สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 2

แชตที่หนึ่ง... ห้ามแตะต้องงานผม

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานไม้สักทองสั่นครืดคราดติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ ด้วยความเร็วระดับที่ถ้ามันมีชีวิต มันคงวิ่งหนีออกจากห้องไปตั้งนานแล้วค่ะ มินตรานั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งถือแก้วชานมไข่มุกที่เม็ดไข่มุกเริ่มนิ่มจนดูดไม่ค่อยขึ้น ส่วนสายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอแชตสีเขียวที่กำลังรัวข้อความเข้ามาอย่างบ้าคลั่งจาก ‘ท่านสถาปนิกหน้าตาย’ คนเดิม เพิ่มเติมคือความหัวร้อนที่ทะลุจอออกมาจนเกือบจะได้กลิ่นไหม้ ให้ตายเถอะ... เธอกล้าดียังไงไปแตะต้องสันแฟ้มสีน้ำเงินพวกนั้นกัน! เสียงกริ่งหน้าห้องทำงานพ่วงด้วยเสียงทุบประตูปึ้งๆ สองสามที เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าเจ้าของห้องตัวจริงกลับมาถึงถิ่นแล้ว และเขากำลังสติหลุดอย่างรุนแรง มินตราแอบแลบลิ้นใส่ประตูไม้บานหนusหน่วงนิดหน่อย ก่อนจะกดปลดล็อกหน้าจอแล้วเริ่มพิมพ์ตอบกลับไปอย่างลอยหน้าลอยตา [Tan_Arch]: คุณมินตรา! คุณรื้อโต๊ะทำงานผมเหรอครับ? ใครอนุญาตให้คุณย้ายแฟ้มโปรเจกต์รีโนเวต์ตึกเก่าแถวพระนครไปไว้ชั้นสาม? [Mintra_Space]: อ้าว ท่านสถาปนิกขา ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ หายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบ... สันแฟ้มสีน้ำเงินที่คุณเรียงตามลำดับความเก่าแก่ของอิฐมอญน่ะ มันทำให้โต๊ะคุณดูเหมือนพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ ฉันแค่จัดใหม่ให้มันเป็นระเบียบตามหลักสถาปัตยกรรมเชิงจิตวิทยาต่างหากล่ะคะ [Tan_Arch]: สถาปัตยกรรมเชิงจิตวิทยาบ้านคุณสิครับ! นั่นมันระบบการทำงานของผม! ผมรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนโดยไม่ต้องใช้สมองคิดด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้... ผมหาแบบแปลนโครงสร้างหลักไม่เจอ! คุณเอาไปไว้ไหน! [Mintra_Space]: แหม... ทำเป็นจำไม่ได้ไปได้ ฉันไม่ได้เอาไปทิ้งขยะสักหน่อย แค่ย้ายมันไปไว้ในลิ้นชักสีขาวที่มีป้ายเขียนแปะตัวโตๆ ว่า ‘เอกสารสำคัญห้ามแตะ’ ต่างหากล่ะคะ หรือว่าคุณธันวาอ่านไม่ออกคะ ถึงหากล่องนั้นไม่เจอ หรือต้องให้ฉันจุดธูปเชิญวิญญาณไปหยิบให้ดีคะ? [Tan_Arch]: เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้เลยนะ! คุณกำลังทำให้งานออกแบบสามเดือนของผมพังพินาศ! มินตราหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะสดใสเคลือบรอยเจ้าเล่ห์ดังสะท้อนอยู่ในห้องทำงานที่ตอนนี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม เธอก้าวเท้าเดินไปปลดล็อกกลอนประตูช้าๆ เพื่อต้อนรับผู้ชายจอมเนียบที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงราวกับโลกใบนี้ติดหนี้เขาหลายร้อยล้าน แอด... ประตูเปิดอ้าออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนที่ข้อมือข้างที่กำหมัดแน่น ธันวากำลังยืนหายใจฮึดฮัด ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปดไทย ดวงตาคมกริบมองมาที่เธอด้วยสายตาที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เชื่อไหมคะ... แทนที่มินตราจะกลัว เธอกลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เวลาหัวเสียแล้วดู... เหมือนเด็กผู้ชายโดนแย่งของเล่นไม่มีผิด "ไงคะคุณธันวา หน้าตาดูสดใสดีจัง ทานกาแฟดำมาเกินขนาดเหรอคะ ถึงได้อารมณ์เสียแต่เช้า" มินตราเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาทแบบสุดฤทธิ์ พรางพิงถึงแก้วกาแฟในมือเขา ธันวาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาไม่ได้เดินเข้ามาในห้องทันที แต่เลือกที่จะยืนขวางประตูไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะแอบหนีไปไหนได้ สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องที่ตอนนี้ถูกจัดระเบียบใหม่จนโล่งตา