สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 6

พันธสัญญาสัตว์อสูรบรรพกาล

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โลหิตสีชาดที่หยดเปื้อนพื้นดินหญ้าพสุธา ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งการฆ่าฟัน แต่มันคือปฐมบทแห่งการเดิมพันด้วยชีวิต... ป่าอสูรโลหิตในยามวิกาลหาได้เงียบสงบดั่งเช่นป่าพฤกษชาติทั่วไปไม่ ภายใต้ร่มเงาของแมกไม้สีดำทะมึนซึ่งแผ่ซ่านกลิ่นอายคาวเลือดและไอมารโบราณ เม็ดฝนสีนิลได้โปรยปรายลงมาดั่งห่าธนูแห่งความตาย ทว่าหยาดน้ำฟ้าเหล่านั้นกลับถูกแผดเผาจนกลายเป็นไอหมอกสีแดงฉานทันทีที่เข้าใกล้รัศมีร้อย丈รอบกายของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง หลี่เทียนเฉินยืนตระหง่านอยู่บนโขดหินผาชัน ดวงตาคู่นคมกริบดั่งกระบี่โบราณทอดมองลึกลงไปในความมืดมิดเบื้องหน้า ปราณวิญญาณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกจากร่างเป็นระลอกคลื่นสีทองอร่าม กดดันจนสรรพสัตว์ในรัศมีรอบด้านต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว “กลิ่นอายของเจ้า... ช่างน่าสนใจยิ่งนัก มนุษย์ตัวจ้อย” เสียงคำรามต่ำทุ้มดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากห้วงลึกของแมกไม้ เสียงนั้นทรงพลังจนทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น พลังกดดันระดับสัตว์อสูรบรรพกาลขั้นที่เจ็ดพรั่งพรูออกมาดั่งภูเขาไฟระเบิด เปลวเพลิงสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นท่ามกลางความมืดมิด แสงสีเพลิงนั้นสะท้อนลงบนใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เยือกเย็นชาของหลี่เทียนเฉิน ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายลงมายืนเคียงข้างเขาอย่างเงียบเชเชียบ ไป๋อวี๋ซวง นางเซียนแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ ไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ ออกมา ดวงตางามล้ำดั่งดาราในห้วงนภาทอดมองไปยังต้นกำเนิดของแรงกดดันด้วยแววตาเรียบเฉย ไอมารและไอเพลิงรอบกายมิอาจระคายเคืองผิวพรรณอันขาวผ่องของนางได้แม้แต่น้อย รัศมีแห่งความเย็นเยือกที่นางแผ่ออกมาได้ปะทะเข้ากับไอเพลิงบรรพกาลจนเกิดเสียงดัง ‘ซ่า...’ ราวกับน้ำเดือดพล่าน “อวี๋ซวง ถอยไปครึ่งก้าว” หลี่เทียนเฉินเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ “ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน... ไม่ว่าย่างก้าวนี้จะต้องเผชิญหน้ากับอสูรหรือทัณฑ์สวรรค์” ไป๋อวี๋ซวงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาต่อโลกหล้า แต่น้ำคำกลับเต็มไปด้วยความมั่นคงและลึกซึ้ง นางปรายตามองบุรุษผู้เป็นดวงใจเพียงนิด ก่อนจะยกมือขึ้นสร้างม่านพลังน้ำแข็งเก้าชั้นปกป้องแผ่นหลังให้เขาอย่างไร้รอยต่อ *โฮกกกกกก—!* พยัคฆ์อัคคีเก้าสวรรค์ทะยานร่างออกจากพงไพร ร่างกายของมันใหญ่โตดั่งภูเขาขนาดย่อม ขนทั่วร่างเป็นประกายไฟสีชาดและสีครามสลับกัน ดวงตากลมโตดั่งอัคคีโลกันตร์จ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความริษยาและกระหายเลือด อดีตมันเคยเป็นสัตว์อสูรรับใช้ของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ในยุคบรรพกาล ย่อมรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยแต่แปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า “เจ้า... มิใช่คนของยุคนี้ เหตุใดจึงมีกลิ่นอายของ ‘คัมภีร์วิถีมารกลืนฟ้า’ หลบเร้นอยู่ภายในตันtianของเจ้าได้?” เสียงคำรามผ่านกระแสจิตดังสะท้อนก้องในหัวของหลี่เทียนเฉิน