ความกดดันระดับบรรพกาลแผ่ซ่านปกคลุมทั่วลานพิธีตระกูลหลี่ ราวกับมวลเมฆทมิฬที่อัดแน่นด้วยสายฟ้ากำลังกดทับลงบนศีรษะของทุกคนในที่นั้น
"เจ้า... เจ้าว่าอย่างไรนะ?"
เสียงของม่อหลง ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักกระบี่นภาสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทายอำนาจต่อหน้าธารกำนัล นัยน์ตาของมันหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นด้าย รังสีสังหารแผ่ออกจากร่างจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยกว้าง ปราณกระบี่ขั้นหลอมรวมวิญญาณระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี
หลี่เทียนเฉินยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักหยกขาว มือขวายังคงไขว้หลัง มือซ้ายทาบอยู่บนด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาๆ เล่มหนึ่ง ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรที่ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความเยือกเย็นที่เสียดแทงถึงขั้วหัวใจของผู้พบเห็น
"หูของเจ้าคงฝืดเคืองไปตามสังขาร หรือว่าความโลภในสมบัติของตระกูลหลี่ ทำให้สติปัญญาของผู้อาวุโสเช่นเจ้าเสื่อมถอยลงกันแน่?" หลี่เทียนเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องกังสดาล สะท้อนเข้าสู่จิตวิญญาณของทุกคนโดยตรง
"สามหาว!"
ม่อหลงคำรามลั่นราวกับอสุนีบาตฟาดเปรี้ยง ฝ่ามือเหี่ยวแห้งตบคว้าลงกลางอากาศ ปราณกระบี่อัคคีทมิฬหลอมรวมเป็นคมดาบขนาดยักษ์พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ร่างของหลี่เทียนเฉินด้วยความเร็วเหนือเสียง แรงกดดันนี้เพียงพอที่จะบดขยี้ผู้ฝึกตนในขอบเขตเดียวกันให้แหลกสลายกลายเป็นจุลในพริบตา
บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสตระกูลต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความตื่นกลัว หลายคนถึงกับหลับตาลงเพราะไม่อาจทนดูภาพความตายอันสยดสยองที่จะเกิดขึ้น
ทว่า ท่ามกลางพายุอัคคีทมิฬที่โหมกระหน่ำนั้น ร่างของหลี่เทียนเฉินกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
*ฟึบ—!*
ประกายแสงสีเงินยวณสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วเสี้ยวลมหายใจ ไป๋อวี๋ซวงที่ยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาน้ำแข็งคู่นั้นทอประกายวาบขึ้นราวดาราน้ำค้างยามรุ่งอรุณ นางขยับตัวเพียงเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างราวกับต้องการช่วยเหลือ ทว่า...
"อวี๋ซวง อยู่เฉยๆ"
เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยวเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าประกาศิตแห่งสวรรค์ ไป๋อวี๋ซวงชะงักฝีเท้า นางทราบดีถึงความตั้งใจของชายหนุ่ม จึงเพียงแต่ยืนกอดอกนิ่ง รัศมีเยือกแข็งรอบกายลดทอนแรงกดดันของม่อหลงไม่ให้แผ่ซ่านไปทำร้ายผู้อื่นแทน
หลี่เทียนเฉินก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังเดินชมบุปผาในสวนหลังบ้าน
นิ้วมือเรียวยาวของเขาดีดลงบนด้ามกระบี่ไม้ไผ่เบาๆ ครั้งหนึ่ง
*เปรี้ยง!*
เสียงคลื่นกระบี่โบราณระเบิดออกอย่างไร้ลักษณ์ แต่มันกลับทรงพลังมหาศาลจนห้วงมิติรอบบริเวณบิดเบี้ยว ปราณกระบี่อัคคีทมิฬที่ม่อหลงภาคภูมิใจนักหนา แตกสลายกลายเป็นผุยผงกลางอากาศราวกับเศษแก้วที่ถูกค้อนเหล็กทุบทำลาย แรงสะท้อนกลับทำให้ม่อหลงกระอักเลือดคำโตออกมาทันที ร่างชราถอยหลังกรูดไปถึงเจ็ดเก้าก้าว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
"นี่มัน... วิชาอะไรกัน?!" ม่อหลงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขารู้สึกได้ทันทีว่าวิถีกระบี่ที่อีกฝ่ายใช้ไม่ได้อาศัยปราณวิญญาณภายนอก หากแต่เป็นการ "พิพากษา" ด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน!
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้แต่เสียงลมหายใจของผู้อาวุโสคนอื่นๆ ยังขาดหาย
หลี่เทียนเฉินกวาดสายตามองฝูงชนด้วยแววตาทะนงองอาจ เขาก้าวเข้าไปใกล้ม่อหลงที่ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส เงาร่างของชายหนุ่มทอดทับลงบนตัวผู้อาวุโสใหญ่ ราวกับเทพยดากำลังก้มมองมดปลวก
"เจ้า... เจ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ? สำนักกระบี่นภาไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!" ม่อหลงกัดฟันกรอด ขู่คำรามด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
หลี่เทียนเฉินแย้มยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปีของไป๋อวี๋ซวง
"สำนักกระบี่นภา? แม้แต่บรรพบุรุษรุ่นก่อตั้งของพวกเจ้า หากยังอยู่ตรงหน้าข้าในวันนี้ ก็ยังต้องคุกเข่าคำนับสามครั้ง..."
สิ้นคำพูด หลี่เทียนเฉินก็ยื่นมือขวาออกไปช้าๆ
นิ้วมือของเขาแตะลงที่ฝักกระบี่ไม้ไผ่ที่คาดอยู่ข้างเอว
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะเสียดสีกับไม้ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานเสียดแทงแก้วหูของทุกคนในลานพิธี ราวกับเสียงคำรามเตือนภัยจากขุมนรก
เมื่อนิ้วเรียวยาวนั้นเกี่ยวรั้งปลายด้ามกระบี่ ชักเรียวคมสีนิลกาฬออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว...
ท้องนภาที่เคยแจ่มใสไร้เมฆหมอก กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา สายฟ้าสีม่วงเข้มทอดยาวตัดผ่านกลีบเมฆ เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ แรงกดดันระดับมหาเทพแผ่ขยายครอบคลุมรัศมีร้อยลี้ ทุกผู้คนในตระกูลหลี่ต่างทรุดฮวบลงกับพื้นโดยไม่สามารถต้านทานได้
ไป๋อวี๋ซวงมองแผ่นหลังอันสง่างามนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและความภาคภูมิใจ นางรู้ดีว่า... เมื่อกระบี่เล่มนี้ออกจากฝักจนสุดคม แผ่นดินเบื้องล่างย่อมต้องนองเลือด และไม่มีผู้ใดในยุทธภพนี้ที่จะขวางทางของเขาได้อีกต่อไป
หลี่เทียนเฉินเหลือบสายตามองม่อหลงที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนสะท้านสะเทือนฟ้าดิน
"อยากเห็นกระบี่ที่แท้จริงของข้า... หรือไม่?"
— **หมื่นกระบี่คืนรัง**
สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 11
ประกาศิตแห่งมหาเทพ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!