สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 20

เหตุการณ์ระทึกในโรงแรม

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"แล้วถ้าข้อความนั้น... คุณตั้งใจจะส่งให้ผมล่ะครับ?" เสียงทุ้มต่ำของธันวาที่ดังลอดออกมาจากหน้าจอโทรศัพท์ในความเงียบสงบของห้องพักโรงแรม ทำให้มินตราถึงกับสะดุ้งสุดตัว มือบางที่ถือแก้วน้ำอยู่เกือบจะปล่อยหลุดร่วงลงพื้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีประโคมอยู่ข้างหู ติวเตอร์สาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมได้อย่างรวดเร็ว กลับว่างเปล่าและขาวโพลนไปชั่วขณะ ให้ตายเถอะ! นี่เธอกำลังเผชิญหน้ากับสถาปนิกหน้านิ่งที่ปกติเอาแต่พูดเรื่องแปลนอาคารและระยะร่น แต่วันนี้เขากลับยิงคำถามฆ่าคนชัดๆ! "มะ... หมายความว่ายังไงคะคุณธันวา! ฉันก็แค่มือลั่นพิมพ์ผิดส่งกลุ่มผิดต่างหากเล่า!" มินตราละล่ำละลักตอบผ่านเสียงสั่นเครือ ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด แม้จะมองไม่เห็นหน้าเขาในความมืดสนิทนี้ แต่เธอก็เดาได้ไม่ยากเลยว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบมุมปากข้างเดียวกำลังประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นแน่ๆ ครืดดด— พรึบ! ในเสี้ยววินาทีที่มินตรากำลังจะพิมพ์ข้อความแก้ตัวยาวเหยียดเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย จู่ๆ ไฟฟ้าทั้งชั้นของโรงแรมก็ตัดดับลงอย่างกะทันหัน ความมืดสนิทเข้าโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ในทันที ไม่เหลือแม้แต่แสงไฟฉุกเฉิน "อุ๊ย!" มินตราหลุดอุทานด้วยความตกใจ เผลอขยับตัวถอยหลังจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเสียงดังทึบ "ระวังค่ะ" เสียงของธันวาใกล้เข้ามามาก มากเสียจนมินตราสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขาที่ลอยละล่องมาปะทะผิวแก้ม ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือของตัวเอง ประสาทสัมผัสอื่นๆ กลับทำงานอย่างตื่นตัวเกินเหตุ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสะอาดๆ ประจำตัวของสถาปนิกหนุ่มลอยวนอยู่รอบตัว จนเธอแทบไม่กล้าหายใจแรง แชตในหน้าจอโทรศัพท์มือถือกลายเป็นแหล่งกำเนิดแสงเดียวที่สาดส่องใบตึงเครียดแต่แฝงแววตากรุ้มกริ่มของธันวา เขากดเปิดไฟฉายจากมือถือของตัวเองแล้ววางคว่ำลงบนโต๊ะ ทำให้แสงสีนวลสะท้อนเพดานห้องเกิดเป็นบรรยากาศสลัวชวนใจเต้น "ไฟดับแบบนี้... สงสัยหม้อแปลงข้างล่างคงจะมีปัญหาค่ะ" ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่นุ่มนวลกว่าปกติ เขาหยิบเก้าอี้สำนักงานมานั่งลงตรงหน้ามินตราที่ยังคงยืนพิงโต๊ะอยู่ "ค่ะ... น่าจะอย่างนั้น" มินตราพยายามดึงสติแล้วทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวที่อยู่ใกล้ที่สุด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อมมือถึง "แล้วคุณไม่ออกไปดูที่ล็อบบี้หน่อยเหรอคะ เผื่อมีอะไรเสียหาย" "ปล่อยให้พนักงานเขาจัดการเถอะค่ะ ตอนนี้... มีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องคุยกัน" ธันวาจ้องมองเธอผ่านแสงสลัว แววตาคมกริบนั้นจริงจังเสียจนมินตราต้องเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น "เรื่องอะไรล่ะคะ งานรีโนเวทโรงแรมนี้เราก็คุยกันจบไปหมดแล้วนี่นา" เธอยังคงตีมึน พยายามใช้กำแพงความกวนประสาทมาปกป้องหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ "เรื่องข้อความที่คุณพิมพ์เมื่อกี้ไงคะ" ธันวาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนมินตราต้องถอยหลังกรูดไปจนชิดพนักโซฟา "คุณมินตรา... คนเราจะมือลั่นพิมพ์คำว่า 'คิดถึงสลับกับอยากเห็นหน้า' ส่งมาหาใครสักคนได้โดยบังเอิญจริงๆ น่ะเหรอครับ?" "ก็... ก็มันเป็นภาษาถิ่น... เอ้ย! ภาษาพิมพ์นิยมค่ะ! ใครๆ เขาก็พิมพ์เล่นกันทั้งนั้นแหละ!" มินตราเถียงคอเป็นเอ็น ทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู "ผมไม่เคยเห็นใครพิมพ์เล่นกับคู่กัดที่ชอบเถียงกันเรื่องวัสดุปูพื้นด้วยประโยคนั้นเลยนะคะ" ธันวายิ้มมุมปาก น้ำเสียงของเขามีความละมุนละไมชนิดที่มินตราไม่เคยได้ยินมาก่อน "หรือจริงๆ แล้ว... คุณเองต่างหากที่เก็บเอาเรื่องของผมไปคิดจนนอนไม่หลับ?" "หลงตัวเองที่สุด!" มินตราค้อนขวับใส่ความมืด "ฉันแค่... แค่พิมพ์บ่นกับเพื่อนร่วมงานต่างหากล่ะคะ แต่ดันเผลอกดส่งผิดห้องแชตต่างหากเล่า" "เพื่อนร่วมงานคนไหนเหรอครับ ถึงได้พิมพ์ว่า 'อยากให้ธันวาเลิกทำหน้าดุใส่สักที' แบบนั้น" ธันวาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนปลายนิ้วของเขาเกือบจะแตะโดนชายเสื้อของเธอ "หรือว่า... ที่จริงแล้วคุณกำลังแพ้ทางสถาปนิกหน้านิ่งคนนี้เข้าให้อย่างจังแล้วกันแน่?" คำถามนั้นราวกับหมัดฮุกตรงเข้ากลางใจ มินตราอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคแสบๆ คันๆ ตามสไตล์ของเธอ ทว่าจังหวะนั้นเอง... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความเงียบสงัดของทางเดินโรงแรมที่ไฟฟ้าดับสนิท ทั้งธันวาและมินตราต่างสะดุ้งและหันไปมองประตูพร้อมกันด้วยความตกใจ "ใครมาดึกดื่นป่านนี้คะเนี่ย?" มินตรากระซิบถามด้วยความสงสัย ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายและเจ้าชู้เมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและระแวดระวังทันที ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ประตูห้องช้าๆ ก่อนจะมองผ่านตาแมวออกไปด้านนอก ทว่า... สิ่งที่ธันวาเห็นผ่านเลนส์ตาแมวนั้น กลับทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก สีหน้าของเขาถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัดในความมืด "คุณธันวาคะ? ใครมาเหรอ?" มินตราเอ่ยถามด้วยความไม่สบายใจ เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขา ธันวาหันกลับมามองเธอ ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น แววตาไหววูบด้วยความรู้สึกที่มินตราไม่เคยอ่านออกมาก่อน ก่อนที่เขาจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ "ไม่ต้องส่งเสียงดังนะคะ... คนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่น ไม่ใช่พนักงานโรงแรมค่ะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%