"ถ้าคุณยังกล้าวางแก้วกาแฟลงบนแบบแปลนของฉันอีกแค่ครั้งเดียว เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากสตูดิโอได้เลยค่ะคุณมินตรา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาจนติดลบดังขึ้นทันทีที่ฉันก้าวพ้นขอบประตูไม้สักทองของห้องทำงานสถาปนิกใหญ่ ธันวายังคงนั่งหลังตรงแน่วอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สองจอ นิ้วเรียวยาวราวกับนักเปียโนยังคงคลิกเมาส์รัวเร็วโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของเขาเลยสักนิด
สวัสดีค่ะคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน! กลับมาพบกับ "สมุดบันทึกสีน้ำตาล" คนเดิม เพิ่มเติมคือหัวใจจะวายตั้งแต่เปิดฉากแรกของโปรเจกต์รีโนเวทตึกเก่าหลังนี้แล้วค่ะคุณขา! บอกเลยว่าอีตาธันวา สถาปนิกหนุ่มหน้าตายคนนี้ ไม่ได้มีดีแค่อภินิหารความหล่อเหลาระดับพระเอกซีรีส์เกาหลีนะคะ แต่ความเรื่องมากและเจ้าระเบียบของเขานี่มันระดับศาสตราจารย์ด้านความเป๊ะที่พร้อมจะจับผิดทุกฝุ่นละอองในห้องเลยทีเดียว
ฉัน—มินตรา ติวเตอร์สาวผู้ผันตัวมาจับงานจัดระเบียบพื้นที่และรีโนเวทความทรงจำ ก้มมองแก้วกาแฟลาเต้เย็นในมือสลับกับโต๊ะทำงานของเขาที่มีตารางพิกัดวางของเป๊ะๆ ยิ่งกว่าสนามรบ แล้วก็ได้แต่แอบเบะปากใส่แผ่นหลังกว้างที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวรีดเรียบกริบไร้รอยยับนั้น
"โอייה คุณธันวาคะ นี่มันยุคดิจิทัลแล้วนะคะ จะมาซีเรียสอะไรกับแก้วกาแฟแก้วเดียว อีกอย่าง พื้นที่ตรงนี้ฉันเป็นคนรับผิดชอบดูแลเรื่องการจัดวางสเปซนะคะ ตามหลักฮวงจุ้ยและการใช้งานจริง แก้วกาแฟตรงมุมซ้ายสุดนี่แหละคือจุดพลังงานที่ไหลลื่นที่สุดค่ะ" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลางเดินดุ่มๆ เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาโดยไม่สนสายตาพิฆาตที่เริ่มแผ่รังสีอำมหิตออกมา
ธันวาหยุดมือที่กำลังพิมพ์แป้นพิมพ์ทันที เขากลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าคมคายนั้นไร้รอยยิ้มสิ้นเชิง ดวงตาสมส่วนคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสุดเนี้ยบจ้องมองมาที่ฉันราวกับกำลังประเมินโทษทัณฑ์ของนักโทษประหาร
"ฟังให้ดีนะคะคุณมินตรา กฎข้อที่หนึ่งของสตูดิโอแห่งนี้... ห้ามมีวัตถุใดๆ ที่มีสถานะเป็นของเหลวหรือมีความเสี่ยงที่จะหกเลอะเทอะ วางอยู่บนรัศมีสามสิบคเซนติเมตรจากแบบแปลนกระดาษและอุปกรณ์เขียนแบบเด็ดขาด กฎข้อที่สอง..." เขายกนิ้วขึ้นมานับทีละข้อด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังอ่านข้อตกลงสันติภาพระหว่างประเทศ "ห้ามขยับตำแหน่งของทุกอย่างบนโต๊ะทำงานของผมแม้แต่เซนติเมตรเดียว และกฎข้อที่สาม..."
ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของฉันที่กำลังยิ้มแป้นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย
"...ห้ามเถียงผมเวลาที่ผมกำลังอธิบายกฎเหล็กพวกนี้"
"โห! คุณคะ นี่มันกฎระเบียบหรือค่ายกักกันนาซีกันแน่เนี่ย?" ฉันหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับจงใจ... ใช่ค่ะ ฉันจงใจจริงๆ! วางแก้วกาแฟเย็นฉ่ำที่มีหยดน้ำเกาะพราวลงบนมุมโต๊ะทำงานของเขา ตรงเป๊ะทับลงบนเส้นตารางพิกัดของแบบแปลนที่เขากำลังนั่งแก้พอดีเป๊ะ!
เพล้ง! (ไม่ใช่เสียงแก้วแตกนะคะ แต่เป็นเสียงความอดทนของสถาปนิกหนุ่มที่ขาดผึ่งลงในใจ)
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกระแทกทำให้เก้าอี้ออฟฟิศราคาแพงถอยหลังไปชนผนังเสียงดังสนั่น เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดๆ ลอยเข้าจมูก ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนฉันแอบสะดุ้งเล็กน้อยและต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือด้านหลังโดยอัตโนมัติ
ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของฉันอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างออกไปแค่คืบเดียวจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านจริงๆ สินะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน ความใกล้ชิดนี้ทำเอาหัวใจเจ้ากรรมของฉันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย
"ก็บอกแล้วไงคะว่าฉันเป็นคนชอบ... สร้างความเปลี่ยนแปลง" ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ ถึงแม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับระยะประชิดนี้จนมือไม้เริ่มไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างเรากำลังชวนให้เขินตัวบิดจนแทบจะละลายไปกับพื้นห้องนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับร่างของเลขาสาวหน้าตาตื่นที่ผลักประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้... เอ่อ... คือ..." เลขาสาวกลืนน้ำลายเอื้อมมือปาดเหงื่อ "เขามายืนรออยู่ที่ล็อบบี้แล้วค่ะ และเขาบอกว่าต้องการจะยกเลิกสัญญาโปรเจกต์นี้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!"
ธันวาผละออกจากฉันทันที สีหน้าเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นความเครียดขมึงขึ้นมาในเสี้ยววินาที เขาก้มมองแก้วกาแฟบนโต๊ะสลับกับฉัน แล้วหันไปคว้าสูทสีเข้มขึ้นมาสวมด้วยความรวดเร็ว
"ฝากเคลียร์โต๊ะผมให้สะอาดเหมือนเดิม... และอย่าเพิ่งไปไหนเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมาคุยเรื่องกฎสามข้อนี้ต่อให้จบ" ธันวาหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้าฉันออกไปอย่างรีบเร่ง
ฉันยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง สายตามองตามแผ่นหลังของเขาที่ลับตาไป หัวใจยังคงเต้นโครมครามด้วยความตกใจปนความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในอก
แล้วจู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของฉันก็สั่นครืดขึ้นมา มีข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ เป็นข้อความจากบัญชีไลน์ของคนที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้...
*[ธันวา]: "ถ้าคุณทำแบบแปลนของผมเสียหายแม้แต่มิลลิเมตรเดียว... เตรียมตัวรับผิดชอบด้วยการเป็นลูกมือช่วยผมแก้งานโปรเจกต์นี้ไปตลอดชีวิตได้เลยครับ มินตรา"*
กรี๊ด! อีตาบ้าสถาปนิกนี่! ส่งข้อความแบบนี้มาหมายความว่ายังไงกันเล่าคะเนี่ย!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและร่วมลุ้นไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 1
กฎสามข้อของเจ้านายสายเนี้ยบ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!