สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 3

ตบหน้าด้วยความจริงอันเจ็บปวด

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“เศษสวะที่เส้นชีพจรพิการ เหตุใดจึงยังดึงดันหายใจรับลมฟ้าอากาศบนโลกใบนี้ให้เปลืองทรัพยากร?” เสียงหัวเราะเยาะหยันดังบาดแก้วหู ภายในห้องโถงรับรองของสำนักกระบี่นภา กลิ่นอายกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว ผู้อาวุโส ‘ม่อหลง’ ยืนไขว่ห้างด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง สายตาที่มองลงมายังเตียงนอนเปรียบเสมือนกำลังมองมดปลวกใต้ฝ่าเท้า ร่างกายชราภาพแต่เปี่ยมด้วยพละกำลังแฝงเร้นของเขาแผ่ไอสังหารออกมาอย่างไม่ปิดบัง การมาเยือนในครั้งนี้ หาใช่การมาตรวจอาการเพื่อรักษาไม่ หากแต่เป็นการมาเพื่อเหยียบย่ำ ซ้ำเติม และขับไล่ศิษย์นอกตู้ผู้ไร้ค่าออกจากสำนักอย่างชอบธรรม หลี่เทียนเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้เก่าคร่ำคร่า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงไว้ซึ่งความสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนก ดวงตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงดาราจักรที่ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี เขากวาดตามองม่อหลงช้าๆ ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันอันเหนือชั้น จนคนที่พบเห็นต้องรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ “ผู้อาวุโสม่อ ท่านเดินทางมาไกลถึงเรือนพักโทรมๆ นี้ คงมิได้มาเพื่อยืนเห่าหอนโชว์ความไร้สมองกระมังครับ?” น้ำเสียงของหลี่เทียนเฉินราบเรียบทว่าก้องกังวานราวกับเสียงระฆังทองคำสั่นไหวในวิหารโบราณ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ม่อหลงหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “สามหอง! เจ้าเป็นเพียงศิษย์ไร้ค่าที่แม้แต่รากฐานลมปราณก็ถูกทำลาย กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับผู้อาวุโสเช่นข้า! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้สำนึกว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็นเช่นไร!” สิ้นคำ ม่อหลงสะบัดแขนเสื้อขวาอย่างแรง ปราณวิญญาณสีเทาหม่นพวยพุ่งออกมาราวกับอสรพิษร้าย ก่อตัวเป็นแรงกดดันหนักอึ้งพุ่งเข้าใส่หลี่เทียนเฉินหมายจะให้คุกเข่าลงโขกศีรษะขอขมา ความตั้งใจของเขาคือการใช้พลังกดดันนี้บดขยี้กระดูกทั่วร่างของเด็กหนุ่มให้แหลกละเอียดคาที่ เพื่อระบายความแค้นส่วนตัวที่มีต่อศิษย์สวะผู้นี้ ทว่า... หลี่เทียนเฉินหาได้ขยับเขยื้อนไม่ ท่ามกลางพายุลมปราณที่โหมกระหน่ำจนข้าวของภายในห้องสั่นสะเทือน ร่างของหลี่เทียนเฉินกลับตั้งตรงสง่างามดั่งขุนเขาไท่ซาน เขายกมือขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังปัดเป่าละอองฝุ่น ปลายนิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเป็นเส้นสายโค้งเว้าอย่างไร้ที่ติ *“วัฏจักรฟ้าดิน ดับสูญคืนต้นกำเนิด... สยบ!”* สิ้นเสียงกระซิบแผ่วเบาราวบทกวีโบราณ อากาศภายในห้องพลันนิ่งงันราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ปราณวิญญาณสีเทาหม่นที่ม่อหลงปล่อยออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อเข้าใกล้รัศมีสามเชียะรอบกายของหลี่เทียนเฉิน มันกลับมลายหายไปราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนกองไฟร้อนระอุ ไม่เพียงเท่านั้น... ปراณวิญญาณของม่อหลงกลับถูก ‘ดูดกลืน’ และ ‘ควบคุม’ ให้ย้อนกลับเข้าสู่ร่างของผู้ใช้อย่างสมบูรณ์แบบ! “อึก... บ้าน่า! เป็นไปได้ 3 อย่างไรกัน?!” ม่อหลงเบิกตากว้าง ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขารู้สึกได้ทันทีว่าเส้นชีพจรปราณทั่วร่างถูกพันธนาการไว้ด้วยพลังงานลึกลับบางอย่าง ปราณวิญญาณในตันtian (จุดตันเตียน) ของตนหยุดนิ่งแข็งค้าง ไม่สามารถโคจรได้แม้แต่น้อย ราวกับเด็กน้อยที่ไร้เรี่ยวแรงเผชิญหน้ากับมหาเทพผู้ควบคุมกฎเกณฑ์ฟ้าดิน นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยพละกำลัง... แต่นี่คือการ ‘คุมกำเนิดปราณ’ โดยสมบูรณ์! วิชาที่สามารถปิดกั้นและยึดครองพลังปราณของคู่ต่อสู้ได้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้กระบวนท่าเช่นนี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก็ยังไม่อาจทำได้! “เจ้า... เจ้าใช้วิชาปีศาจอันใดกัน?!” ม่อหลงถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบในร่างร้องเตือนภัยระดับวิกฤต เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มแผ่นหลัง ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดผวาต่อเด็กหนุ่มตรงหน้าผู้มีอายุไม่ถึงยี่สิบปี หลี่เทียนเฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหาม่อหลงทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นไม้สร้างเสียงดัง ‘กรับ’ ราวกับเสียงค้อนพิพากษาที่เคาะลงบนโลงศพ รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่เทียนเฉินในยามนี้ สูงส่ง น่าเกรงขาม และกดทับจนม่อหลงรู้สึกหายใจไม่ออก “วิชาปีศาจงั้นหรือ?” หลี่เทียนเฉินแค่นหัวเราะเสียงต่ำ แววตาทอประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก “ในสายตาของกบในกะลาอย่างเจ้า สิ่งที่สูงส่งเกินกว่าจะเข้าใจมักถูกเรียว่าเป็นมารเสมอ... ม่อหลง เจ้าดูถูกข้า สบประมาทข้า และหมายจะเอาชีวิตข้า ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่เจ้าจะต้องจดจำไปจนวันตาย” เพี๊ยะ! เสียงตบหน้าฉาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง แรงตบนั้นไม่ได้ใช้ปราณวิญญาณเสริมแต่ง แต่กลับหนักหน่วงดั่งภูเขาถล่ม ร่างชราของม่อหลงหมุนคว้างกลางอากาศไปสามรอบก่อนจะกระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างรุนแรง กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต ฟันกรามหลุดร่วงปะปนกับกองเลือด น่าอนาถยิ่งนัก ความจริงอันเจ็บปวดกระแทกเข้าหน้าผู้อาวุโสสำนักกระบี่นภาอย่างจัง ผู้ที่เขามาเพื่อเหยียบย่ำ กลับกลายเป็นผู้ที่ตบหน้าเขาจนแทบหาทางกลับบ้านไม่ถูก “จำไว้... อย่าได้อาจเอื้อมมาเหยียบเรือนนี้อีก หากยังมีครั้งหน้า หัวสุนัขบนบ่าของเจ้าคงอยู่ไม่บนบ่าแน่” หลี่เทียนเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงจิตสังหารที่ทำให้ม่อหลงตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัวฝังรากลึก ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูไม้ด้านนอกห้องที่ปิดสนิทก็พลันถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา... แต่ทว่าทรงพลัง ปราณไอเย็นยะเยือกที่บริสุทธิ์และสูงส่งจนสรรพสิ่งต้องยอมสยบแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณ กลิ่นอายหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยล่องมาตามสายลม ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราศีนางพญาปรากฏขึ้นที่กรอบประตู เส้นผมสีดำสนิทดั่งหมึกจีนทิ้งตัวยาวคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้างดงามล้ำเลิศไร้ที่ติทว่าเยชาดาราน้ำแข็งไร้ความรู้สึก ราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งเกินกว่ามนุษย์จะเอื้อมถึง... ‘ไป๋อวี๋ซวง’ นางเซียนแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหลี่เทียนเฉินอย่างเงียบเชียบ ดวงตางามลึกล้ำกวาดมองม่อหลงที่นอนกองกับพื้นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “ศิษย์พี่... ให้ข้าจัดการกวาดล้างขยะพวกนี้ให้สิ้นซากเลยดีหรือไม่?” สิ้นเสียงของนางเซียนผู้เย็นชา มิติอากาศรอบด้านพลันแปรเปลี่ยนเป็นเหมันต์สีขาวโพลน กดดันให้บรรยากาศทั้งหมดหยุดนิ่ง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสัตว์อสูรบินได้ก็ดังสนั่นมาจากนอกภูเขา... กองกำลังลึกลับกลุ่มใหญ่กำลังเคลื่อนพลปิดล้อมยอดเขาแห่งนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับข้าพเจ้า หายใจเข้าพร้อมคมกระบี่ หายใจออกพร้อมสัจธรรม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%