หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานสถาปนิกโทนสีเทาเข้ม ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตสีเขียวเด้งขึ้นมาติดต่อกันสามบรรทัดรวด จนคนนั่งหน้าตึงหลังตรงอยู่หลังโต๊ะทำงานต้องเหลือบสายตาคมกริบมองด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้
*[แม่คุณมินตรา]: ธันวาคะ... หนูตราเขาถึงบ้านที่อยุธยาโดยสวัสดิภาพแล้วนะคะ ฝากบอกตาธันวาด้วยว่าอย่ามัวแต่ตรวจแบบแปลนจนลืมง้อเด็กดื้อล่ะ เดี๋ยวจะโดนคาบไปกินจริงๆ นะจะบอกให้*
*[แม่คุณมินตรา]: ส่งสติกเกอร์รูปแมวชู2นิ้ว*
*[แม่คุณมินตรา]: (แนบรูปถ่าย: มินตรากำลังนั่งหน้ามุ่ยแกะห่อขนมเปี๊ยะของโปรดบนชานบ้านไม้สักท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำ)*
ธันวาแค่นเสียง "ชิ" ออกมาจากลำคอเบาๆ นิ้วเรียวยาวที่ปกติเอาไว้ตวัดปลายดินสอเขียนแบบสถาปัตยกรรมอย่างแม่นยำ กลับเคาะลงบนโต๊ะไม้สักตามจังหวะอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน เขาเนี่ยนะ... จะต้องดั้นด้นขับรถสปอร์ตคู่ใจฝ่ารถติดเป็นชั่วโมงเพื่อไปง้อคุณติวเตอร์จอมกะล่อนคนนั้น ไม่มีทางหรอกค่ะ! คนอย่างสถาปนิกธันวาผู้วางแผนชีวิตไว้ทุกตารางนิ้ว ไม่มีทางยอมเสียฟอร์มให้ยัยตัวแสบเด็ดขาด
มือหนาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแชตส่วนตัวกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้หนีไปตั้งหลักไกลถึงอยุธยา หน้าจอแสดงข้อความล่าสุดที่เขาเป็นฝ่ายพิมพ์ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น—ไม่มีการตอบกลับจากอีกฝ่ายแม้แต่ตัวอักษรเดียว
*ธันวา: "เด็กดื้อเอ๊ย คิดว่าหนีกลับบ้านแล้วผมจะไม่กล้าตามไปหรือไง"*
เขากดลบข้อความนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเป็นพิมพ์ใหม่ด้วยความลังเล
*ธันวา: "กลับมาเคลียร์งานรีโนเวทห้องครัวให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลยนะ มินตรา"*
ลบอีกรอบ... แบบนี้มันดูใจร้ายเกินไปหน่อยสำหรับคนคูลๆ อย่างเขา
*ธันวา: "ถ้าพรุ่งนี้ไม่มาเคลียร์แบบแปลนที่ออฟฟิศ ผมจะหักเงินเดือนข้อหาละทิ้งหน้าที่"*
นิ้วชะงักค้างอยู่เหนือปุ่มส่ง... สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความพ่ายแพ้ต่อหัวใจตัวเอง ธันวาโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเสียงดังปึก ลุกขึ้นคว้ากุญแจรถยนต์แล้วเดินดุ่มๆ ออกจากห้องทำงานทันที โดยไม่ลืมคว้าเสื้อแจ็คเก็ตตัวเก่งติดมือไปด้วย ก็ได้... แค่ไปตรวจหน้างานแถวอยุธยา (ในรัศมีสามเมตรจากบ้านยัยตัวแสบ) หรอกน่า!
