สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 22

ผมจะดูแลเอง

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"คุณจะนั่งจ้องแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่คะคุณธันวา หน้าฉันมีแปลนบ้านหลังใหม่แปะอยู่หรือไง" มินตราส่งเสียงบ่นอุบพร้อมกับวางแก้วกาแฟกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำคร่า เสียงกุ๊กกักของเซรามิกกระทบเนื้อไม้ไม่ได้เรียกความสนใจจากชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามได้เลยแม้แต่น้อย ธันวายังคงนั่งไขว่ห้าง กอดอก และมองเธอด้วยสายตาที่เรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้—สายตาแบบที่เขาใช้ตรวจหน้างานเวลามีผู้รับเหมาทำผิดสเปกไม่มีผิดเพี้ยน "ผมไม่ได้มองหาแปลนบ้านค่ะมินตรา... ผมกำลังมองหาว่าสมองส่วนไหนของคุณที่สั่งให้คุณแบกกระสอบปูนซีเมนต์น้ำหนักสามสิบกิโลฯ ด้วยตัวเองเมื่อเช้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยกระแสความดุที่ทำเอาคนฟังต้องเบ้ปากใส่ทันที นี่คือห้องทำงานชั่วคราวหน้าไซต์รีโนเวทตึกเก่าแถวตลาดน้อย บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการสกัดปูนและกลิ่นสีทาบ้านจางๆ แต่ดูเหมือนอุณหภูมิในห้องนี้จะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ ก็เพราะสถาปนิกหนุ่มจอมเจ้าระเบียบคนนี้นี่แหละค่ะที่ตามมาคุมแจ ยิ่งกว่าผู้ปกครองตรวจนักเรียนอนุบาลซะอีก ตั้งแต่เกิดเรื่องที่เธอเกือบจะยกคานไม้เหลื่อมล้ำด้วยตัวคนเดียวเมื่อวาน ธันวาก็ประกาศกร้าว (ผ่านทางสายตาดุๆ และการรัวแชตยาวเหยียด) ว่าเขาจะขอเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ "ทุกฝีก้าว" ของโปรเจกต์นี้ พูดง่ายๆ คือ... เขาแปลงร่างตัวเองเป็นที่ปรึกษา (และผู้คุมความประพฤติ) ส่วนตัวให้เธอแบบไม่ได้ขออนุญาตสักคำ! "ก็มันจำเป็นต้องรีบเคลียร์พื้นที่นี่คะ ช่างปูนบอกว่าถ้าไม่ย้ายกองไม้พวกนั้นออก วันนี้เราจะเทพื้นคอนกรีตโซนครัวไม่ได้ แล้วฉันจะปล่อยให้งานสะดุดเพราะเรื่องแค่นี้ได้ยังไงล่ะ" มินตราเถียงคอเป็นเอ็น มือเรียวปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าอย่างหงุดหงิดพลางคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาทำทีเป็นตรวจเช็กคิวงาน เพื่อหลบสายตาคมกริบที่กำลังพิจารณาร่างกายเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "เรื่องแค่นี้สำหรับคุณ แต่มันคือหายนะสำหรับกระดูกสันหลังของคุณนะคะมินตรา" ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด มือหนายื่นออกไปดึงแท็บเล็ตออกจากมือเธออย่างไร้ความปรานี "จำสัญญาที่เราตกลงกันไว้ไม่ได้เหรอคะ ว่าเรื่องโครงสร้างและความปลอดภัย คุณต้องปรึกษาฉัน... เอ้ย... ปรึกษาผมก่อนทุกครั้ง" แอบมีหลุดแทนตัวเองว่าฉันด้วยนะคะคุณสถาปนิกหน้านิ่ง! มินตราแอบอมยิ้มในใจแต่ตีหน้ายักษ์กลับใส่ทันควัน "ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณนะธันวา ฉันเป็นหัวหน้าโครงการฝั่งรีโนเวทนะยะ!" "หัวหน้าโครงการที่สภาพเหมือนคนไม่ได้นอนมาสามวัน ตาคล้ำเป็นแพนด้า และกินข้าวเที่ยงเป็นแค่ลูกอมรสมะนาวหนึ่งเม็ดเนี่ยเหรอคะ?" ธันวาเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยในประโยคหลัง แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับทอประกายความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดมิด "ถ้าคุณยังดื้อดึงแบบนี้ ผมคงต้องยื่นเรื่องเสนอต่อสัญญาจ้าง... เปลี่ยนสถานะจากที่ปรึกษาโครงการ มาเป็น 'ผู้ดูแลส่วนตัว' ตลอด 24 ชั่วโมงแทนแล้วล่ะมั้ง" ให้ตายเถอะ... ประโยคเรียบๆ หน้าตายแบบนั้น แต่มันทำไมถึงทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของมินตรากระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มได้ล่ะเนี่ย! หน้าเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบก้มหน้าลงแกล้งทำเป็นสนใจรอยเปื้อนบนโต๊ะทำงาน