ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย•ตอนที่ 7

พันธมิตรจำเป็น

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องทำงานไม่ได้ดังขึ้นจากบานไม้เบื้องหน้า แต่ดังสะท้อนก้องมาจากความว่างเปล่า... จากเบื้องหลังมิติที่คนเป็นมองไม่เห็น ธันวา (ทนายความหนุ่มหัวสมัยใหม่ผู้เชื่อมั่นในตรรกะและหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์) ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างกายของเขาปฏิเสธที่จะขยับ ไม่ใช่เพราะความกลัวอันไร้เหตุผลอย่างที่เด็กๆ หวาดกลัวภูตผีปีศาจ แต่เป็นเพราะ "เสียงฝีเท้า" ที่กำลังลากยาวก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นั้น... มันตรงกับสำนวนคดีฆาตกรรมหมายเลขดำที่เขากำลังถืออยู่บนมืออย่างน่าขนพองสเกล สามวันก่อน ลูกความคนสำคัญของเขา—คุณากร นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้กุมความลับเรื่องการฮุบที่ดินมรดก—ถูกพบเป็นศพจมอยู่ในสระน้ำหลังคฤหาสน์ ตำรวจสรุปสำนวนว่าเป็นอุบัติเหตุจากการเมาสุรา แต่ธันวาคัดค้านหัวชนฝา เพราะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่ารอยช้ำที่ต้นคอนั้นเกิดจาก "แรงกดของนิ้วมือมนุษย์" ไม่ใช่แรงกระแทกใต้น้ำ และในตอนนี้ เจ้าของร่างที่ควรจะนอนสงบอยู่บนเตียงผ่าตัดหรือในโลงศพเย็นเฉียบ กลับมายืนเคาะประตูห้องทนายความส่วนตัวของเขาในยามวิกาล "คุณธันวา... ผมรู้ว่าคุณยังไม่นอน" เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกลากผ่านพื้นปูนดังลอดเข้ามา ประโยคนั้นไม่ใช่เสียงกระซิบจากจินตนาการ แต่มันมีแรงสั่นสะเทือนผ่านอากาศจนแก้วกาแฟบนโต๊ะขยับสั่นระริก ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือขวาที่เคยจับปากกาหมึกซึมอย่างมั่นใจตอนนี้กำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติในฐานะนักกฎหมายที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริง—แม้ว่าความจริงนั้นจะท้าทายทุกทฤษฎีวิทยาศาสตร์บนโลกใบนี้ก็ตาม แกร๊ก... ประตูไม้สักเปิดออกเองโดยไม่มีมือผลัก กลุ่มไอเย็นยะเยือกสีขาวขุ่นไหลทะลักเข้ามาในห้องราวกับสายธารจากขั้วโลก เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีกรมท่าเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำทอดตัวยาวทาบบนพรมราคาแพง คุณากรในสภาพที่ผิวซีดเซียวและดวงตาเบิกกว้างอย่างไร้ชีวิตชีวา ก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นอายของความตายและดินโคลนจากก้นสระลอยคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว "คุณ... ตายไปแล้ว" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพลก็ตาม "ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 15 คุณไม่มีสถานะเป็นบุคคลธรรมดาอีกต่อไป... คุณมาที่นี่ทำไม" ร่างโปร่งแสงที่ส่งไอเย็นยะเยือกหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและว่างเปล่า "กฎหมายของคนเป็น... ปกป้องคนตายไม่ได้หรอกครับ คุณธันวา คนที่ฆ่าผมมันยังลอยนวลเสวยสุขอยู่บนกองมรดกของผม ขณะที่ผมต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนรอวันดับสลาย ผมไม่ได้มาทวงความยุติธรรมด้วยตัวบทกฎหมายที่บิดเบือนได้... ผมมาเพื่อจ้างคุณ" ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยว ประตูหน้าต่างปิดตายสนิทโดยไม่มีลมพัด ทว่าก่อนที่ธันวาจะได้ตอบโต้อะไร ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาจากระเบียงด้านนอกอย่างไร้ซุ่มเสียง