ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย•ตอนที่ 4

รอยเท้าที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นปูนเก่าคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกทันทีที่เงาร่างปริศนาพ้นผ่านธรณีประตูเข้ามา "ดึกดื่นป่านนี้... ทนายความผู้ยึดมั่นในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังมาเดินตรวจสำนวนในไซต์งานร้างที่มีข่าวคนงานตกตึกตายอีกหรือครับ คุณธันวา" เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือแววเยาะหยันเล็กน้อย เจ้าของร่างสูงโปรภายใต้เสื้อโค้ตกันหนาวสีเข้มก้าวเท้าเข้ามาในรัศมีแสงไฟฉาย แสงสลัวเผยให้เห็นโครงหน้าคมคายและดวงตาคมปลาบที่พราวระยับด้วยความท้าทาย เขาคือสารวัตรภคิน นายตำรวจมือปราบผู้รับผิดชอบคดีการเสียชีวิตปริศนาของคนงานก่อสร้าง ณ โครงการเดอะแกรนด์ เรสซิเดนซ์ แห่งนี้ ซึ่งเป็นคดีเดียวกันกับที่ธันวากำลังพยายามหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่านี่ไม่ใช่ 'อุบัติเหตุ' อย่างที่สำนวนตำรวจสรุป ธันวากวาดสายตามองคู่สนทนาอย่างประเมินสถานการณ์ สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อประมวลผลความเป็นไปได้ทั้งหมด "ถ้าการตรวจดูพื้นที่เกิดเหตุด้วยตัวเองเพื่อหาข้อเท็จจริงนอกสำนวน เป็นความผิดฐานบุกรุก ผมยินดีให้คุณจับกุมครับสารวัตร... แต่ถ้าคุณมาเพราะมีหมายค้น ผมเกรงว่าคุณมาช้าไปก้าวหนึ่ง" น้ำเสียงของทนายความหนุ่มเรียบนิ่งและมั่นคง แม้ภายในใจจะระแวดระวังชายตรงหน้าไม่น้อย รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังในเงาสลัวขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของเธอจับจ้องไปที่เงาสะท้อนบนพื้นคอนกรีตบริเวณที่สารวัตรภคินยืนอยู่—เงาของคนเป็นทอดตัวยาว แต่เงาที่ซ้อนทับอยู่เบื้องหลังกลับบิดเบี้ยวและมีรูปร่างคล้ายสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่ที่กำลังแยกเขี้ยว "กฎหมายเป็นเรื่องของกระดาษครับคุณธันวา แต่ความจริงบนโลกใบนี้... มันมักจะมีกลิ่นคาวเลือดติดมาด้วยเสมอ" ภคินยิ้มมุมปาก เขาไม่ได้แสดงความตกใจเลยแม้แต่น้อยที่เห็นทนายความหนุ่มกับร่างทรงสาวอยู่ในสถานที่อัปมงคลยามวิกาลเช่นนี้ ราวกับว่าเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าพวกเขาน่าจะอยู่ที่นี่ รินรดาขยับเข้าใกล้ธันวาเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเขาเพื่อส่งสัญญาณเตือนภัย อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหายใจของพวกเขากลายเป็นไอสีขาวจางๆ ทั้งที่อากาศในคืนนี้ไม่ได้หนาวเย็นขนาดนั้น ไซต์งานก่อสร้างตึกสูงสิบชั้นที่ควรจะเงียบสงบ กลับเริ่มส่งเสียงก้องกังวาน—เสียงเหล็กเส้นกระทบกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งวนอยู่บนชั้นลอยด้านบน และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ฟังไม่ได้ศัพท์ "ดูเหมือนว่า... พยานปากเอกของเราจะต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเสียแล้วนะครับ" รินรดาเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบา ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตาขาวชั่วขณะเมื่อพลังงานบางอย่างเข้าครอบงำประสาทสัมผัส ภคินหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความระแวง สารวัตรหนุ่มชักมือออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ตอย่างระมัดระวัง แม้เขาจะเป็นตำรวจสายสืบที่เชื่อมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่บรรยากาศที่กดดันจนหายใจไม่ออกในเวลานี้ก็ทำให้ขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่ต้องมีใครบอกกล่าว "พวกคุณกำลังเล่นกับอะไรอยู่... รู้ตัวไหม" "พวกเราไม่ได้เล่นครับสารวัตร... เรากำลังทำหน้าที่รักษาสิทธิ์ให้กับคนที่พูดไม่ได้ต่างหาก" ธันวาตอบกลับทันควัน สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องโถงโล่งกว้างที่กำลังถูกความมืดกลืนกิน ไฟฉายในมือของเขาส่องกราดไปตามเสาปูนซีเมนต์ และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้ทนายความหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บนพื้นคอนกรีตว่างเปล่า... รอยเท้าเปื้อนโคลนสีดำสนิทนับสิบคู่ ปรากฏขึ้นทีละรอย ทีละรอยอย่างเป็นจังหวะ มันเดินตรงดิ่งมาจากมุมมืดของห้องโถง