สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 18

ปลุกพลังเนตรสวรรค์

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนังถ้ำศิลาโบราณ ราวกับดอกเหมืองแดงฉานที่เบ่งบานกลางฤดูหนาวอันเหน็บหนาว หลี่เทียนเฉินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กระบี่เหล็กนิลในมือขวายันพื้นศิลาไว้เพื่อพยุงร่างอันสะท้านสะเทือน ปราณแท้จริงในตันtian (ตันเถียน) ปั่นป่วนดั่งพายุคลั่ง ร่างกายของเขาถูกแรงกดดันระดับเสมือนเซียนขั้นสมบูรณ์ของม่อหลงกดทับจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นดังกร๊อบ "เด็กน้อย... เจ้าคิดว่าความอวดดีเพียงน้อยนิด จะอาจหาญต่อกรกับผู้อาวุโสเช่นข้าได้กระนั้นหรือ?" ม่อหลงแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน ดวงตาคู่ฝ้าฟางเต็มไปด้วยความโลภโมโทสัน ยามที่เขามองตรงมายังจุดตันเถียนของหลี่เทียนเฉิน ราวกับสุนัขป่าหิวกระหายที่พบชิ้นเนื้อโอชะ "เคล็ดวิชามารสะทอนฟ้าที่เจ้าครอบครอง... ส่งมันมาให้ข้าแต่โดยดี แล้วข้าจะเมตตาปลิดชีพเจ้าให้ไม่ทรมานจนเกินไป" บรรยากาศรอบกายพลันอึมครึม ไอสังหารแผ่ซ่านจนหยดน้ำบนเพดานถ้ำแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ทว่า ในเงื้อมมือมรณะนั้นเอง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดู กลับพุ่งทะยานเข้ามาขวางเบื้องหน้า หลี่เทียนเฉินไว้ ไป๋อวี๋ซวง นางเซียนแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์เวลานี้ไม่เหลือเค้าลางความเยือกเย็นชาดั่งเช่นเคย ดวงตาคู่คมปลาบจับจ้องม่อหลงราวกับจะแช่แข็งวิญญาณของอีกฝ่ายให้แตกสลายเป็นจุล กระบี่เกล็ดน้ำแข็งในมือสั่นระริกด้วยแรงโทสะ "หากเจ้าอยากแตะต้องเขา... จงก้าวผ่านซากศพของข้าไปก่อน" น้ำเสียงของไป๋อวี๋ซวงราบเรียบ เยือกเย็น แต่กลับก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ นางรู้ดีว่าอาการบาดเจ็บภายในของนางยังไม่หายสนิท การฝืนใช้เคล็ดวิชาสูงสุดในยानोंี้เท่ากับเป็นการเผาผลาญอายุขัยของตนเอง แต่ทว่า... เพื่อบุรุษผู้นี้ นางไม่เคยเสียดายสิ่งใด แม้กระทั่งชีวิต "อวี๋ซวง... ถอยไป" หลี่เทียนเฉินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เม็ดเหงื่อกาฬไหลรินตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาที่เคยสงบนิ่งดั่งบึงโบราณ บัดนี้กลับทอประกายแสงสีทองจางๆ ลึกล้ำจนน่ากลัว "ไม่... เทียนเฉิน ในชาตินี้ ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดพรากท่านไปจากข้าอีกเป็นครั้งที่สอง" นางเอ่ยตอบโดยไม่หันกลับมามอง เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยวปานเหล็กกล้า ม่อหลงหัวเราะลั่นด้วยความสมเพชเวทนา "ช่างเป็นความรักที่โง่เขลาและน่าขันยิ่งนัก! ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายร่วมกันนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้พวกเจ้าได้กลายเป็นผุยผงไปพร้อมกัน!" สิ้นเสียง ผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่นภาก็ตบฝ่ามือลงมากลางอากาศ ปราณกระบี่นับพันสายควบแน่นเป็นรูปพญามารสามเศียร พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาด แรงกดดันระดับนี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตเดียวกันก็ยากจะต้านทานไหว วิกฤตการณ์เป็นตายเท่ากันบีบคั้นให้หลี่เทียนเฉินต้องตัดสินใจเด็ดขาด ในห้วงสำนึกอันมืดมิดของจิตวิญญาณ หลี่เทียนเฉินหลับตาลง เขารู้ดีว่าหากพึ่งพาเพียงพลังปราณในยามนี้ ไม่มีทางต้านทานกระบวนท่านี้ได้เลย ทางเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ได้ คือการทะลวงขีดจำกัดของร่างกายเนื้อหนัง และปลุกขุมพลังที่หลับใหลอยู่ในห้วงลึกแห่งบรรพกาลให้ตื่นขึ้น! *ติ๊ง...