โลหิต... โลหิตสีชาดที่สาดกระเซ็นเคลือบย้อมผืนปฐพีของเมืองมรกตให้กลายเป็นสีฉานดั่งภาพวาดจากขุมนรก เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงระเบิดของอาคมระดับบรรพกาลดังสนั่นหวั่นไหวจนยอดเขาพสุธาสะเทือนเลื่อนลั่น ท้องนภาเหนือนครการค้าอันรุ่งเรืองบัดนี้ถูกกลืนกินด้วยม่านเมฆหมอกสีทมิฬและอักขระมารนับหมื่นที่แผ่พุ่งไอสังหารกดทับลงมาดั่งภูเขาทับถม
กองกำลังลึกลับจากสำนักกระบี่นภาหาได้มีความเมตตาปรานีไม่ พวกมันเคลื่อนพลเข้ามาดั่งฝูงตั๊กแตนเหล็กกล้าที่พร้อมกลืนกินทุกสรรพชีวิตให้สูญสลาย
"ฮ่าๆๆๆ! เมืองมรกตอันเลื่องชื่อ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงสุสานกลางแจ้งของพวกมดปลวกไร้ค่า!"
เสียงหัวeเราะเย้ยหยันดังก้องมาจากฟากฟ้า ร่างของผู้อาวุโสม่อหลงในชุดคลุมสีเงินยวงปักลายกระบี่เหินฟ้าลอยเด่นอยู่กลางอากาศ รอบกายของมันหมุนวนด้วยกระบี่วิญญาณเจ็ดเล่มที่แผ่รังสีคมกล้าจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าว สายตาที่มองลงมายังเบื้องล่างเต็มไปด้วยความโลภโมโทสันและกระหายเลือด
ณ ใจกลางลานพิธีศักดิ์สิทธิ์ของเมืองมรกต หลี่เทียนเฉินยืนหยัดตระหง่านดั่งขุนเขาค้ำฟ้า ร่างกายของเขาสวมชุดคลุมสีครามเรียบง่ายแต่กลับแผ่ซ่านไอน้ำแข็งและปราณกระบี่อันบริสุทธิ์ที่เหนือล้ำกว่าผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติด ดวงตาคู่คมกริบดั่งดาราในห้วงจักรวาลกวาดมองความเสียหายโดยรอบ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยเยือกเย็น ราวกับมหาสมุทรลึกที่ไร้ระลอกคลื่น แม้เบื้องหน้าจะคือคลื่นมนุษย์นับพันที่กระหายชีวิตของเขาก็ตาม
"ม่อหลง... เจ้ายังคงเป็นสุนัขรับใช้ที่ไร้ยางอายไม่เปลี่ยน" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย แต่กลับสะท้อนก้องกังวานเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกคนในรัศมีร้อยลี้ "ชาติก่อนเจ้าตายใต้คมกระบี่ของข้า ชาตินี้... เจ้ายังกล้าอาจหาญนำกระบี่โสโครกมาแปดเปื้อนแผ่นดินนี้อีกหรือ"
ม่อหลงสะท้านเฮือกเมื่อได้ยินคำว่า 'ชาติก่อน' ดวงตาฝ้าฟางฉายแววหวาดกลัวหวาดระแวงชั่วขณะ แต่มันก็รีบแปรเปลี่ยนเป็นความเกี้ยวกราดอำมหิต "สามหรอก! หลี่เทียนเฉิน เจ้าคิดว่าตนเองยังเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตหรือไง! ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงแค่ศิษย์สวะที่ใช้เล่ห์กลเอาตัวรอด วันนี้ ข้าจะถลกหนัง ลอกกระดูก และบดขยี้วิญญาณของเจ้าให้แหลกคามือ เพื่อล้างอายที่ข้าเคยได้รับ!"
