“บอกแล้วไงคะว่าเอกสารกองโตแบบนี้ ไม่ได้สะท้อนถึงความยุ่งเหยิงของการทำงาน แต่มันสะท้อนถึงความเปราะบางในใจที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือต่างหากค่ะ คุณธันวา”
เสียงใสๆ ติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานสถาปนิกโทนสีเทาดำ มินตราในชุดสูทเบลเซอร์สีครีมสบายตาแต่คล่องตัว กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วอาณาจักรส่วนตัวของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบราวกับผู้พิพากษากำลังไต่สวนคดีอุกฉกรรจ์
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ แววตาคมดุฉายแววไม่สบอารมณ์เล็กน้อยที่ถูกบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว เขานิ่วหน้าพลางขยับกรอบแว่นสายตา “นี่คุณมินตราครับ นี่คือออฟฟิศของผม ไม่ใช่ห้องจิตวิทยาบำบัด กรุณาอย่ามาวินิจฉัยสภาพจิตใจผมผ่านกองกระดาษพวกนี้เลยครับ มันน่ารำคาญ”
“เรียกฉันว่ามินเฉยๆ ก็ได้ค่ะคุณสถาปนิกหน้านิ่ง” หญิงสาวส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงความร้ายกาจไว้เต็มพิกัด เธอยื่นมือเรียวไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงที่วางเอียงอย่างไร้ระเบียบขึ้นมาหมุนเล่น “ดูสิคะ ปากกาด้ามโปรดวางเอียงทำมุมสี่สิบห้าองศาหันหัวออกนอกประตู แสดงว่าลึกๆ แล้วคุณกำลังอยากหนีงานโปรเจกต์นี้ใจจะขาด แต่ก็กลัวเสียฟอร์มกับลูกค้ารายใหญ่ใช่ไหมล่ะคะ?”
ธันวาถอนหายใจพรวดใหญ่ออกมาอย่างเหลืออด เขาดันเก้าอี้ถอยหลังจนเกิดเสียงล้อเลียนกับพื้นไม้ “คุณว่างมากเหรอครับ ถึงได้มานั่งวิเคราะห์องศาการวางปากกาของผมเนี่ย หน้าที่ของคุณคือมาเคลียร์พื้นที่จัดผังโต๊ะทำงานใหม่ ไม่ใช่มาเป็นหมอดูทายใจผม”
“อ้าว ก็ในฐานะที่ฉันเป็นนักจัดการพื้นที่ ฉันก็ต้องศึกษา ‘เจ้าของพื้นที่’ ก่อนเสมอสคะ” มินตราเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ แนววานิลลาผสมความสดชื่นของซิตรัสลอยแตะจมูกสถาปนิกหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ธันวาเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ “พื้นที่การทำงานมันฟ้องตัวตนของคุณหมดเลยค่ะคุณธันวา โต๊ะที่สะอาดเนี๊ยบจนเกินไป ไร้ซึ่งร่องรอยของความเป็นมนุษย์... มันฟ้องว่าคุณเป็นพวกกลัวการควบคุมหลุดมือ กลัวความเปลี่ยนแปลง และเก็บกักความเครียดไว้ข้างในจนน่าสงสาร”
คำพูดจี้ใจดำนั้นทำเอาธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าหญิงสาวที่ยืนยันคำพูดด้วยรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจ บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันลงชั่วขณะ จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ
“คุณ... รู้จักผมดีแค่ไหนกันเชียว ถึงกล้าพูดแบบนี้” ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนมินตราต้องเงยหน้าขึ้นมอง แรงกดดันจากร่างสูงโปร่งทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลงไปถนัดตา แต่หญิงสาวก็ยังคงเชิดหน้าสู้ ไม่ยอมถอยหลังหนีแม้แต่น้าวเดียว
“ฉันไม่ได้รู้จักคุณค่ะ แต่ฉัน ‘อ่าน’ คุณออกต่างหาก” มินตราเอื้อมมือไปคว้าแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทที่วางอยู่มุมโต๊ะมาถือไว้ “ดูสิคะ กาแฟดำสนิทไม่ใส่น้ำตาล แก้วนี้ชงตั้งแต่แปดโมงเช้า ตอนนี้บ่ายสองแล้วคุณยังไม่แตะมันเลยสักนิด เพราะมัวแต่เครียดกับแบบแปลนตึกเก่าโซนย่านเมืองเก่า... คุณเป็นคนแบบนี้แหละค่ะ ธันวา ชอบแบกทุกอย่างไว้คนเดียว แล้วสุดท้ายก็ปล่อยให้ตัวเองเฉาตายอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวนี้”
ธันวานิ่งค้างไป เขาไม่ได้โกรธที่ถูกเธอล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว แต่เขากำลังตกใจที่ผู้หญิงคนนี้... มองทะลุเปลือกนอกที่เขาสร้างขึ้นมาป้องกันตัวเองได้อย่างทะลุปรุโปร่งภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ที่รู้จักกัน
จังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของธันวาก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชตไลน์สีเขียวที่เด้งรัวติดต่อกันสามข้อความ ปลายสายคือชื่อของ ‘คุณหญิงศจี’ แม่ของเขาที่ส่งข้อความมาเร่งรัดเรื่องนัดดูตัวกับลูกสาวเพื่อนสนิทในสัปดาห์หน้า พร้อมรูปถ่ายโปรไฟล์ของผู้หญิงคนนั้นที่ถูกส่งตามมาติดๆ
