“นี่คุณธันวา! ถ้าจะทำหน้าเหมือนคนกินยาขมขนาดนั้น ก็วางปากกาแล้วหันมาคุยกันก่อนไหมคะ? หรือว่าสมองส่วนการสื่อสารของคุณมันถูกล็อกไว้ในไฟล์ AutoCAD หมดแล้ว!”
เสียงใสแจ๋วของมินตราดังขึ้นกลางห้องทำงานที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ธันวาชะงักมือที่กำลังร่างเส้นโครงบ้านบนแท็บเล็ต เขาถอนหายใจยาวเหยียดพิงหลังกับเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองผู้บุกรุกที่ถือวิสาสะหอบพิมพ์เขียวชุดใหม่มาวางแปะบนโต๊ะทำงานเขาจนระเกะระกะ
“คุณมินตราครับ... ถ้าผมจำไม่ผิด ที่นี่คือออฟฟิศ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และที่สำคัญ คุณควรจะเคาะประตู”
“เคาะแล้วค่ะ แต่มันไม่ได้ยิน! เพราะกำแพงความเงียบของคุณมันหนาไปหน่อย” เธอโต้กลับทันควันพลางฉีกยิ้มหวานหยดจนตาปิด “แล้วนี่คืออะไรคะ? ข้อความจากเบอร์แปลกที่ส่งมาเตือนเรื่องเซอร์ไพรส์นั่น... คุณสถาปนิกเจ้าแผนการเล่นอะไรอยู่คะ? อย่าบอกนะว่ากำลังจะรีโนเวทออฟฟิศตัวเองให้กลายเป็นเขาวงกตเพื่อหนีหน้าฉันน่ะ?”
ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบเมื่อนึกถึงข้อความปริศนาที่เขาเองก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก ‘แผนสำเร็จ... รอรับเซอร์ไพรส์จากคุณสถาปนิกได้เลยครับน้องมินตรา’ ใครกันที่กล้าเล่นตลกกับเขากับผู้หญิงคนนี้?
เขาไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่สายตากลับเผลอจ้องมองใบหน้ามินตราที่วันนี้ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เส้นผมที่มักจะรวบตึงเพื่อความคล่องตัวถูกปล่อยสยายลงมาปรกไหล่ ความวุ่นวายที่เขามักจะก่นด่าในใจตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จู่ๆ กลับกลายเป็นความคุ้นเคยอย่างประหลาด เขาเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าก่อนที่ผู้หญิงคนนี้จะก้าวเข้ามาในชีวิต... โต๊ะทำงานของเขามันเคยเงียบเหงาและน่าเบื่อแค่ไหน
“มองหน้าฉันแบบนี้... แปลว่าเซอร์ไพรส์ที่ว่าคือการเลี้ยงข้าวเที่ยงเหรอคะ?” มินตราถามพลางเอียงคอทำตาใส
“เพ้อเจ้อครับ” ธันวาแค่นเสียงเบาๆ แต่ไม่ได้ขยับตัวหนีเมื่อเธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูสระผมแตะจมูก
“งั้นลองดูนี่สิคะ” มินตราเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ เป็นภาพสเก็ตช์แปลนบ้านหลังเก่าที่เธอกำลังรีโนเวทอยู่ “จุดนี้ที่ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณถึงบอกว่าต้องทุบกำแพงตรงนี้ทิ้ง? มันเป็นอิฐบล็อกเก่าที่สวยมากเลยนะ”
ธันวาขยับเข้ามาใกล้เพื่อดูแปลนโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งทำให้เขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเธอ เขาค่อยๆ อธิบายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ มินตราตั้งใจฟังตาแป๋ว บางครั้งก็แย้งด้วยมุมมองแปลกๆ ที่ทำให้เขามุดขมวดคิ้ว แต่ลึกๆ แล้ว... เขากลับหลงรักความดื้อรั้นนี้เข้าเต็มเปา
*ไม่ได้เกลียดเลยแฮะ...* ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของสถาปนิกหนุ่ม การถูกรบกวน การถูกตั้งคำถาม หรือแม้แต่การถูกจ้องมองด้วยสายตาคาดหวังแบบนี้ มันไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่เขาเคยตีค่าไว้เลย กลับกัน มันเหมือนจังหวะดนตรีที่เข้ามาเติมเต็มความเงียบเหงาที่เขาเก็บซ่อนไว้ใต้มาดเจ้าระเบียบมาตลอด
“นั่นไง! คุณยิ้ม!” มินตราดีดนิ้วดังเปาะก่อนจะจ้องเขม็ง “สารภาพมาเดี๋ยวนี้เลยว่าคุณเริ่มชินกับการมีฉันป่วนเปี้ยนแล้วใช่ไหมล่ะ?”
“ใครชินครับ... ผมแค่รำคาญจนขี้เกียจจะพูด” ธันวาหันหน้าหนี กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการคว้าแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ ทั้งที่ความจริงแล้วจังหวะหัวใจเขามันเต้นรัวเสียจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ปากแข็ง!” เธอหัวเราะร่า ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อหยิบกระเป๋า “โอเคค่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน เห็นว่าคุณยังยุ่งๆ กับ ‘แผนเซอร์ไพรส์’ นั่นอยู่ งั้นฉันไปเตรียมตัวบ้างดีกว่า เผื่อเซอร์ไพรส์ที่ว่ามันคือการเดตที่ต้องแต่งตัวสวยๆ... ไปนะคะ คุณสถาปนิกหน้าตาย!”
เธอก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และความเงียบที่ดูจะหนักอึ้งกว่าเดิม ธันวาถอนหายใจยาว เขาทิ้งตัวลงพิงเก้าอี้ พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์แปลกนั่นอีกครั้ง เขาพิมพ์ข้อความกลับไปโดยไม่ทันยั้งคิดด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก
[ธันวา]: "เลิกยุ่งเรื่องของผมกับมินตราสักที ถ้าจะทำอะไรก็ให้มันจบๆ ไป ผมไม่ใช่ของเล่นของใคร"
ทันทีที่กดส่งไป... ธันวาก็ต้องเบิกตากว้าง ความรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏในแชทล่าสุดที่เขากำลังคุยด้วยอยู่ มันไม่ใช่เบอร์แปลกอย่างที่เขาคิด แต่เป็นชื่อที่บันทึกไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อที่เขาเพิ่งคุยเรื่องงานค้างไว้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว
*ฉิบหายแล้ว...*
เสียงก๊อกๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงเคาะเล่นๆ ของมินตรา หากแต่เป็นเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่างของคนที่ไม่คิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในตอนนี้
“คุณธันวาคะ... เซอร์ไพรส์ของฉัน... หมายความว่ายังไงคะที่บอกว่าไม่ใช่ของเล่น?”
มินตราไม่ได้เดินเข้ามามือเปล่า เธอยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู มือถือของเธอสั่นอยู่ในมือ หน้าจอนั้นแสดงข้อความที่เขาส่งไปเมื่อครู่เด่นหรา เธอไม่ได้โกรธ แต่สายตาที่เธอมองมานั้น... มันคือความสับสนที่สั่นคลอนหัวใจของเขาอย่างรุนแรงที่สุด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความสัมพันธ์ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นนะคะ สมุดบันทึกสีน้ำตาลสัญญาว่าจะมาเล่าต่อในตอนหน้าให้จุใจแน่นอนค่ะ!
สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ•ตอนที่ 11
หัวใจเริ่มสั่นไหว
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งปะทะยัยติวเตอร์สายรีโนเวทใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!