* เสียงคล้ายหยดน้ำกระทบผิวน้ำดังขึ้นในกมลสันดาน ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็พลันสงบลง เสียงคำรามของพญามาร เสียงลมหายใจของไป๋อวี๋ซวง และแม้แต่การเคลื่อนไหวของละอองฝุ่น ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับเคลื่อนที่ช้าลงนับร้อยเท่า หลี่เทียนเฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง! ยามนี้ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ลวดลายอักขระโบราณนับพันสายหมุนวนอยู่ภายในม่านตา ราวกับจักรวาลอันไพศาลที่กำลังหมุนรอบแกนกลาง นี่คือ "เนตรสวรรค์" เนตรบรรพกาลที่สามารถมองทะลุสรรพสิ่ง ทะลวงผ่านภาพลวงตา และมองเห็นจุดตายของทุกสรรพชีวิตในหล้า! เมื่อมองผ่านเนตรสวรรค์ โลกในสายตาของหลี่เทียนเฉินก็มิใช่ภาพเดิมอีกต่อไป ร่างของม่อหลงที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า กลับปรากฏจุดแสงสีดำทมิฬนับร้อยจุดทั่วร่าง และจุดศูนย์กลางพลังชีวิตที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่บริเวณใต้ซี่โครงด้านซ้าย ซึ่งเป็นจุดบอดที่เกิดจากการหมุนเวียนปราณที่ผิดเพี้ยนไปจากการฝึกฝนเคล็ดวิชามารในอดีต "ที่แท้... แกก็ยังมีจุดตายตรงนี้สินะ" มุมปากของหลี่เทียนเฉินยกย่องขึ้น รอยยิ้มนั้นเยือกเย็นและทรงอำนาจยิ่งกว่าเทพยดาผู้พิพากษา เขายันกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม มือขวาตวัดกระบี่เหล็กนิลในมือขึ้นชี้ฟ้า ปราณสีทองอร่ามผสานกับไอโลหิตพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนจนเมฆหมอกเหนือถ้ำสลายกลายเป็นจุล ไป๋อวี๋ซวงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ระเบิดออกมาจากร่างของชายหนุ่ม พลังนี้... สูงส่งและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าวิถีเซียนใดๆ ในยุทธภพ เป็นพลังที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ของฟ้าดิน! ม่อหลงที่พุ่งเข้ามาประชิดตัว ชะงักกะทันหัน ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นพล่านจากกระดูกสันหลังขึ้นสู่สมอง ราวกับเขากำลังถูกจ้องมองโดยเทพเจ้าแห่งความตายที่ยืนอยู่เหนือวัฏสงสาร สัญชาตญาณดิบของยอดฝีมือเตือนภัยเขาอย่างรุนแรงว่า หากพุ่งเข้าไปต่อ... เขาจะต้องดับสูญอย่างแน่นอน! "เป็นไปไม่ได้! เจ้าเด็กนี่มันใช้วิชาอันใดกัน!?" ม่อหลงแผดเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก ทว่า... สายเกินกว่าจะถอยเสียแล้ว หลี่เทียนเฉินก้าวเท้าออกไปเพียงหนึ่งก้าว ร่างของเขาก็หายลับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีที่ก้าวข้ามมิติเวลา พริบตานั้น ปลายกระบี่เหล็กนิลก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าอกของม่อหลงอย่างแม่นยำ ราวกับมันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ชาติภพก่อนแล้วว่าต้องมาบรรจบกัน ณ จุดนี้ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่กำลังจะเจาะทะลวงผ่านจุดตายสีดำทมิฬนั้น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นมาจากใต้พิภพ... ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีเซียนด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%