เพื่อซ่อนรอยยิ้มที่หุบแทบไม่ไหว รอมคอมอะไรกันคะเนี่ย ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงขยันหยอดในเวลาที่เธอกำลังหัวเสียอยู่เรื่อยเลย! "ใครเขาจะไปอยากได้คุณเป็นผู้ดูแลกันเล่า... เรื่องมาก ขั้นตอนเยอะ ระเบียบจัดแบบคุณ ฉันอยู่ด้วยคงประสาทกินตายพอดี" มินตราพึมพำเสียงเบาหวิว มือข้างหนึ่งแกล้งพลิกกระดาษรายงานไปมาแก้เก้อ "แต่ผมคิดว่าคุณน่าจะขาดผมไม่ได้หรอกค่ะ" ธันวาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นไม้จางๆ ลอยมาแตะจมูกจนมินตราต้องกลั้นหายใจ "ดูสิ... ขนาดกาแฟ แก้วโปรดของคุณยังจืดชืดเพราะคุณลืมใส่ไซรัปเลย... เหมือนกับชีวิตช่วงนี้ของคุณ ที่ถ้าไม่มีคนคอยจัดระเบียบให้ ก็คงรวนไปหมด" คำพูดของเขาคมกริบและตรงเผงจนเถียงไม่ออก มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาเขม็ง ทว่าในแววตานั้นของธันดากลับไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความจริงจัง ความอ่อนโยน และความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยมาดนิ่งๆ ของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเพอร์เฟกต์ บรรยากาศในห้องทำงานเก่าๆ กลับเงียบสงบลงอย่างประหลาด เสียงเครื่องมือช่างด้านนอกราวกับถูกปิดสวิตช์ เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนอยู่ในความรู้สึก มือหนาของธันวาเอื้อมมาแตะที่หลังมือของมินตราเบาๆ สัมผัสอุ่นจัดนั้นส่งผ่านความอบอุ่นเข้ามาในใจเธออย่างดื้อดึง เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่สื่อสารความรู้สึกที่พ1ยายามซ่อนเร้นมานาน แชตข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมาขัดจังหวะพอดี มินตราสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือกลับแล้วคว้ามือถือขึ้นมาแก้เขิน หน้าจอแสดงข้อความจากหัวหน้าทีมช่างที่ส่งรูปหน้างานมาให้ตรวจสอบ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะพิมพ์ตอบกลับ ธันวาก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะเฉียดเข้าที่ใบหู "เย็นนี้... เลิกงานแล้ว ห้ามแอบหนีไปยกของเองเด็ดขาดนะคะ" เขากระซิบเสียงพร่า "ผมจองร้านอาหารริมน้ำไว้แล้ว... ไปกินข้าวเติมน้ำตาลให้ชีวิตกับที่ปรึกษาคนนี้ซะดีๆ" มินตราหันขวับไปหมายจะเอ็ดสักยก แต่ปลายจมูกของเธอกลับเฉียดเข้ากับแก้มสากของเขาอย่างจังโดยไม่ได้ตั้งใจ! ความนุ่มและกลิ่นหอมสะอาดลอยวนอยู่ใกล้แค่คืบ ธันวาชะงักค้าง ดวงตาสคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่มินตรารู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนแบกกระสอบปูนเมื่อเช้าซะอีก ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดแก้สถานการณ์ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของหัวหน้าช่างที่ผลัคประตูเข้ามาหน้าตาตื่น "คุณธันวาครับ! คุณมินตราครับ! แย่แล้วครับ... ผนังรับน้ำหนักโซนห้องโถงโบราณ เกิดรอยร้าวเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติครับ!" ธันวาลุกพรวดขึ้นทันที สวิทช์ความเป็นสถาปนิกผู้เคร่งครัดกลับมาทำงานในเสี้ยววินาที เขาดึงหน้ากากความสุขุมกลับมาสวมใส่อย่างรวดเร็วพลางหันไปสบตากับมินตราที่ตอนนี้สีหน้าซีดเผือดลงถนัดตา สถานการณ์หน้างานวิกฤตกำลังลุกเป็นไฟ... แต่สิ่งที่สั่นไหวอยู่ในอกของคนทั้งคู่กลับไม่ใช่เรื่องโครงสร้างตึกอีกต่อไปแล้วค่ะ [รี้ดเดอร์คะ... เตรียมตัวรับแรงกระแทกกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่กำลังจะพลิกโฉมความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนหน้า เพราะรอยร้าวที่เกิดขึ้น อาจไม่ใช่แค่รอยร้าวบนผนังตึกโบราณซะแล้วล่ะค่ะ...] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%