มุมปากของหลี่เทียนเฉินยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความทะนงตนของอดีตมหาเทพผู้มองฟ้าดินเป็นเพียงผงธุลี “ในเมื่อเจ้ายังมีความทรงจำหลงเหลือจากยุคบรรพกาล เช่นนั้นก็ควรจำได้ว่า... ผู้ใดคือผู้สร้างกรงขังแห่งเหมืองเพลิงอัคคีนี้ขึ้นมา” สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เทียนเฉินก็หายวับไปจากจุดเดิม ทิ้งไว้เพียงรอยแยกของอากาศที่เกิดจากการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือแสง! “วิชากระบี่ฝืนลิขิต: กระบวนท่าที่หนึ่ง - ตัดสะบั้นดารา!” คมกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ถูกควบแน่นด้วยปราณวิญญาณบริสุทธิ์และจิตวิญญาณแห่งมหาเทพพุ่งแหวกอากาศออกไป เสียงหวีดหวิวของลมปราณคมกริบดั่งเสียงร่ำไห้ของผีสาง ทว่าพยัคฆ์อัคคีเก้าสวรรค์หาได้ตื่นตระหนกไม่ มันตบอุ้งเท้าหน้าลงบนพื้นดินอย่างแรง คลื่นอัคคีบรรพกาลระเบิดออกเป็นวงกว้าง กลายเป็นกำแพงเพลิงสูงเสียดฟ้าที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ *ตูมมมมมม—!* แรงปะทะอันมหาศาลทำให้ผืนป่ารอบด้านสั่นสะเทือน ต้นไม้โบราณนับร้อยต้นถูกถอนรากถอนโคนในพริบตา ไป๋อวี๋ซวงสะบัดแขนเสื้อ นำพาเกล็ดน้ำแข็งนับพันสายพุ่งเข้าสกัดกั้นสะเก็ดไฟที่กระเด็นมาโดน เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของหลี่เทียนเฉินในการทำพันธะ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เลือดสีทองผสมกับโลหิตอสูรหยดลงสู่พื้นดิน ก่อเกิดเป็นอักขระโบราณสีเลือดที่ค่อยๆ เปล่งประกายสว่างวาบขึ้นทีละตัวๆ ตามวิถีแห่งพันธสัญญาลึกลับ หลี่เทียนเฉินยืนประจันหน้ากับพยัคฆ์อัคคีที่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาทั้งสองข้างของอสูรยักษ์บัดนี้เต็มไปด้วยความยอมจำนนและหวาดหวั่น มันตระหนักแล้วว่า ต่อให้มันใช้พลังทั้งหมดที่มี ก็มิอาจเอาชนะจิตวิญญาณอันสูงส่งที่อยู่เบื้องหน้านี้ได้ “ยอมจำนนต่อข้าเสีย แล้วข้าจะพาเจ้าทะยานสู่จุดสูงสุดของวัฏสงสารอีกครา!” หลี่เทียนเฉินประกาศกร้าว มือข้างหนึ่งยื่นออกไปสัมผัสกับหน้าผากอันร้อนระอุของพยัคฆ์อัคคี อักขระโลหิตพรั่งพรูเข้าสู่ร่างของมันทันที ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่พันธสัญญากำลังจะสมบูรณ์และแสงสว่างแห่งสัจธรรมกำลังแผ่ขยาย ร่างของไป๋อวี๋ซวงที่ยืนคุ้มกันอยู่เบื้องหลังกลับสะดุ้งเฮือก กระอักโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต นางเซถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาดาราน้ำแข็งเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก “อวี๋ซวง!” หลี่เทียนเฉินหันขวับไปมองด้วยความตกใจ ระดับความเย็นชาในแววตาพลันสลายสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยอันล้ำลึกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ ก่อนที่หลี่เทียนเฉินจะทันได้พุ่งเข้าไปรับร่างของนาง เงาร่างสีดำทะมึนสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไป๋อวี๋ซวงอย่างเงียบเชเชียบ พร้อมกับเสียงหัวoหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนทั้งคู่ “ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก ศิษย์น้องหลี่ เจ้าช่างหาญกล้าแท้ๆ ที่แอบหลบมาทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรบรรพกาลถึงในเขตหวงห้ามเช่นนี้... เกรงว่าความลับเรื่องการกลับชาติมาเกิดของเจ้า คงต้องถูกนำไปรายงานต่อหน้าประมุขสำนักในอีกไม่ช้านี้แล้วกระมัง!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับข้าพเจ้า หายใจเข้าพร้อมคมกระบี่ หายใจออกพร้อมสัจธรรม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%