สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 6

ติดฝนที่ไซต์งาน

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์ตอนรีโนเวทห้องสมุดเก่าหลังนี้ ฝ้าเพดานที่ผุอยู่แล้วคงจะถล่มลงมาเพราะความเครียดของคุณแน่ๆ ค่ะ คุณธันวา" ฉันเอ่ยปากแซวพร้อมกับสะบัดเศษฝุ่นออกจากชายเสื้อคาร์ดิแกน เสียงฝนที่เทกระหน่ำลงมาใส่หลังคาสังกะสีของไซต์งานเก่าๆ มันดังจนแทบจะกลบเสียงสนทนาของเราไปหมด แต่มันก็ดีนะคะ... อย่างน้อยความวุ่นวายของโลกภายนอกก็ถูกตัดขาดไป เหลือแค่ฉันกับ 'สถาปนิกหน้านิ่ง' ที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ตรงหน้า ธันวาปรายตามองฉัน แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นนั่นดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ "มันไม่ใช่ความเครียด แต่มันคือการคำนวณโครงสร้างที่ผิดพลาดจากพิมพ์เขียวชุดเดิม ถ้าผมไม่แก้ตรงนี้ให้จบภายในคืนนี้ กำหนดการส่งมอบงานสัปดาห์หน้าพังไม่เป็นท่าแน่ครับ... เอ้อ หมายถึงแน่ค่ะ" เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเผลอแทนตัวเองผิดพลาดเพราะความเบลอ แล้วรีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน ฉันหลุดขำออกมาเบาๆ จนเขาต้องถลึงตาใส่ "นี่! จะรีบไปไหนนักหนาคะ ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแค่เส้นขีดเขียนบนกระดาษหรอกนะ บางทีการหยุดรอให้ฝนซา... มันก็เป็นการ 'รีโนเวทจังหวะชีวิต' ที่ดีเหมือนกันนะ" ฉันหย่อนตัวลงนั่งบนกองไม้ลังเก่าๆ พลางหยิบสมุดบันทึกเล่มคู่ใจออกมาจดอะไรบางอย่าง ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งบนลังไม้ฝั่งตรงข้ามห่างออกไปสองเมตร ระยะห่างที่เขามักจะรักษาไว้อย่างดีเสมอ แต่บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดินกลิ่นฝนและแสงไฟสลัวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ มันทำให้กำแพงในใจของเขาสั่นคลอน "คุณบอกว่าอยากเห็นห้องสมุดนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้" ธันวาเปิดประเด็นขึ้นมาเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่กลายเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด "แต่ในความเป็นจริง... การจะทำอะไรสักอย่างให้สมบูรณ์แบบ มันต้องมีการวางแผนที่เข้มงวด มินตรา คุณไม่เหนื่อยเหรอที่ต้องคอยวิ่งไล่ตามความฝันที่มันดูเลื่อนลอยแบบนี้?" ฉันชะงักปลายปากกา มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั่น "ความฝันไม่ได้เลื่อนลอยค่ะ แต่มันคือการ 'ออกแบบ' ความสุขให้คนอื่นต่างหาก ถามจริงๆ นะคะคุณสถาปนิก... วันๆ คุณวางแผนให้ชีวิตคนอื่นจนลืมไปหรือเปล่าว่า ตัวคุณเองอยากได้อะไร?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่รั่วซึมลงมาจากมุมเพดาน ธันวาเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดานไม้ที่ผุพัง แสงไฟสะท้อนบนใบหน้าด้านข้างที่ดูเศร้าหมอง "ผมเคยคิดว่าชีวิตคืออาคารที่สร้างจากแบบแปลนที่ผมเขียนเองทั้งหมด" เขาพูดเสียงแผ่ว "ถ้าผมคุมทุกอย่างได้ ชีวิตก็จะไม่มีวันถล่มลงมา... แต่ตั้งแต่คุณเข้ามา พื้นที่ที่ผมเคยจัดระเบียบไว้อย่างดีมันก็รวนไปหมดเลยนะ" "รวนในทางที่ดีหรือแย่คะ?" ฉันถามพลางขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แกล้งถามหยั่งเชิงด้วยรอยยิ้ม "รวนจนผม... รู้สึกว่าบางทีการอยู่นอกแผนบ้าง มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น" เขาหันมาสบตาฉันพอดี จังหวะหัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อเห็นประกายอ่อนโยนในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของสถาปนิกที่กำลังมองแบบแปลน แต่เป็นสายตาของใครบางคนที่กำลัง 'มองหาคำตอบ' จากฉัน เราสบตากันนานจนเขิน... หรือจริงๆ แล้วฉันแค่หลงไปกับความเงียบที่แสนอบอุ่นนี่กันนะ? "นี่คุณธันวาคะ..." ฉันกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มจะหวานเกินความจำเป็น แต่จู่ๆ ไฟในไซต์งานก็ดับพรึ่บลงสนิท ความมืดมิดเข้ามาโอบล้อมเราสองคนทันที "มินตรา! นั่งอยู่เฉยๆ นะ อย่าขยับ!" ธันวาร้องบอก เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความตกใจ พร้อมกับสัมผัสจากมือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือฉันอย่างลืมตัว "ฉัน... ฉันโอเคค่ะ" ฉันตอบเสียงสั่นไม่แพ้กัน ในความมืดมิดนั้นฉันสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือของเขาที่บีบกระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเขากำลังกลัวว่าฉันจะหายไปไหน "ผมไม่อยากให้ชีวิตคุณรวนไปกับผมเลย" เขาพึมพำชิดใกล้จนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดลงบนแก้ม "แต่ตอนนี้... ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ถ้าไม่มีคุณอยู่ตรงนี้ ผมจะยังเดินหน้าออกแบบชีวิตของตัวเองต่อไปได้หรือเปล่า" เขาขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนที่ติดตัวเขามา หัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เกินเลยไปมากกว่าแค่การเป็นเพื่อนร่วมงาน... เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังลั่นขึ้นท่ามกลางความเงียบสนิท หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าใกล้ชิดที่เกือบจะแตะกันอยู่แล้ว ธันวาผละออกอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สายตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ "แม่?" เขาพึมพำเบาๆ พร้อมกับกดรับสายด้วยสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ธันวา! ลูกอยู่ไหนน่ะ? แม่กำลังจะไปหาที่ไซต์งาน พอดีแม่มีเรื่องด่วนจะบอกเรื่องการแต่งงานของลูกกับยัยหนูพิมพา... แม่กำลังเลี้ยวรถเข้าเขตไซต์งานแล้วนะ อีกห้านาทีเจอกัน!" ธันวาตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เขาหันมามองฉันด้วยสายตาที่บอกได้เลยว่า 'ซวยแล้ว' ก่อนที่เสียงไฟหน้าของรถยนต์คันหรูจะส่องสว่างเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้าง ฝ่าความมืดที่เพิ่งจะปกคลุมเราไว้เมื่อครู่... ความลับที่เราเพิ่งจะก่อตัวขึ้น กำลังจะถูกพังทลายลงด้วยการมาถึงของคนที่เขาเลี่ยงมาตลอดชีวิต! หวังว่ารี้ดเดอร์จะเป็นกำลังใจให้ 'สมุดบันทึกสีน้ำตาล' คนนี้เขียนตอนต่อไปให้อลหม่านและน่าติดตามกว่าเดิมนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%