สิ้นเสียงคำราม ม่อหลงสะบัดมือวาบ กระบี่วิญญาณทั้งเจ็ดเล่มพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง ทอประกายแสงเจิดจ้าดั่งดาวตกพุ่งชนเป้าหมาย มุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพหลี่เทียนเฉินในกระบวนท่าเดียว
"ระวัง, คุณชายหลี่!" เสียงร้องเตือนด้วยความร้อนรนดังมาจากด้านข้าง เป็นจ้าวชิงหยุน เจ้าเมืองมรกตที่บาดเจ็บสาหัสจากการปะทะระลอกแรก เขากระอักเลือดคำโตออกมาขณะพยายามพยุงร่างที่พรุนไปด้วยแผลกระบี่ลุกขึ้นยืน
ทว่า หลี่เทียนเฉินหาได้หลบเลี่ยงไม่ เขายังคงยืนนิ่งสนิท มือข้ายื่นออกไปช้าๆ ราวกับกำลังคว้าจับสายลมที่ว่างเปล่า ทันใดนั้น... อุณหภูมิโดยรอบก็ดิ่งฮวบลงจนหยาดน้ำฝนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามบริสุทธิ์
*แคว่ก!*
ร่างระหงดั่งเทพธิดาน้ำแข็งปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าหลี่เทียนเฉินราวกับภาพลวงตา ไป๋อวี๋ซวง นางเซียนแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ ยืนถือกระบี่น้ำแข็งเก้าสวรรค์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงปราณ ใบหน้างดงามล่มเมืองเยียบเย็นราวน้ำแข็งพันปี แววตาคู่คมที่มักไร้ความรู้สึกต่อสรรพสิ่ง บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกเมื่อเหลือบมองบุรุษด้านหลังเพียงเสี้ยววินาที
"หนอนแมลงรนหาที่ตาย... รังแกเขา ถามกระบี่ในมือข้าเสียก่อนหรือยัง"
น้ำเสียงใสราวกระดิ่งเงินแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งหล่นจากปากนางเซียน ไป๋อวี๋ซวงตวัดกระบี่ในมือขึ้นวาดเป็นวงโค้งกลางอากาศ เกิดเป็น "ค่ายกลบุปผาน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า" อักขระเวทสีครามเรืองแสงสว่างวาบจนแสบตา พลังปราณเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปดั่งคลื่นสึนามิ ปะทะเข้ากับกระบี่วิญญาณทั้งเจ็ดของม่อหลงอย่างจัง!
*ตูมมมมม!*
แรงปะทะระดับสะเทือนฟ้าดินทำให้พื้นศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ คลื่นกระแทกซัดพัดพากองกำลังศัตรูปลิวลอยละลิ่วไปคนละทิศคนละทาง ม่อหลงหน้าถอดสี ถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตื่นตะลึง มันไม่คาดคิดเลยว่าหญิงสาวผู้นี้จะมีพลังฝึกตนที่ล้ำลึกถึงเพียงนี้ ทั้งที่อายุยังน้อยนัก!
"อวี๋ซวง... เจ้าถอยไปก่อน ศึกนี้... เป็นบัญชีแค้นที่ข้าต้องสะสางด้วยกำปั้นของตนเอง" หลี่เทียนเฉินเอ่ยเสียงนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ปฏิเสธไม่ได้ เขาเดินก้าวผ่านร่างของนางเซียนออกมายืนอยู่แถวหน้าสุด
ไป๋อวี๋ซวงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย นางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ไม่เอ่ยคำใดเพิ่มเติม แต่ไอปราณน้ำแข็งรอบกายกลับยิ่งเข้มข้นขึ้นเพื่อคอยคุ้มกันจุดอับสายตาให้เขา ดั่งความผูกพันลึกซึ้งที่แม้ความตายก็มิอาจพรากแยก
หลี่เทียนเฉินสูดลมหายใจเข้าลึก นำพาปราณบรรพกาลไหลเวียนผ่านจุดชีพจรทั่วร่าง กล้ามเนื้อทุกมัดปูดโปนขึ้นเล็กน้อย แสงสีทองเรืองรองผสานกับไอสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้าจนเกิดเป็นรูปเงากำปั้นมารขนาดมหึมาทาบทับอยู่เหนือเมืองมรกต
"ม่อหลง เจ้าจงดูให้เต็มตา... ว่าวิถีมารที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร!"
หลี่เทียนเฉินซัดหมัดออกไปข้างหน้าอย่างเรียบง่าย ไม่มีลวดลายซับซ้อน แต่ทว่า... อากาศรอบด้านกลับแตกสลายเป็นสุญญากาศ แรงกดดันมหาศาลดั่งฟ้าถล่มพสุธาทลายพุ่งเข้าใส่ร่างของม่อหลงในพริบตา!
ม่อหลงเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว พลังหมัดนั้นสะท้อนภาพอดีตชาติและกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินเข้าบดขยี้ร่างของมันจนแหลกเหลวเป็นจุลไปต่อหน้าต่อตา!
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้นหลังการตายของม่อหลง ท้องนภาเบื้องบนกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดอย่างฉับพลัน เสียงคำรามของอสุนีบาตสีดำทมิฬดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงหัวเราะเยาะของทวยเทพ
รอยแยกมิติขนาดใหญ่เปิดอ้าออกช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่า กลิ่นอายความกดดันระดับ "เซียนแท้จริง" แผ่ซ่ายกดทับจนทุกคนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความอึดอัด
ชายชราผู้นั้นเหลือบมองซากศพของม่อหลงแวบหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตามาหยุดที่หลี่เทียนเฉินด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทุกคนเย็นเฉียบ
"ฆ่าคนของเรา... เจ้าคิดว่าจะสะsาบหนี้แค้นแค่นี้พอแล้วงั้นหรือ, ไอ้หนูตระกูลหลี่?"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีเซียนด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 17
ค่ายกลสะท้านปฐพี
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!