สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 28

กระบี่เดียวทะลวงหมื่นวิญญาณ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"ความตาย... เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการคืนสู่สามัญ ม่อหลง เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าเงาหัวของสุนัขรับใช้เหล่านี้ จะสามารถต้านทานสายธารแห่งกาลเวลาได้?" สุ้มเสียงราบเรียบทว่าก้องกังวานราวกับระฆังทองคำจากสรวงสวรรค์ดังขึ้น ท่ามกลางหมู่เมฆหมอกโลหิตที่ลอยอلبล่องปกคลุมหุบเขารกร้าง เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดอย่างไร้ซุ่มเสียง ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้นดิน ปราณกระบี่โบราณนับหมื่นสายพลันสั่นสะท้าน ก่อเกิดระลอกคลื่นพลังปราณสีครามเข้มแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง บดขยี้แรงกดดันของเหล่าศัตรูจนแหลกสลายกลายเป็นจุลในพริบตา หลี่เทียนเฉินยืนหยัดอย่างสง่างาม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเขาไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่หยดเดียว แม้เบื้องหน้าจะคือเหล่าสมุนเดนตายและยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณนับร้อยคนที่ม่อหลงส่งมาหมายปลิดชีพ ดวงตาคู่คมกริบดั่งดาราในห้วงจักรวาลกวาดมองกลุ่มคนเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเย้ยหยันปนสมเพช ปราณกระบี่บรรพกาลในจุดตันตียนหมุนวนบีอัดกันจนเกิดเสียงคำรามต่ำลึกคล้ายมังกรหลับไหล "ฆ่ามัน! อย่าให้มันมีโอกาสตั้งตัว ผู้อาวุโสสั่งไว้ว่าต้องเอาหัวมันกลับไปเสียบประจาน!" หัวหน้าหน่วยมือสังหารของสำนักกระบี่นภาคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด มันเป็นยอดฝีมือขั้นจิตวิญญาณแท้จริง ร่างกายพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาพร้อมกับกระบี่เล่มยักษ์ที่อาบไล้ด้วยพิษร้ายสีม่วงเข้ม หมายจะผ่าร่างของหลี่เทียนเฉินออกเป็นสองซีกในกระบวนท่าเดียว รอบด้าน อากาศบิดเบี้ยวด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น เหล่าสมุนที่เหลือต่างประสานอินทร์เรียกค่ายกลโลหิตปิดตายทุกเส้นทางหนี ปรารถนาจะบดขยี้ร่างของเด็กหนุ่มให้แหลกเป็นผุยผงในคราเดียว ทว่า หลี่เทียนเฉินกลับไม่แม้แต่จะชายตากล่าววาจา มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อกฎเกณฑ์ของฟ้าดิน *วิ้ง—!* ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่พิษพุ่งเข้าประชิดลำคอ ห่างเพียงคืบเดียว ร่างของหลี่เทียนเฉินก็เลือนหายไปจากจุดเดิม ราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก "บ้าน่า! เร็วกว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายพริบตาเสียอีก!" หัวหน้ามือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบเถื่อนกรีดร้องเตือนภัยอันตรายถึงชีวิต มันรีบตวัดกระบี่กลับหลังป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ "ช้าไป..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างใบหู ราวกับเสียงมัจจุราชที่ประทับตราจองจำวิญญาณ ณ เบื้องหลังของหัวหน้ามือสังหาร ไป๋อวี๋ซวงยืนสงบนิ่งอยู่บนกิ่งไม้สูง นางกอดกระบี่ประจำกายไว้แนบอก ดวงเนตรสีฟ้าใสดั่งน้ำแข็งขั้วโลกทอดมองฉากสังหารเบื้องล่างด้วยความไร้อารมณ์ ใบหน้างามล้ำเลิศประดุจเทพธิดาน้ำแข็งสลักเสลาด้วยความเย็นชาต่อทุกสรรพสิ่ง ยกเว้นเพียงสายตาคู่เดียวที่มองตรงไปยังหลี่เทียนเฉินด้วยความอาทรและศรัทธาอันเปี่ยมล้น นางไม่จำเป็นต้องลงมือ เพราะสำหรับนางแล้ว... ชายหนุ่มผู้นี้คือฟ้าดิน คือกฎเกณฑ์ และคือทั้งหมดของชีวิตนาง *ฉับพลัน!