สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 12

งานประลองยุทธสามสำนัก

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"หากสำนักกระบี่นภาของพวกท่านยังหลงเหลือเกียรติศักดิ์อยู่บ้าง ทางที่ดีควรเก็บกระบี่บิ่นๆ เหล่านั้นลงฝักเสีย ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในลานประลองนี้ พวกท่านก็เป็นเพียงสุนัขจนตรอกที่รอวันถูกเชือดเท่านั้น" น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงกระดูกดำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานประลองยุทธสามสำนัก ม่อหลง ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักกระบี่นภาขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รัศมีปราณกระบี่ขั้นหลอมรวมวิญญาณระเบิดออกจากร่างอย่างเกรี้ยวกราด บดขยี้พื้นหินศิลาใต้ฝ่าเท้าจนแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เขากวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวเพลิงจ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มชุดคลุมสีครามที่ยืนไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้า—หลี่เทียนเฉิน "หลี่เทียนเฉิน! อย่าได้ลำพองใจให้มากนัก! แม้เจ้าจะบังเอิญชนะการประลองรอบคัดเลือก แต่วันนี้... ลานประลองยุทธสามสำนักแห่งนี้คือสุสานของเจ้า!" ม่อหลงแผดเสียงคำรามสะท้านฟ้า พลังปราณสีครามเข้มควบแน่นเป็นคมกระบี่นับร้อยเล่มลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือศีรษะ แรงกดดันระดับนี้นับว่าเพียงพอที่จะทำให้ศิษย์สายในของสำนักทั่วไปกระอักเลือดตายได้ในพริบตา ทว่า หลี่เทียนเฉินกลับมิได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นละอองบนบ่าอย่างไม่ใส่ใจ นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรโบราณ สะท้อนภาพกระบี่นับร้อยเล่มราวกับมันเป็นเพียงฝุ่นผง "สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่... หาใช่การใช้ปริมาณข่มขู่ผู้คน หากแต่เป็นจิตที่บริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปน" หลี่เทียนเฉินกล่าวแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วลานกว้าง ราวกับเสียงระฆังสำนักที่ปลุกสติผู้คน "น่าเสียดายที่คนแก่ใกล้ลงโลงเช่นเจ้า ใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนชีวิต แต่กลับไม่เข้าใจแม้กระทั่งแก่นแท้ข้อนี้" "สามห่าม! ตายเสียเถอะ!" ม่อหลงทนความหยามเหยียดไม่ไหว มือเหี่ยวย่นสะบัดออก ปราณกระบี่นับร้อยพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเสียง เกิดเป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูงของมวลอากาศที่ถูกฉีกขาด พุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพหลี่เทียนเฉินในกระบวนท่าเดียว รอบด้าน เสียงอุทานด้วยความตกใจของเหล่าผู้ชมจากตระกูลใหญ่และสำนักพันธมิตรดังระเบิดขึ้น หลายคนหลับตาลงด้วยความเวทนา เพราะไม่อาจทนดูภาพที่เด็กหนุ่มรูปงามต้องกลายเป็นเศษเนื้อได้ ทว่า... *ฉับ!* ประกายแสงสีเงินยวดยวงสายหนึ่งวาบผ่านความมืดมิดของห้วงนภา ดั่งดาราดับแสงในยามวิกาล ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง ไม่มีแรงปะทะที่รุนแรง—มีเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวชั่วลมหายใจเดียว ปราณกระบี่นับร้อยเล่มที่พุ่งทะยานเข้ามา หยุดชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยหัตถ์เทพ จากนั้น... รอยแยกบางๆ ปรากฏขึ้นบนตัวกระบี่เหล่านั้น ก่อนที่พวกมันจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีครามโปรยปรายลงสู่พื้น ราวกับหิมะโปรยในฤดูใบไม้ร่วง ม่อหลงเบิกตากว้างจนแทบถลอกจากเบ้า ร่างกายชราภาพแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขาก้มลงมองที่หน้าอกของตนเอง ปรากฏรอยขาดเล็กๆ บนอาภรณ์ และหยดเลือดสีแดงฉานที่ค่อยๆ ซึมออกมา "นี่มัน... วิชาอะไรกัน..." ม่อหลงพึมพำด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขารู้สึกได้ว่าเส้น ชีพจรปราณทั่วร่างถูกพลังลึกลับบางอย่างตัดขาดไปครึ่งหนึ่งแล้ว หากหลี่เทียนเฉินต้องการ เขาสามารถเอาชีวิตเจ้าสำนักเช่นเขาได้ตั้งแต่การชักกระบี่ครั้งแรก ณ มุมหนึ่งของลานประลอง บนระเบียงหยกขาวที่สูงตระหง่าน ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดากลางหิมะกำลังยืนประทับอยู่ ไป๋อวี๋ซวง นางเซียนแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ ปรายตามองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยแววตาเย็นชาไร้ระลอกคลื่น ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนภูตผีปีศาจยังต้องหลบเร้น แต่มีเพียงนางคนเดียวที่รู้ว่ารอยยิ้มนั้นมอบให้แก่ผู้ใด *‘เขาก้าวหน้าขึ้นอีกแล้ว...’* นางคิดในใจ ไอเย็นรอบกายสงบลงอย่างประหลาด ราวกับความเกรี้ยวกราดของโลกหล้าล้วนยอมสยบแทบเท้าบุรุษผู้นั้น การประลองยุทธสามสำนักเพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่ทว่า ผลลัพธ์ของมันได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่หลี่เทียนเฉินก้าวเท้าเข้าสู่สนามแล้ว ม่อหลงทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ลมหายใจรวยริน ความทะเยอทะยานนับร้อยปีพังทลายลงในพริบตา เขานึกเคียดแค้นจนกระอักเลือดออกมาคำโต แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากยอมแพ้ บรรยากาศรอบลานประลองกลับแปรเปลี่ยนเป็นหนצוดหม่นฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามราวสะพานหิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่มิได้มาจากการเดิน แต่ดังสะเทือนมาจากก้นบึ้งของปฐพีดังขึ้น... *กึก... กึก... กึก...* ม่านพลังป้องกันลานประลองที่สร้างขึ้นโดยยอดฝีมือขอบเขตราชันย์สวรรค์ กลับสั่นสะเทือนและเกิดรอยร้าวขึ้นเองอย่างไร้สาเหตุ! หลี่เทียนเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รัศมีกระบี่ในร่างตื่นตัวขึ้นทันที เขารีบหันขวับไปมองยังทางเข้าหลักของลานประลอง ที่นั่น... เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายอสูรกลืนนภาเดินฝ่าม่านหมอกสีเลือดเข้ามา ชายคนนั้นสวมหน้ากากทองคำครึ่งซีก ปล่อยไอสังหารที่หนาแน่นจนกลายเป็นหมอกสีดำทะมึน และที่น่าตกใจที่สุดคือ... กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น อยู่เหนือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณไปไกลลิบลิ่ว! "หึๆ... สำนักกระบี่นภาช่างน่าสมเพชเสียจริง ปล่อยให้เด็กหนุ่มผู้หนึ่งเหยียบย่ำถึงเพียงนี้" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงกะโหลกผีเสียดสีกันดังขึ้นจากใต้หน้ากากทองคำ พร้อมกับที่ร่างนั้นก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางลานประลอง และโยนศีรษะที่โชกไปด้วยเลือดสดๆ ของ "เจ้าสำนักกระบี่นภาตัวจริง" ลงแทบเท้าของม่อหลง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%