“สามกระบวนท่า… เจ้ากล้าดียังไงถึงเอ่ยปากว่าสามกระบวนท่า?”
เสียงแค่นหัวร่อเย้ยหยันดังสะท้านก้องลานประลองแปดทิศ ม่อหลง ผู้อาวุโสสำนักกระบี่นภาผู้มีใบหน้าเหี่ยวย่นดั่งเปลือกไม้แห้งแล้ง หรี่ตาลงจ้องมองร่างโปร่งระหงของเด็กหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องล่าง รังสีอำมหิตสีครามเข้มแผ่ซ่านออกจากร่างของมันจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น มิติลอยตัวสั่นสะเทือนราวกับแก้วกำลังจะแตกสลาย
บนอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ ไป๋อวี๋ซวง นางเซียนแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ผู้สวมอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะพันปี นั่งประทับอยู่บนเก้าอี้หยกเย็นเยียบ ใบหน้างดงามล่มเมืองราบเรียบเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวที่วางอยู่บนพนักพิงกลับบีบเข้าหากันจนข้อต่อขาวซีด สายตาคู่คมกริบดั่งกระบี่น้ำแข็งจับจ้องไปยังแผ่นหลังของหลี่เทียนเฉินไม่วางตา นางไม่ออกวาจาแม้แต่คำเดียว แต่เจตจำนองกระบี่ในร่างของนางกลับแผ่พุ่งปกป้องคุ้มครองกลายๆ อย่างเงียบเชียบ
หลี่เทียนเฉิน ไม่แม้แต่จะชายตามองอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักมาร "อวิ๋นเทียนฝู" ผู้ยืนถือกระบี่โลหิตแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนบ่าเสื้ออย่างแช่มช้า ดวงตาคู่สีดำสนิทลึกล้ำดั่งห้วงจักรวาลไร้ก้นบึ้งฉายแววดูแคลนระคนสมเพช
“หนึ่งกระบวนท่าสำหรับตัดรอนลมหายใจ สองกระบวนท่าสำหรับทำลายตบะหมื่นปี และกระบวนท่าที่สาม… สำนักมารของพวกเจ้า สมควรคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าหลุมศพผู้บริสุทธิ์”
น้ำเสียงของหลี่เทียนเฉินราบเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียดแทงลึกลงไปถึงจิตวิญญาณของผู้คนนับหมื่นที่ล้อมรอบลานประลอง
“สามหาว! เจ้าศัตรูสวะ หลี่เทียนเฉิน! วันนี้ข้า อวิ๋นเทียนฝู จะใช้ ‘กระบี่โลหิตผลาญสวรรค์’ ควักเอาหัวใจของเจ้ามาเซ่น่นกระบี่!”
อวิ๋นเทียนฝูกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง ปราณมารสีโลหิตพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนากดทับเมฆหมอกจนกลายเป็นสีแดงฉาน อักขระมารโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดั่งภูตผีตกนรก อานุภาพของมันรุนแรงจนเหล่าศิษย์สายตรงของสำนักต่างๆ ต้องถอยร่นกรูดด้วยความหวาดกลัว ขอบเขตพลังวิญญาณระดับหลอมรวมจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี
ทว่า… หลี่เทียนเฉินเพียงแค่ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว
*ตึง!*
พื้นหินอัคนีพันปีที่สร้างลานประลองแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ปราณกระบี่บรรพกาลสีทองอร่ามสายหนึ่งพวยพุ่งจากฝ่าเท้าของเขาสู่ท้องฟ้าอย่างไร้ซุ้มเสียง แต่มันกลับทำให้ห้วงมิติรอบตัวหยุดนิ่งลงในชั่วลมหายใจเดียว!
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของม่อหลงแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด “นั่นมัน… เคล็ดวิชาอะไรกัน? ปราณกระบี่กดขี่สวรรค์เช่นนี้ มันสูญหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาลแล้วไม่ใช่หรือ!”
อวิ๋นเทียนฝูที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกระบี่โลหิตพลันรู้สึกว่าร่างกายของตนเองหนักอึ้งดั่งแบกภูเขาค้ำฟ้าไว้ทั้งลูก ความเร็วดิ่งวูบลงราวกับนกปีกหัก สายตาของเขาพบเพียงเงาร่างสีขาวที่ก้าวผ่านร่างตนไปอย่างไร้ร่องรอย
*ฉัวะ!*
เสียงแรกดังขึ้นเบาหวิวราวกับเสียงใบไม้ไหว หลี่เทียนเฉินยืนอยู่ด้านหลังของอวิ๋นเทียนฝูแล้ว กระบี่ยังคงอยู่ในฝัก มือขวาของเขายังไขว้หลังอย่างสง่างาม
อวิ๋นเทียนฝูชะงักค้าง ร่างกายท่อนบนค่อยๆ เลื่อนไถลออกจากท่อนล่างอย่างช้าๆ เลือดสีดำทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก สติสัมปชัญญะสุดท้ายของอัจฉริยะสำนักมารเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาพยายามจะอ้าปากกรีดร้อง แต่ลำคอถูกตัดขาดสะบั้นตั้งแต่กระบวนท่าแรกโดยที่เขาไม่ทันได้กระพริบตาด้วยซ้ำ!
นี่คือกระบวนท่าที่หนึ่ง: *ตัดรอนลมหายใจ*!