* หลี่เทียนเฉินไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก เขายกมือซ้ายขึ้นเป็นดัชนีกระบี่ พลังปราณฟ้าดินนับหมื่นลี้ถูกดูดกลืนเข้ามายังปลายนิ้วชี้ในพริบตา ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เมฆทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนวน สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาบรรจบกับปลายนิ้วของเขา เกิดเป็นอานุภาพทำลายล้างที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งผืนป่า "วิถีกระบี่ที่สามสิบห้า... นิ้วเดียวทะลวงวิถีมาร!" *เปรี้ยง—!* ลำแสงกระบี่สีทองบริสุทธิ์พุ่งทะยานออกจากปลายนิ้ว พุ่งแหวกผ่านร่างของหัวหน้ามือสังหารในแนวตั้งโดยที่มันไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ร่างกายของยอดฝีมือขั้นจิตวิญญาณถูกแยกออกเป็นสองส่วนอย่างสมบูรณ์ ปราณกระบี่ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่มันยังพุ่งทะลวงต่อเป็นเส้นตรง กวาดล้างเหล่าสมุนสำนักกระบี่นภาที่ยืนเรียงรายกันอยู่ด้านหลังนับร้อยชีวิตในคราเดียว! *ตูม! ตูม! ตูม!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกัน พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก คลื่นกระแทกสีทองแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างนับพันเมตร แผดเผาและบดขยี้ร่างของศัตรูจนสลายกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวไปกับสายลม ไม่เหลือแม้แต่เศษซากกระดูกหรือดวงวิญญาณให้ได้ผุดได้เกิด ป่าไม้ทั้งแถบถูกกวาดล้างจนราบเรียบกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่ในชั่วพริบตา มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของธรรมชาติและเสียงเศษหินที่ยังคงร่วงหล่นลงสู่พื้น หลี่เทียนเฉินค่อย ๆ ลดมือลง ดวงตาสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นจากการปลดปล่อยกระบวนท่านี้ รากฐานการบำเพ็ญเพียรของเขาในชาติภพนี้มั่นคงดั่งภูผา ทว่า ก่อนที่เขาจะได้หันไปกล่าววาจาใด ๆ กับหญิงสาวผู้เป็นดวงใจ ท้องฟ้าเบื้องบนกลับเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง *ครืนนน...* มิติเบื้องบนฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท แรงกดดันระดับมหาเทพขั้นกำเนิดจิตวิญญาณสวรรค์แผ่พุ่งกดทับลงมาจนพื้นดินใต้เท้าของหลี่เทียนเฉินยุบตัวลงไปหลายนิ้ว หมอกสีเลือดพรั่งพรูออกมาจากรอยแยก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ "ฮ่าๆๆๆ... ดีเยี่ยม! สมคำร่ำลือจริงๆ ศิษย์น้องสาม หลี่เทียนเฉิน! เจ้ายังคงร้ายกาจไม่เปลี่ยนแม้จะอยู่ในร่างของสวะเช่นนั้น!" เงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำปักลายกระบี่โลหิตก้าวออกมาจากรอยแยกมิติทีละก้าว แววตาของมันเต็มไปด้วยความโลภโมโทสันและจิตสังหารอันบ้าคลั่ง—ม่อหลงมาถึงแล้ว! และสิ่งที่ทำให้หลี่เทียนเฉินต้องหรี่ตาลงอย่างระมัดระวัง คือในมือของม่อหลง... กำ Luminous Crystal ที่กักขังดวงจิตของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์เอาไว้ พร้อมกับกระบี่มารกลืนนภาที่จ่อตรงไปยังลำคอของไป๋อวี๋ซวง ซึ่งถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอักขระโบราณโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%