"คุณมินตราคะ หน้าต่างบานนี้ถ้าจะรื้อออกเพื่อทำช่องแสงแบบพานอรามาตามที่คุณเสนอ... โครงสร้างรับน้ำหนักของอาคารเดิมจะพังลงมาทั้งแถบนะคะ รบกวนใช้สมองส่วนหน้าคิดวิเคราะห์ให้มากกว่าอารมณ์ร่วมสักนิดจะได้ไหมคะ?"
น้ำเสียงเรียบนิ่งที่เจือแววประชดประชันเบาๆ ลอยข้ามโต๊ะประชุมไม้สักตัวใหญ่มาปะทะโสตประสาท มินตราแทบจะปาปากกาเคอร์ซีฟในมือใส่หน้าผากมนๆ ของสถาปนิกหนุ่มจอมเผด็จการคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ติดว่าเรากำลังนั่งอยู่ต่อหน้าลูกค้ารายใหญ่ระดับร้อยล้าน
นี่คือบรรยากาศเดือดระอุของตอนที่สิบสามในโปรเจกต์รีโนเวทตึกเก่าอายุกว่าห้าสิบปีให้กลายเป็นคอมมูนิตี้มอลล์สุดชิค หลังจากเมื่อคืนเราเพิ่งจะมีโมเมนต์หวานเลี่ยนชวนเขินจนนอนไม่หลับจากประโยค 'คุณแฟนในอนาคต' ของนายธันวา... มาวันนี้ พรหมลิขิตดูท่าจะแปลงร่างเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่พร้อมหยุมหัวกันได้ทุกเมื่อบนโต๊ะทำงานซะแล้วค่ะ
มินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มผู้สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนเรียบร้อยจนเห็นเส้นเลือดที่ท่อนแขน เขานั่งไขว่ห้าง สีหน้าไร้ความรู้สึกตามแบบฉบับธันวาผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบและระบบโครงสร้างวิศวกรรม
"นี่คุณธันวาคะ! ฟังภาษาไทยให้มันเคลียร์นะคะ ฉันไม่ได้บอกว่าจะทุบผนังรับน้ำหนักทิ้งอย่างไร้สมองสักหน่อย ฉันแค่วางแปลก 3D เพื่อเสนอทางเลือกให้ลูกค้าเห็นภาพกว้างต่างหากล่ะคะ วิศวกรเขาคำนวณคานเสริมเหล็กไว้รองรับเรียบร้อยแล้วต่างหาก ไม่ใช่สักแต่จะท่องจำตำราเรียนสถาปัตย์จนสมองตีบตันคิดนอกกรอบไม่เป็นแบบคุณหรอกนะคะ!"
มินตราสวนกลับทันควัน เสียงหัวใจเต้นโครมครามด้วยความโกรธผสมความน้อยใจลึกๆ เมื่อคืนยังทำตัวเหมือนคนคลั่งรักส่งข้อความมาหยอดหัวใจเล่นซะจนเธอแทบละลาย แต่วันนี้กลับมาทำตัวเป็นเจ้าโลกผู้ทรงภูมิคอยจับผิดทุกฝีก้าวในสนามงาน ยัยติวเตอร์สาวขยับตัวแรงจนเก้าอี้พลาสติกส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดฟ้องความหัวร้อน
ธันวาถอนหายใจยาวนานราวกับเด็กสาวกำลังงอแงไม่มีเหตุผล เขาถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ซึ่งกิริยาแบบนั้นแหละค่ะที่ยิ่งทำให้อารมณ์ของมินตราเดือดพล่านขึ้นไปอีกหลายเท่า
"การทำงานระดับมืออาชีพ เขาไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับงานออกแบบหรอกนะคะคุณมินตรา ถ้าคุณยังใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาแบบนี้ โปรเจกต์นี้คงไปไม่ถึงฝั่งฝันแน่ๆ ครับ... เอ่อ... ค่ะ!"