“อ๊ากกก!” เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังระเบิดขึ้นจากฝูงชน เหล่าผู้อาวุโสสำนักมารผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ใบหน้าเผือดซีดไร้สีเลือด
แต่มันยังไม่จบ…
“กระบวนท่าที่สอง” หลี่เทียนเฉินเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับพึมพำกับสายลม
วิญญาณยุทธ์รูปกรงเล็บโลหิตที่ลอยอยู่เหนือร่างของอวิ๋นเทียนฝูยังไม่ทันสลาย หลี่เทียนเฉินสะบัดนิ้วชี้ออกไปเบาๆ คมกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานผ่ากลางอากาศ ประดุจดั่งสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์
*เปรี้ยง!*
คลื่นพลังตบะหมื่นปีที่อวิ๋นเทียนฝูสะสมมาตลอดชีวิตถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นจุล ทะเลปราณในตันtianแตกสลายกลายเป็นผุยผง เสียงกรีดร้องโหยหวนของดวงจิตอวิ๋นเทียนฝูดังก้องอยู่ในห้วงสำนึกของทุกคน ก่อนจะดับวูบลงอย่างไร้ร่องรอย ตบะบำเพ็ญเพียรนับร้อยปีพังทลายในพริบตาเดียว!
นี่คือกระบวนท่าที่สอง: *ทำลายตบะหมื่นปี*!
ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมลานประลองแปดทิศ ผู้คนนับหมื่นกลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แม้แต่ไป๋อวี๋ซวงที่มักจะเย็นชาดั่งน้ำแข็ง ยังต้องลอบสูดลมหายใจเข้าลึก นางมองแผ่นหลังของบุรุษผู้นี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและภาคภูมิใจ เขายังคงเป็นหลี่เทียนเฉินผู้ทะนงองอาจคนเดิม ผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้แก่ฟ้าดินผู้ใด
“เหลือกระบวนท่าสุดท้าย…” หลี่เทียนเฉินหมุนตัวกลับมาช้าๆ สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่พุ่งตรงไปยังม่อหลง ผู้อาวุโสสำนักกระบี่นภาที่กำลังตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและหวาดกลัวระคนกัน
ม่อหลงกระชากกระบี่ประจำกายออกมา ชี้หน้าหลี่เทียนเฉินแล้วคำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง “ไอ้เด็กเวร! อย่าได้ใจให้มันมากนัก! เจ้าบังอาจสังหารอัจฉริยะสำนักมาร ต่อให้เจ้ามีปีกก็บินไม่พ้นความตาย สำนักมารและสำนักกระบี่นภาของเราไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
หลี่เทียนเฉินแค่นหัวร่อ เย็นชาถึงขีดสุด มุมปากยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มอันตราย “สำนักมารหรือ? ต่อให้พวกมันยกโขยงกันมาทั้งสำนัก ในสายตาของข้าก็เป็นเพียงฝุ่นผงใต้ฝ่าเท้า… ส่วนแคว้นและสำนักของเจ้า ม่อหลง เตรียมตัวชดใช้หนี้เลือดเมื่อชาติก่อนได้แล้ว!”
สิ้นคำพูดนั้น หลี่เทียนเฉินก้าวเท้าออกเป็นก้าวที่สาม ร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นแสงกระบี่สีทองเจิดจ้าพุ่งตรงเข้าหาม่อหลงราวกับดาวตกแผดเผา นภากว้างใหญ่สั่นสะเทือน เมฆหมอกม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น อานุภาพกระบี่ที่กดทับลงมาทำให้ม่อหลงรู้สึกราวกับความตายกำลังยืนอยู่ตรงหน้า
ทว่า… ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะเจาะทะลวงผ่านหน้าผากของม่อหลงนั่นเอง
*เปรี้ยง! ตูม!*
ท้องฟ้าเบื้องบนลานประลองจู่ๆ ก็ฉีกขาดออกเป็นทางยาว เมฆสีดำสนิททะลักทลายออกมาพร้อมกับสายฟ้าสีเลือดขนาดมหึมาที่ฟาดผ่าลงมาคั่นกลางระหว่างหลี่เทียนเฉินและม่อหลง แรงกระแทกอันมหาศาลบังคับให้หลี่เทียนเฉินต้องถอยหลังไปสามก้าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เสียงหัวร่ออันเย็นเยียบดั่งมาจากขุมนรกโลกันตร์ดังสะท้านก้องฟ้าดิน ทะลักทะลายผ่านรอยแยกมิติที่กำลังเปิดออก
“ฮ่าๆๆๆ… ช่างเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยมเสียจริง หลี่เทียนเฉิน… เจ้าคิดหรือว่าความแค้นเมื่อชาติก่อน จะสะสางได้ง่ายดายเพียงนี้?”
เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายอักขระมารโบราณนับพัน ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิตินั้นอย่างเชื่องช้า แรงกดดันระดับเซียนแท้จริงแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งรัศมีหมื่นลี้ ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่นบนลานประลองถึงกับกระอักเลือดสดๆ ออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย!
ดวงตาของไป๋อวี๋ซวงเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรก นางพุ่งทะยานลอยตัวขึ้นจากเก้าอี้หยก รังสีปราณกระบี่น้ำแข็งพวยพุ่งระเบิดออกปกป้องหลี่เทียนเฉินทันที พร้อมกับเอמהสเสียงเย็นเยียบด้วยความตกใจ
“นั่นมัน… ประมุขสำนักมาร ‘โม่อวิ๋นเซียว’!”
หลี่เทียนเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย มองเงาร่างที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่รอคอยการสะสางมานานนับร้อยปี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้นะครับ
หมื่นกระบี่คืนรัง
สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 13
เปิดฉากความอัปยศของสำนักมาร
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!