มุ่งหน้าตรงมายังจุดที่พวกเขาทั้งสามคนยืนอยู่ รอยเท้าเหล่านั้นเหยียบย่ำลงบนพื้นผิวที่แห้งสนิท แต่กลับทิ้งรอยน้ำและรอยยุบลงไปในเนื้อปูนราวกับมีน้ำหนักมหาศาลกดทับอยู่ รอยเท้าที่มองไม่เห็นตัวตน! "ถอยหลัง!" รินรดาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับสะบัดมือขวาซัดยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกชาดออกไปเบื้องหน้า ยันต์นั้นลอยค้างกลางอากาศก่อนจะลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีครามสว่างวาบ เผให้เห็นเงาร่างของมนุษย์หลายสิบร่างที่กำลังกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขา ร่างเหล่านี้ไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าและชุดคนงานก่อสร้างที่เปอะเปื้อนคราบเลือดและเศษปูน สารวัตรภคินชักอาวุธปืนพกประจำกายออกมาจากซองอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แม้สมองส่วนหนึ่งจะปฏิเสธภาพตรงหน้า แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดก็สั่งให้เขาเล็งกระบอกปืนไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้า "นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!" "อย่าใช้กระสุนธรรมดากับพวกมันครับสารวัตร!" ธันวาตะโกนเตือนพร้อมกับคว้าข้อมือของตำรวจหนุ่มให้ลดปืนลง "สิ่งที่คุณเห็นไม่ใช่คนเป็น... ถ้าคุณยิงออกไป พลังงานอาฆาตพวกนั้นจะยิ่งแตกกระจายและผูกติดกับตัวคุณ!" บรรยากาศรอบตัวบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระคนปะปนกันมาจากทุกทิศทุกทาง รอยเท้าที่มองไม่เห็นหยุดลงตรงหน้าพวกเขาห่างออกไปเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่ถูกฝังกลบมานานนับเดือนโชยเข้าจมูกจนชวนคลื่นไส้ รินรดายกมือขึ้นประสานกันเป็นมุทรา พึมพำคาถาบทโบราณด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมของหญิงสาวสะท้อนกับแสงไฟฉาย "ธันวา..." รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล เสียงของเธอนิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด "รอยเท้าพวกนี้ไม่ได้กำลังจะมาทำร้ายเรา... แต่มันกำลังนำทางเราไปที่ 'จุดเริ่มต้น' ของคดีนี้" ธันวาสูดหายใจเข้าลึก ใช้วิชาความรู้ทางกฎหมายและตรรกะทั้งหมดในหัวข่มความหวาดกลัว เขากวาดสายตามองรอยเท้าที่หยุดนิ่งเป็นวงกลมล้อมรอบพวกเขา ก่อนจะสังเกตเห็นทิศทางที่รอยเท้าเหล่านั้นมุ่งหน้าไป มันไม่ได้มุ่งไปที่ทางออก แต่กลับเรียงตัวกันเป็นเส้นตรงพุ่งทะลุผ่านผนังปูนทึบไปยังห้องใต้ดินที่ถูกปิดตาย ภคินมองตามสายตาของทนายหนุ่ม สีหน้าของนายตำรวจเริ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "ห้องใต้ดินนั่น... ตามแบบแปลนวิศวกรรม มันควรจะเป็นแค่พื้นที่โล่งสำหรับวางระบบท่อระบายน้ำ... ไม่มีทางที่ใครจะเข้าไปได้นอกจากมีกوبกุญแจรหัสผ่านแม่เหล็กที่อยู่กับผู้จัดการโครงการคนเก่าที่เพิ่งผูกคอตายไป!" ดวงตาของธันวาคมกริบขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาสบตากับรินรดาที่พยักหน้ารับช้าๆ เป็นอันรู้กันว่าปริศนาทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวก้าวเท้าตามรอยเท้านั้นไป เสียงกริ่งแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็กดดังขึ้นพร้อมกันถึงสามเครื่อง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของทั้งธันวา รินรดา และสารวัตรภคิน สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความเดียวกันจากเบอร์ปริศนาที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง ข้อความบนหน้าจอปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานสะท้อนแสงไฟฉาย: *[ระบบประเมินคดีระดับ SSS: ตรวจพบการเปิดประตูมิติวิญญาณ ณ จุดเกิดเหตุ เงื่อนไขการสืบสวนถูกยกระดับสูงสุด หากพวกท่านก้าวผ่านประตูห้องใต้ดินบานนี้ไป... จะไม่มีวันได้หวนกลับคืนสู่โลกของคนเป็นอีกตลอดกาล]* และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูเหล็กกล้าของห้องใต้ดินที่ควรจะถูกล็อกตายด้วยระบบดิจิทัล ก็ส่งเสียงกรีดร้องของโลหะที่ถูกงัดกระชากอย่างรุนแรง ก่อนที่บานประตูหนาหนักจะค่อยๆ... ถูกผลักเปิดออกด้วยมือคู่หนึ่งจากภายในความมืดมิดสนิท ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรานะครับ "เข็มทิศมองวิญญาณ"
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%