โต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ที่เคยมีกองกระดาษและโมเดลกระดาษลังวางระเกะระラะ ตอนนี้ถูกเคลียร์จนสะอาดเอี่ยม มีเพียงแจกันดอกไม้เล็กๆ วางอยู่มุมซ้ายเท่านั้น "คุณ... ทำอะไรกับห้องผมเนี่ย" ธันวาเค้นเสียงถามลอดไรฟันทีละคำ คล้ายคนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ขั้นสุด "รีโนเวทใจให้คุณไงคะ" มินตราตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้เขาทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนอ่อนๆ และกลิ่นกาแฟคั่วเข้มโชยเข้าจมูกจนเธอต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ "คุณทำงานในสภาพแวดล้อมที่อุดมไปด้วยฝุ่นและกระดาษกองโตมาห้าปีแล้วนะธันวา ชีวิตคุณขาดสีสันมานานเกินไปแล้ว ให้ฉันดูแลพื้นที่ทำงานให้เถอะค่ะ รับรองว่าโปรเจกต์นี้เสร็จไวขึ้นสามเท่าแน่นอน" ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อโดนจู่โจมด้วยประโยคคำพูดที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็น ดวงตาสีนิลคู่นั้นก้มลงมองหน้าติวเตอร์สาวตัวแสบที่สูงแค่ระดับอกของเขาพอดี ใบหน้าของมินตราแหงนขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวรังสีอำมหิตที่เขากำลังแผ่ออกมาเลยสักนิด "ถอยไปเลยนะคุณมินตรา..." ธันวาเอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย เมื่อรู้สึกว่าหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะกับรอยยิ้มกวนๆ นั่น "แล้วก็เลิกเรียกผมด้วยชื่อเล่นห้วนๆ แบบนั้นสักที เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น" "อ้าว ก็คุณชื่อธันวานี่นา จะให้เรียกว่า 'ท่านสถาปนิกผู้เคร่งขรึมผู้มีใบหน้าบูดบึ้งตลอดเวลา' มันก็ยาวไปไหมคะ หรือจะให้เรียกว่า 'ที่รัก' ดีล่ะคะ เผื่อเราจะได้คุยกันรู้เรื่องขึ้น" มินตราบิดตัวเล่นด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันหลังกลับไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาสไลด์หน้าจอโชว์ตารางงานให้เขาดู แต่ในจังหวะนั้นเอง ธันวาที่พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มสีน้ำเงินบนชั้นวางด้านหลังตัวเธอ ทำให้แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบล้อมเธอไว้โดยไม่ตั้งใจ ใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกับเส้นผมหอมกรุ่นของเธอ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจของใครบางคนที่ดังตึ๊กตักจนน่ากลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มินตราตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มเนียนใส ธันวาเองก็ชะงักค้างไปเช่นกัน ร่างสูงนิ่งงันอยู่ท่าเดิม มือที่เอื้อมไปหยิบแฟ้มค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากเส้นผมของหญิงสาวกำลังมอมเมาประสาทสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง จนสมองที่เคยมีแต่ระเบียบและแปลนก่อสร้างพังทลายลงไม่เป็นท่า ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อระบบความคิดของเขาเกินไปแล้ว "เอ่อ... คือว่า..." มินตราอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศประหลาดนี้ แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของเธอกลับดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน [Tan_Arch]: ผม... ขอโทษที่เสียงดังใส่เมื่อกี้ครับ... แล้วกก็... ขอบคุณนะที่จัดโต๊ะให้ (พิมพ์ผิด ห้ามอ่าน!) มินตรากะพริบตาปริบๆ เมื่อก้มลงมองหน้าจอแล้วเห็นข้อความที่ถูกส่งเข้ามาจากผู้ชายคนที่กำลังยืนกักตัวเธอไว้อยู่ในตอนนี้ แถมเขายังพิมพ์มายอมรับตรงๆ ทั้งที่ปากแข็งมาตลอด และที่พีคยิ่งกว่าคือ... เขากดส่งข้อความบอกความในใจบางอย่างเกี่ยวกับตัวเธอลงในกลุ่มแชตส่วนรวมของบริษัทโดยไม่ได้ตั้งใจ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและร่วมลุ้นไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%