ความมืดมิดในถ้ำมังกรอัคคีมิได้เงียบงันอย่างที่ควรจะเป็น มันร่ำไห้ เสียงครางต่ำของกระแสลมปราณพิษสีนิลกาฬดังระงมดั่งเสียงกรีดร้องของภูตผีในขุมนรกโลกันตร์ อากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็นคลื่นความร้อนระอุ ผสมผสานกับไอเย็นเยือกกระดูกของพิษสลายวิญญาณ
หลี่เทียนเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่ใจกลางค่ายกลหินอัคนี ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนดั่งงานแกะสลักจากหยกขาว ทว่าบัดนี้ผิวพรรณกลับถูกปกคลุมด้วยเส้นสายลายอักขระสีดำสนิทที่แผ่ขยายลามเลียขึ้นไปถึงลำคอและใบหน้า ทั่วร่างของเขาสั่นสะท้าน เม็ดเหงื่อกาฬไหลรินผสมปนเปกับโลหิตสีดำคล้ำที่ขับทะลักออกมาทางรูขุมขน
"เทียนเฉิน..."
เสียงเรียกแผ่วเบาแต่กังวานดั่งเสียงหยกกระทบกันดังขึ้นจากเบื้องหน้า ไป๋อวี๋ซวงยืนตระหง่านอยู่บนแท่นศิลาเบื้องนอกอาณาเขตค่ายกล ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันโสมมมืดมน นางเซียนผู้เย็นชาต่อหล้า ดวงตาน้ำแข็งคู่นั้นบัดนี้สั่นไหวระริกด้วยความกังวล นางกำกระบี่ประจำกายในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้สัจธรรมแห่งวิถีเซียนจะสอนให้ละวางอารมณ์โลกีย์ แต่วิญญาณของนางกลับถูกผูกพันไว้กับชายหนุ่มเบื้องหน้าผู้นี้เสียแล้ว
"ถอยไป... อวี๋ซวง" หลี่เทียนเฉินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาที่ลืมขึ้นฉายประกายสีชาดวับวาวดั่งโลหิต พลังพิษหมื่นอสรพิษที่ม่อหลงลอบวางไว้ในร่างเขากำลังกัดกินเส้นชีพจร แต่อดีตมหาเทพผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนหาได้ตื่นตระหนกไม่ "พิษนี้... มิอาจคร่ากุมชีวิตข้า มีแต่จะหลอมรวมเป็นเชื้อเพลิงให้ข้าทะยานสู่จุดสูงสุด!"
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ..." ไป๋อวี๋ซวงเม้มริมฝีปากแน่น นางก้าวเท้าหมายจะทะยานเข้าไปช่วยเหลือ ทว่ากลับถูกคลื่นกระแทกของปราณพิษผลักถอยหลังด้วยแรงมหาศาล
"ข้าไม่ได้บ้า..." หลี่เทียนเฉินแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่ทรงพลังสะท้อนก้องไปทั่วถ้ำหิน "ในเมื่อสวรรค์ไม่เมตตา มารอย่างข้าก็จักกลืนกินทั้งฟ้าดิน!"
สิ้นคำประกาศกร้าว หลี่เทียนเฉินประสานมือเป็นมุทราบรรพกาล เคล็ดวิชากลืนกินฟ้าดินถูกขับเคลื่อนเต็มกำลัง วังวนปราณสีดำสนิทระเบิดออกรอบร่างของเขา มันทำหน้าที่ดั่งหลุมดำกลางห้วงนรก ดูดซับไอกรดพิษทั้งหมดที่กำลังกัดกินอวัยวะภายในให้ไหลย้อนกลับเข้ามาในจุดตันเทียน
*โครม! โครม! โครม!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ร่างกายของหลี่เทียนเฉินขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เส้นเลือดปูดโปนดั่งรากไม้โบราณ ความเจ็บปวดจากการนำพิษร้ายเข้ามาหลอมรวมกับแก่นแท้ปราณวิญญาณนั้นรุนแรงถึงขั้นฉีกกระชากวิญญาณออกจากร่าง หากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไป คงแหลกสลายกลายเป็นผงธุลีไปตั้งแต่ลมหายใจแรก แต่นี่คือหลี่เทียนเฉิน ผู้ครอบครองจิตวิญญาณมหาเทพ
"อ่ากก..." เขากัดฟันกรอดจนเลือดสดๆ ไหลรินกลบมุมปาก ดวงตาสีชาดจ้องมองทะลุผนถ้ำขึ้นไปบนท้องนfterค่ำคืนราวกับจะท้าทายเงื้อมมือของฟ้าดิน
"รับมือ!"
