กลิ่นอับชื้นของโคลนตมและน้ำเน่าตีเข้าจมูกของธันวาราวกับเข็มพิษนับพันเล่มพุ่งทะลวงผ่านโสตประสาท ร่างในชุดสูทเปียกโชกที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ทิ้งรอยหยดน้ำไว้บนพรมราคาแพงแม้แต่หยดเดียว นั่นคือหลักทางกายภาพข้อแรกที่สมองอันปราดเปรื่องของทนายความหนุ่มประมวลผลได้ในเสี้ยววินาที
ดวงตาของธันวาคมกริบราวกับใบมีดโกน เขานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานโดยไม่ขยับถอยหลังแม้แต่นิ้วเดียว แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระแทกซี่โครงพังทลาย ความเชื่อมั่นในตรรกะและหลักนิติวิทยาศาสตร์ตลอดชีวิตการทำงานกำลังถูกท้าทายด้วยปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ปฏิเสธไม่ได้
"คุณไม่ใช่พยานที่ศาลจะออกหมายเรียกได้... แต่เอกสารชุดนี้ถูกต้องตามระเบียบวิธีปฏิบัติทุกประการสินะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้อย่างน่าประหลาด
เอกสารกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าบนโต๊ะปรากฏตราประทับของสถานีตำรวจนครบาลและลายเซ็นของร้อยตำรวจเอกผู้รับผิดชอบคดีอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน ซึ่งปิดแฟ้มลงอย่างรวดเร็วด้วยข้อสรุปว่า 'ประมาทจนถึงแก่ความตาย' แต่วันนี้... มันกลับมานอนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าคนที่กำลังรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาใหม่
ร่างเปียกโชกนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพรงด้วยความแค้นเคืองที่ยังไม่มอดดับ ริมฝีปากม่วงคล้ำขยับอ้าออกอย่างไร้เสียง ทว่าคลื่นความกดดันทางวิญญาณกลับแผ่ซ่านจนอากาศภายในห้องทำงานเย็นเยียบลงจนเกิดไอสีขาวที่ลมหายใจ
"ธันวา ตั้งสติ!"
เสียงทุ้มนิ่งแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นคง นิ้วเรียวยาวของเธอคีบยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกชาดไว้ระหว่างนิ้วสองนิ้ว ดวงตาคู่คมของหญิงสาวไม่ได้มองที่ร่างของวิญญาณปริศนา แต่มองตรงมาที่ทนายความหนุ่มเพื่อดึงเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความหวาดกลัว
"ผมมีสติครบถ้วนดีครับ รินรดา" ธันวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมา เขาปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "เพียงแต่กำลังคิดว่า... เอกสารชุดนี้ จะใช้ยื่นต่อศาลในฐานะพยานวัตถุได้อย่างไร ในเมื่อกฎหมายไม่ยอมรับฟังเสียงจากคนตาย"
"กฎหมายอาจไม่รับฟัง... แต่ศาลแห่งสัจธรรมไม่เคยปฏิเสธความจริง" รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน เธอกวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับวิญญาณตนนั้นด้วยความสงบ "เขาไม่ได้มาเพื่อให้คุณเอาเอกสารนี้ไปยื่นศาลแบบโต้งๆ หรอกครับธันวา เขากำลังบอกว่า 'ร่องรอย' ของความจริงซ่อนอยู่ที่ไหนต่างหาก"
สิ้นคำพูดของหญิงสาว ร่างของวิญญาณในชุดสูทก็ชี้เรียวนิ้วที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำโคลนไปยังหน้าเอกสารแผ่นสุดท้าย ตรงมุมล่างขวาที่มีรอยเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจางๆ และตัวเลขพิกัด GPS ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบปริศนาดังขึ้นในหัวของธันวาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความโฮโลแกรมสีฟ้าจางๆ ที่ปรากฏขึ้นในคลื่นความคิด
*[ระบบปลดล็อก: บันทึกพิกัดลับอาณาเขตไสยเวท - อู่ซ่อมรถร้างย่านชานเมือง สะพานข้ามคลองพระองค์เจ้าสาย]*
*[เงื่อนไขพิเศษ: นำพยานปากเอกไปชี้จุดเกิดเหตุภายในเวลา 03.00 น. ก่อนที่ร่องรอยทางวิญญาณจะสลายตัว]*
ธันวาขมพู่คิ้วเข้าหากันแน่น สมองของทนายความหนุ่มกำลังประเมินความเสี่ยงและผลประโยชน์อย่างรวดเร็ว หากนี่คือเกมจิตวิทยา มันเป็นเกมที่ลงทุนสูงเกินไป แต่ถ้ามันคือความจริง... นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกคดีฆาตกรรมอำพรางให้กลายเป็นคดีอาญาแผ่นดินได้ทันที
"คุณเชื่อผมไหม ธันวา?" รินรดาก้มตัวลงกระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "คุณใช้ตรรกะและกฎหมายมาตลอดสามปีเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของคุณ แต่มันพาคุณมาไกลได้แค่นี้... บางครั้ง การยอมรับว่าโลกนี้ยังมีกฎเกณฑ์อีกชุดหนึ่งขับเคลื่อนอยู่ อาจเป็นทางออกเดียวที่คุณตามหา"
ธันวาหันไปมองหน้าหญิงสาว แววตาของเธอไม่มีความงมงาย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและจริงใจที่ส่งผ่านมาถึงเขา ความอบอุ่นสายหนึ่งไหล뢰ลผ่านความเหน็บหนาวในอก มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางคดีอันดำมืดนี้กลายเป็นจุดยึดเหนี่ยวเดียวที่ทำให้เขากล้าก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างโลกคนเป็นและคนตาย
"ตกลงครับ..." ธันวายื่นมือไปหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แม้กระดาษแผ่นนั้นจะเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง "เราจะไปที่อู่ซ่อมรถนั้นกัน แต่ถ้าคืนนี้เราไม่ได้อะไรกลับมา... ผมจะพาคุณไปเลี้ยงกาแฟเพื่อขอโทษที่ทำให้คุณต้องมาเสียเวลากับเรื่องบ้าๆ แบบนี้นะครับ รินรดา"
รินรดายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกที่ธันวาเห็นตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา ซึ่งมันทำให้บรรยากาศตึงเครียดในห้องผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "ผมไม่ดื่มกาแฟดึกๆ หรอกครับธันวา... เก็บโควตานั้นไว้เลี้ยงตอนที่เราชนะคดีดีกว่า"
ในจังหวะที่ทั้งคู่เตรียมจะลุกขึ้น ร่างของวิญญาณในชุดสูทก็ส่งเสียงครางฮือในลำคออย่างน่ากลัว ดวงตาสสีดำสนิทเบิกกว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ มันหันขวับไปมองที่ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างช้าๆ... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากห้าม ประตูไม้เนื้อแข็งบานนั้นก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือปริศนา พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนยันตัวตนอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวของทางเดิน... ร่างนั้นส่งเสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบลงทันที
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาก계ไปกับเรา และโปรดติดตามตอนต่อไปว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลนี้นะครับ
ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย•ตอนที่ 3
เมื่อหลักฐานไม่ใช่กระดาษ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายไล่ผีกับพยานปากเอกที่เป็นคนตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!