รินรดา—คู่คิดและร่างทรงสาวผู้มีสัมผัสที่หก—กวาดสายตาคมกริบมองไปยังวิญญาณตรงหน้า ก่อนจะตวัดสายตามามองธันวาด้วยความระอาปนเป็นห่วง "ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหมธันวา... ว่าคดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฆาตกรรมชิงทรัพย์ธรรมดา" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม ฉลาด และทันคน เธอขยับตัวยืนเคียงข้างทนายหนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ มือเรียวบางหยิบยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกจีนขึ้นมาคีบไว้ระหว่างนิ้วอย่างคล่องแคล่ว "วิญญาณดวงนี้มีความอาฆาตพยาบาทรุนแรงเกินกว่าจะปล่อยให้เดินเพ่นพ่าน ถ้าเขาหลุดออกไปอาละวาดข้างนอก ความซวยจะตกอยู่ที่คุณที่รับทำคดีนี้แต่แรก" ธันวาหันไปมองรินรดา แววตาของเขายังคงมีความลังเลระคนทิฐิแบบนักวิทยาศาสตร์ แต่สถานการณ์ตรงหน้าบังคับให้เขาต้องยอมรับความจริงที่ว่า ตรรกะและข้อกฎหมายบนกระดาษไม่เพียงพอที่จะไขคดีนี้อีกต่อไปแล้ว "คุณรินรดา... ผมเป็นทนายความ ไม่ใช่นักปราบผี" ธันวาเอ่ยเสียงเครียด พยายามรักษามาดสุขุม "แต่ถ้าพยานปากเอกของผมปฏิเสธที่จะเซ็นชื่อในสำนวนเพราะเขาไม่มีลมหายใจ... ผมก็คงต้องหาทางออกอื่นที่อยู่นอกตำรากฎหมาย" คุณากรแย้มยิ้ม มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นอย่างน่ากลัว "ฉลาดมากครับคุณทนาย... ถ้าคุณช่วยผมลากคอมันมาลงนามในพินัยกรรมฉบับใหม่และเปิดโปงความจริง ทรัพย์สินทั้งหมดครึ่งหนึ่ง... ผมจะยกให้มูลนิธิที่คุณดูแลอยู่" ข้อเสนอของวิญญาณตรงหน้าทรงพลังเกินกว่าจะปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะเงินทอง แต่เป็นเพราะมันคือหนทางเดียวที่จะเยียวยาปมในใจเรื่องการสูญเสียครอบครัวจากคดีที่ปิดไม่ลงในอดีตของเขา ธันวาสบตากับรินรดา ทั้งคู่ต่างพยักหน้าให้กันอย่างเงียบเชียบ เป็นอันรู้กันว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง "ร่วมมือ" กันอย่างเป็นทางการในคดีนี้ "ตกลงครับคุณคุณากร" ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อกฎหมายทางโลกเอื้อมไม่ถึงคุณ... งั้นเรามาใช้กฎหมายของยมโลกสะสางมันกัน" สิ้นคำพูดของทนายหนุ่ม รินรดาก็สะบัดมือซัดยันต์กระดาษเข้าใส่ร่างของวิญญาณคุณากร แสงสีทองเรืองรองวาบขึ้นปกคลุมห้องทำงาน บันทึกข้อตกลงลับถูกร่างขึ้นในมิติที่มนุษย์มองไม่เห็น พันธมิตรระหว่าง "ทนายผู้ยึดมั่นในตรรกะ" กับ "ร่างทรงผู้เชื่อมโยงโลกวิญญาณ" ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วในคืนนี้ ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มสงบลง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธันวากลับดังขึ้นทำลายความเงียบ... *ติ๊ง!* ธันวาขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน หน้าจอแสดงภาพกล้องวงจรปิดจากหน้าคฤหาสน์ของคุณากรที่ควรจะรกร้างและไม่มีใครอยู่ แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก— เงาร่างของ "ใครบางคน" กำลังยืนถือคบเพลิงอยู่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่จ้องมองตรงมายังเลนส์กล้อง ราวกับรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่... และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ บุคคลในภาพนั้น มีใบหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับธันวาอย่างไร้ที่ติ! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรานะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%