ในขณะเดียวกัน ที่เรือนไทยโบราณริมน้ำจังหวัดอยุธยา มินตรากำลังนั่งแกว่งขาไปมาบนเก้าอี้หวายอย่างสบายอารมณ์ มือบางถือช้อนตักขนมไทยใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ ปากก็บ่นงึมงำกับคุณแม่ของธันวาที่นั่งยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ฝั่งตรงข้าม
"คุณแม่คะ ทำไมต้องไปฟ้องตาบ้านั่นด้วยล่ะคะว่าหนูงอนหนีกลับบ้าน หนูไม่ได้งอนสักหน่อย หนูแค่... แค่เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานต่างหากเล่า!" มินตราแก้ตัวเสียงสูง กลบเกลื่อนรอยแดงระเรื่อที่ลามเลียพวงแก้ม เมื่อนึกถึงสายตาดุๆ กับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเอ็ดเธอด้วยความเอ็นดูเสมอเวลาเธอแกล้งทำตัวดื้อใส่
"ตายจริง... เด็กแถวนี้ปากแข็งยิ่งกว่าอิฐมอญเผาไฟซะอีกนะเนี่ย" คุณแม่หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี "เมื่อกี้ไลน์มาถามใหญ่เลยว่า หนูตรากินข้าวหรือยัง งอนเรื่องอะไรนักหนา... แม่ล่ะอยากจะขำหน้าตาตอนหัวเสียของลูกชายตัวเองจริงๆ เชียว"
มินตราแอบอมยิ้มจนแก้มปริ แต่ก็ยังทำเป็นเชิดหน้าขึ้นแล้วยักไหล่เบาๆ "ช่างเขาปะคะคุณแม่ ปล่อยให้สถาปนิกหน้านิ่งคนนั้นนั่งเครียดกับแปลนบ้านไปคนเดียวเถอะค่ะ หนูจะมาพักผ่อนหย่อนใจ เสพงานสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์แถวนี้ให้หนำใจเลยคอยดู"
ทว่า ความมั่นใจเมื่อครู่กลับสั่นคลอนทันที เมื่อเสียงท่อไอเสียรถยนต์คุ้นหูคันโตดังแว่วมาแต่ไกล เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูรั้วเรือนไทย เสียงปิดประตูปังดังสนั่นตามมาด้วยฝีเท้าก้าวฉับๆ ที่คุ้นเคยจนหัวใจดวงน้อยๆ ของมินตรากระตุกวูบ
ธันวามาถึงที่นี่... ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงหลังจากที่คุณแม่ส่งพิกัดไป!
ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ก้าวเข้ามาในเขตเรือนไทยด้วยสีหน้าเรียบตึงเป็นเอกลักษณ์ นัยน์ตาสีเข้มกวาดสายตามาหยุดอยู่ที่ร่างบางที่กำลังเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ขนมเปี๊ยะในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น
"อ้าว... ตาธันวา มาเร็วกว่าที่แม่คิดไว้นะเนี่ย ลูกสะใภ้ เอ๊ย! หนูตราเขานั่งรออยู่ตรงนี้จ่ะ" คุณแม่ส่งยิ้มพิมใจให้ลูกชายสุดหล่อที่ตอนนี้เดินมาหยุดยืนค้ำหัวเก้าอี้หวายที่มินตราร่างบางนั่งอยู่
ธันวากดสายตานิ่งสนิทลงมองติวเตอร์สาวจอมแสบที่หดคอหนีเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างเหนือกว่า ก่อนจะโน้มตัวลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนใจสั่นที่ได้ยินกันแค่สองคน
"หนีเก่งนักนะ... แม่คุณ" ธันวาเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตากรุ้มกริ่มกวาดมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัด "ไหนบอกซิ ว่าใครกันแน่ที่ต้องเป็นฝ่ายถูกเคลียร์?"
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงคิดคำเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว เคมีระหว่างคนทั้งคู่ระอุจนบรรยากาศริมน้ำดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่มินตรากำลังจะอ้าปากตอกกลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ ควักโทรศัพท์ออกมากดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของคนตัวเล็ก
"ว่าไง...?" เสียงทุ้มเอ่ยรับสายห้วนๆ
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของใครอีกคนจะดังลอดออกมาจนมินตราที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ—น้ำเสียงที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาแข็งค้างในทันที
*(“ธันวา... นายจำฉันได้หรือเปล่า? ฉันกลับมาจากต่างประเทศแล้วนะ พอดีแวะมาที่ออฟฟิศนาย เห็นว่าโปรเจกต์รีโนเวทห้องครัวของมินตรา นายยังดูแลอยู่ใช่ไหม... ฉันขอร่วมแจมด้วยคนสิ พอดีฉันสนใจงานแนวนี้พอดีเลย”)*
ธันวานิ่งงัน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มือที่ถือโทรศัพท์กระชับแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว ส่วนมินตราที่ได้ยินชื่อและประโยคเมื่อครู่ถึงกับหน้าถอดสี หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเขินอายเมื่อครู่กลับดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... เจ้าของเสียงในสายนั้นคือใคร
ขอบคุณที่เดินทางมาเติมความอบอุ่นหัวใจด้วยกันในทุกๆ ตอนนะคะ
สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 14
แชตที่ไม่มีการตอบกลับ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!