ไป๋อวี๋ซวงสะบัดมือขวา กระบี่น้ำแข็งรังสรรค์บุปผาพรั่งพรูออกมารอบทิศทาง นางตระหนักดีว่าเวลานี้หลี่เทียนเฉินอยู่ในช่วงเวลาเปราะบางที่สุด หากมีสิ่งใดมารบกวนการทะลวงขั้น พลังย้อนกลับจะทำลายล้างเขาร่างแหลกเป็นจุล นางจึงกางเขตอาคมน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าปกป้องรอบกายเขา พร้อมทั้งตวัดสายตาคมกริาดุจคมมีดมองออกไปที่ปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งบัดนี้สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันชั่วร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ฮ่าๆๆๆ... นึกไม่ถึงเลยว่า ศิษย์สวะผู้นั้นจะยังไม่ตาย แถมยังกล้าหาญถึงขั้นนำพิษหมื่นอสรพิษมาหลอมเป็นพลังของตนเอง ช่างโง่เขลาเบาปัญญาหรือรนหาที่ตายกันแน่!"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังสะท้อนก้องเข้ามา พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มที่ปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำ ผู้อาวุโสม่อหลงก้าวเท้าเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าเหี่ยวย่นฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าหัวกะโหลกที่ส่งเสียงโหยหวนน่าขนลุก
ไป๋อวี๋ซวงหรี่ตาลง ไอสังหารแผ่พุ่งออกจากร่างจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง "ม่อหลง... แกยังกล้าเหยียบย่างมาที่นี่อีกหรือ"
"นางหนูไป๋ เจ้าเป็นถึงศิษย์เอกตำหนักเหมืองสวรรค์ เหตุใดจึงต้องเอาอนาคตมาทิ้งไว้กับไอ้ขยะแซ่หลี่นี่ด้วยเล่า?" ม่อหลงกวาดสายตามองภาพหลี่เทียนเฉินที่กำลังนั่งจมอยู่ในกองเลือดและวังวนปราณสีดำด้วยแววตาริตรษะและโลภโมโทสัน "ส่งวิชาบรรพกาลและเคล็ดวิชานั้นมาให้ข้าเสียดีๆ แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า..."
"สุนัขแก่เช่นแก... มีสิทธิ์อันใดมาเอ่ยคำว่าชีวิต?"
เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
ม่อหลงสะดุ้งโหยง หันขวับกลับไปมอง
หลี่เทียนเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ชั่วพริบตานั้น ประกายแสงสีทองและสีดำผสานกันในดวงตาคู่นั้นราวกับดวงอาทิตย์และจันทราดับสูญ ร่างกายของเขาหยุดสั่นเทา พลังปราณที่เคยปั่นป่วนบัดนี้สงบนิ่งดั่งมหาสมุทรลึกที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำอันน่าสะพรึงกลัว
*ปัง!*
คลื่นพลังระดับขอบเขตจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์ทะลักทะลายออกจากร่างของหลี่เทียนเฉินอย่างไร้การควบคุม แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงบนบ่าของม่อหลงจนเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น สีหน้าของผู้อาวุโสเฒ่าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา
"ทะลวง... ทะลวงขั้นแล้วหรือ?! เป็นไปได้อย่างไร!" ม่อหลงร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หลี่เทียนเฉินลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและอักขระมารกลับเปล่งรัศมีอันสูงส่งดั่งราชันย์ผู้กลับชาติมาเกิด เขายกมือขึ้นปัดคราบเลือดที่มุมปาก นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่จ้องมองม่อหลงราวกับมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง
"ม่อหลง ในเมื่อเจ้ามาส่งศพด้วยตนเอง... วันนี้ ข้าจะใช้กระบวนท่าแรกของวิชากลืนกินฟ้าดิน เด็ดหัวของเจ้ามาเซ่นไหว้ดวงวิญญาณที่ตายใต้เงื้อมมือเจ้า!"
หลี่เทียนเฉินก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแหลกละเอียดเป็นผุยผง รัศมีกระบี่มารพุ่งทะยานเสียดฟ้า ทว่า ในวินาทีที่เขาเงื้อมือเตรียมจะสะบั้นศีรษะของม่อหลงนั้นเอง ท้องนภายามค่ำคืนที่เคยเงียบสงบกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามกึกก้องจากห้วงมิติเบื้องบนสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดิน
*เปรี้ยง!*
อสุนีบาตสีทองคำเส้นมหึมาฟาดผ่าทะลุเพดานถ้ำลงมาตรงหน้าหลี่เทียนเฉินอย่างแม่นยำ พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ร่อนลงมาจากฟากฟ้า นามและกลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น... ทำให้แม้แต่หลี่เทียนเฉินยังต้องชะงักฝีเท้าลงทันที
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีเซียนด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
หมื่นกระบี่คืนรัง
สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 22
เคล็ดวิชากลืนกินฟ้าดิน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!