มินตราที่ยืนอยู่ใกล้จอที่สุดเหลือบไปเห็นข้อความนั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปทันที แทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอก
“อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ พอดีตาไวไปหน่อย” มินตราแกล้งทำเป็นพูดเสียงสูงเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆ ที่จู่ๆ ก็แล่นริ้วขึ้นมาในใจ “ว่าที่คู่หมั้นเหรอคะเนี่ย สวยหวานเรียบร้อยตรงสเปกคุณแม่เป๊ะเลยนี่นา แบบนี้คุณคงไม่ต้องมานั่งเครียดเรื่องจัดโต๊ะทำงานแล้วล่ะมั้งคะ เพราะอีกหน่อยก็คงมีคนมาจัดระเบียบชีวิตให้... ทั้งเรื่องงานและเรื่องหัวใจเลยสินะคะ”
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น รีบคว้าโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับโต๊ะทันที แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม “มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจครับ มินตรา”
“ค่ะ! ฉันมันก็แค่คนรับจ้างรีโนเวทออฟฟิศ ไม่ใช่คนที่จะมีสิทธิ์ไปรีโนเวทชีวิตใครนี่คะ” มินตราสะบัดหน้าหนี น้ำเสียงติดจะประชดประชันโดยไม่รู้ตัวว่าทำไมเธอถึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาดื้อๆ มือเรียวคว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาสะพายเตรียมจะเดินออกจากห้อง “งั้นวันนี้เราพอแค่นี้ก่อนเถอะค่ะ ฉันไม่อยากขัดจังหวะเวลาที่คุณต้องไปเตรียมตัวคุยกับว่าที่เจ้าสาวเขาหรอกนะ”
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวไปยังประตูห้องทำงานทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาทำเอาเธอต้องเม้มริมฝีปากแน่น *‘บ้าจริง... เธอเป็นอะไรเนี่ย ทำไมต้องโมโหด้วยเล่า เขาก็แค่ลูกค้าคนหนึ่ง!’*
“เดี๋ยวก่อนสิครับ!”
เสียงทุ้มทรงพลังตะโกนไล่หลังมา พร้อมกับแรงคว้าที่ข้อมือบางให้หยุดเดิน มินตราสะดุ้งสุดตัว หันกลับไปมองด้วยสายตาขุ่นเคือง แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากต่อว่า ธันวาก수็เป็นฝ่ายชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาเสียก่อน
“ผมไม่ได้อยากดูตัวกับใครทั้งนั้นแหละครับ!” ธันวาพรูลมหายใจออกมาพรวดใหญ่ ดวงตาคมคายจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธออย่างไร้ซึ่งกำแพงที่เคยสร้างไว้ “แล้วถ้าคุณอยากจะรีโนเวทชีวิตผมนัก... ทำไมคุณไม่ลองอยู่จัดการมันให้ตลอดรอดฝั่งดูล่ะครับ มินตรา?”
ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้บรรยากาศกลับร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้คนฟังถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง มินตราเบิกตากว้าง อ้าปากค้างเล็กน้อย สมองประมวลผลคำพูดเมื่อครู่ไม่ทัน ใบง้างที่เตรียมจะด่ากลับกลายเป็นค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ
ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขานุการสาวที่ผลักประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ แบบแปลนโปรเจกต์โซนเอถูกลูกค้ายกเลิกกะทันหัน เพราะทางนั้นบอกว่า... มีสถาปนิกอีกเจ้าเสนอแบบที่ตรงใจกว่าส่งมาตัดหน้าเมื่อห้านาทีที่แล้วค่ะ!”
ธันวาหันขวับไปมองหน้าเลขาฯ ทันที ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความพยายามนับเดือนพังทลายลงในพริบตาเดียว แววตาของสถาปนิกหนุ่มฉายแววเดือดดาลและผิดหวังอย่างปิดไม่มิด
มินตรามองหน้าธันวาที่กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงาน สัญชาตญาณของนักสู้และคนขี้แกล้งที่แพ้ไม่ได้ทำให้เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ยื่นมือไปตบไหล่กว้างของเขาเบาๆ สองทีอย่างให้กำลังใจ ก่อนจะยิ้มมุมปากด้วยแววตาท้าทายที่เปล่งประกายกว่าครั้งไหนๆ
“ยกเลิกเหรอคะ? หึ... งั้นแปลว่าได้เวลา ‘รีโนเวท’ แผนใหม่หมดตั้งแต่ศูนย์แล้วล่ะค่ะคุณธันวา เตรียมตัวรับมือกับฉันให้ดีก็แล้วกัน!”
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 4
รีโนเวทออฟฟิศ หรือรีโนเวทนิสัย
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!