ธันวาเกือบจะเผลอหลุดคำลงท้ายผู้ชายออกมาเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของมินตราที่ส่งมาคาดโทษ เขากระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเพลี่ยงพล้ำ แต่แววตาคู่คมนั้นยังคงแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นไม่แพ้กัน
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ลูกค้ารายใหญ่เจ้าของตึกนั่งกระพริบตาปริบๆ สลับมองหน้าสถาปนิกหนุ่มกับนักจัดการพื้นที่สาวที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตใส่กันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
มินตรากำหมัดแน่นใต้โต๊ะ เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ เธอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงจนโต๊ะสั่นสะเทือน เอกสารในแฟ้มกระจัดกระจาย
"ถ้าการทำงานกับคุณธันวา แปลว่าฉันต้องคอยก้มหัวรับฟังคำดูถูกเหยียดหยามวิสัยทัศน์ของตัวเองล่ะก็... งั้นเราก็ไม่ต้องคุยกันต่อแล้วล่ะค่ะ! เชิญคุณพ่อสถาปนิกผู้เพียบพร้อมนั่งแก้แบบคนเดียวตามสบายไปเลยนะคะ!"
พูดจบ มินตราก็คว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดสะพายไหล่ แล้วหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุมไปอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งให้ธันวานั่งหน้าชาอยู่กับที่ สายตาคมกริบมองตามร่างบางที่หายลับไปจากประตูห้อง ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกวาบหนึ่ง แต่ความถือดีและอีโก้ที่สะสมมานานกลับรั้งเขาไว้ไม่ให้วิ่งตามไปทันที
เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของธันวาสั่นครืดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะเป็นข้อความงอนง้อจากหญิงสาว
แต่มันกลับเป็นข้อความจากหน้าต่างแชตกลุ่มงานที่มินตราเพิ่งกดออกจากกลุ่มไป พร้อมกับข้อความส่วนตัวที่ส่งตรงมาหาเขาโดยเฉพาะเพียงประโยคเดียว—
*['มินตรา' ได้ออกจากกลุ่ม 'Renovate Our Dream']*
*[มินตรา: เลิกยุ่งกับฉันสักทีค่ะคุณธันวา คนบ้างานอย่างคุณอยู่คนเดียวไปจนตายเถอะนะ!]*
ธันวานั่งนิ่งค้างอยู่ที่เดิม นิ้วเรียวยาวกำโทรศัพท์แน่นจนข้อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน หัวใจวูบโหวงแปลกๆ เหมือนพื้นที่ใต้เท้ากำลังจะพังทลายลงมาจริงๆ เขารีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันทีด้วยความร้อนรน
*[ธันวา: เดี๋ยวก่อนครับ... เอ๊ย! เดี๋ยวก่อนค่ะคุณมินตรา ฟังผมอธิบายก่อน...] - ข้อความนี้ถูกลบแล้ว-*
*[ธันวา: มินตรา อย่าเพิ่งประชดกันสิครับ... บ้าจริง! ยัยตัวแสบเอ๊ย!] - ข้อความนี้ถูกลบแล้ว-*
ธันวากดลบข้อความแล้วพิมพ์ใหม่ด้วยความลนลานจนมือสั่น เขาลืมตัวเผลอพิมพ์คำลงท้ายแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากระบบแชตเด้งขึ้นมาขัดจังหวะความวุ่นวายในหัวใจ
*[ระบบ: มีผู้ใช้งานใหม่ 'คุณแม่ของมินตรา' ได้ส่งคำขอเข้าสู่แชตกลุ่มส่วนตัวของคุณ]*
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อชื่อโปรไฟล์ของแม่ยายในอนาคต (ที่เขายังไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ) ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมข้อความทักทายสั้นๆ ที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งพับเพียบกับเก้าอี้แทบไม่ทัน
*['แม่คุณมินตรา': ตาธันวาจ๊ะ... หนូตราเขางอนหนีกลับบ้านที่ต่างจังหวัดแล้วนะลูก รีบตามไปง้อด่วนเลย ไม่งั้นแม่จะยกหนูตราให้ลูกชายเพื่อนแม่คนนั้นจริงๆ ด้วยนะจ๊ะ!]*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโบ๊ะบ๊ะและลุ้นไปกับความรักฉบับคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 13
คำพูดที่ไม่เข้าหู
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!