพูดของธันวาทำให้บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที รินรดายกมือขึ้นกอดอก แววตาของเธอฉายประกายระแวดระวังขึ้นมาวูบหนึ่ง "คุณหมายถึง..." "ผมหมายถึง 'ทนายผู้ทรงคุณวุฒิ' ที่คอยเซ็นรับรองเอกสารการจัดตั้งบริษัทบังหน้าให้กับกลุ่มทุนพลังงานนั้นไงครับ" ธันวาหมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้รินรดาเห็นผังองค์กรที่เขาเพิ่งถอดรหัสออกมาได้ เอกสารสัญญาร่วมทุนหน้าสุดท้ายปรากฏลายเซ็นบรรจงด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม—ลายเซ็นของ 'ทนายประภาส' หุ้นส่วนอาวุโสและผู้ก่อตั้งสำนักงานกฎหมายแห่งนี้ ผู้เปรียบเสมือนอาจารย์และเสาหลักที่คอยอุ้มชูธันวามาตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าสู่วิชาชีพนี้ รินรดานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ นิ้วมือเรียวยาวแตะที่ปลายคางโดยอัตโนมัติ "ทนายประภาส... คนที่เซ็นอนุมัติทุนการศึกษาให้คุณเมื่อสี่ปีก่อนเนี่ยนะ?" "ถูกต้องครับ" ธันวายิ้มเยาะให้กับความโหดร้ายของโชคชะตา รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความขบขันแม้แต่น้อย "คนที่สอนผมว่า 'ความยุติธรรมคือเกราะคุ้มครองผู้บริสุทธิ์' คือคนเดียวกันกับคนที่เซ็นโอนถ่ายสิทธิ์สัมปทานเหนือน้ำตกและที่ดินทำกินของชาวบ้านให้กลายเป็นเขตอุตสาหกรรมมลพิษ เพื่อแลกกับส่วนแบ่งกำไรมหาศาลในบัญชีลับต่างประเทศ" ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมอยู่กับความจริงอันน่าตกตะลึง เสียงเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะก็ดังขึ้นพร้อมกัน มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนข้อความธรรมดา แต่เป็นเสียงสั่นถี่รัวที่คุ้นเคย—สัญญาณเตือนจากระบบลี้ลับที่เชื่อมโยงกับดวงวิญญาณพยานปากเอก หน้าจอมือถือปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือน: **[ระบบปลดล็อกเงื่อนไข "พยานปากเอก" - คุณเหลือเวลาอีก 3 นาทีในการไขปริศนาก่อนที่วิญญาณของธันวาจะถูกดึงลงสู่ห้วงนรกใต้เขื่อน]** ธันวาขมวดคิ้วแน่น "เดี๋ยวก่อน... ทำไมข้อความถึงบอกว่าวิญญาณของ 'ผม' จะถูกดึงลงไป ไม่ใช่คุณกวี?" ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากเตือน ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างท้วมในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงของทนายประภาสยืนตระหง่านอยู่ที่กรอบประตู ใบหน้าอวบอิ่มประดับด้วยรอยยิ้มใจดีที่ธันวาคุ้นเคยมานานนับปี ทว่าในยามนี้ รอยยิ้มนั้นกลับซ่อนแววตาที่เยียบเย็นและคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบยาพิษ "ทำงานดึกดื่นขนาดนี้เลยเหรอครับ ธันวา... หลานชายคนโปรดของฉัน" ทนายประภาสเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างกดดัน พร้อมกับเงาดำทมิฬที่แผ่ขยายออกมาจากร่างของชายวัยกลางคนราวกับกลุ่มควันพิษจากขุมนรก รินรดาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สัมผัสที่หกของเธอกรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง กลิ่นอายความตายและอาคมสายดำคละคลุ้งไปทั่วห้องทำงานหรูหราแห่งนี้ ธันวาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบจ้องมองผู้มีพระคุณที่กลisมาเป็นฆาตกรตัวจริงในคุกตารางกฎหมาย โดยไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าเวลาสามนาทีที่เหลืออยู่ไม่ใช่การนับถอยหลังของความตาย แต่เป็นบททดสอบสุดท้ายว่าเขาจะเลือกก้มหัวให้เงาอำนาจมืด หรือลุกขึ้นยืนหยัดในฐานะทนายความผู้ปกป้องความจริง แม้ต้องแลกด้วยวิญญาณก็ตาม "ท่านอาจารย์..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ก้องกังวาน "เอกสารฉบับนี้... ท่านเซ็นด้วยมือข้างไหนครับ?" ทนายประภาสหยุดเดิน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงแววตาอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%