สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 20

มุ่งสู่หุบเขาหมื่นพิษ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกสลัก กระทบลงบนพื้นศิลาจนเกิดเสียง "ติ๊ด" แผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสองราวกับเสียงคำรามของอัสนีบาต ไป๋อวี๋ซวงเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด แม้ทั่วร่างจะปกคลุมด้วยไอเย็นยะเยือกแห่งเคล็ดวิชา "ธาราน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า" ทว่าไอมารโบราณที่สถิตอยู่ภายในจุดชีพจรหัวใจกลับแผดเผาอวัยวะภายในของนางจนแทบแหลกสลาย นางหอบหายใจรดริน ไอหมอกสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกจากเรียวปากที่สั่นเทา ดวงตาคู่คมปลาบที่เคยเย็นชาราวกับมองสรรพชีวิตเป็นเพียงธุลีดิน บัดนี้กลับฉายแววอ่อนล้าอย่างหาได้ยากยิ่ง "เทียนเฉิน... หยุดเถอะครับ..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าแต้มด้วยความดื้อรั้น "อาการธาตุไฟเข้าแทรกของข้า... เป็นผลสะท้อนจากการฝืนใช้พลังเซียนระดับสูงในเขตแดนไร้ฟ้า... ต่อให้ท่านนำสมุนไพรระดับบรรพกาลมาได้... ก็เป็นเพียงการต่ออายุให้ข้าได้อีกไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น" หลี่เทียนเฉินไม่เอ่ยคำใด ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีหมึกยืนนิ่งงันดุจภูผา ทว่าแผ่นหลังนั้นกลับแผ่ซ่านรังสีดาบอันคมกลาบที่พร้อมจะฉีกกระชากผืนนภากลับหัวกลับหาง เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้ แ우สผสานพลังปราณมหาศาลเข้าสู่จุดตันTIANของนางอย่างนุ่มนวลและเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อข้า 'หลี่เทียนเฉิน' เคยเหยียบย่ำเก้าชั้นฟ้ามาแล้วครั้งหนึ่ง... ต่อให้เป็นเงื้อมมือของยมบาล หรือกฎเกณฑ์แห่งวัฏสงสาร ก็ไม่มีสิทธิ์มาพรากชีวิตเจ้าไปจากข้าได้แม้แต่ลมหายใจเดียว" สุ้มเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้มิติรอบข้างถึงกับบิดเบี้ยว ดวงตาคู่นั้นทอประกายสีทองอร่ามวับวาวราวกับดวงเนตรของเทพยดาบรรพกาล ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณและความรักลุ่มลึกที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ท่าทีเยือกเย็น ถูกหลอมรวมเป็นเจตจำนงแห่งการต่อต้านลิขิตฟ้า เบื้องหน้าของคนทั้งสองคือปากทางเข้าสู่ "หุบเขาหมื่นพิษ" สถานที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นแดนสนธยาที่แม้แต่เซียนผู้บรรลุวิถียังต้องหลั่งเลือด หมอกหนาทึบสีม่วงเข้มลอยอวลอยู่เหนือกำแพงหินผาอันชันดิ่ง ทิวทัศน์เบื้องหน้าเต็มไปด้วยซากกระดูกมหึมาของสัตว์อสูรโบราณที่ถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนผุกร่อน กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านอบอวลจนแสบจมูก "ท่านอ๋อง... มีความเคลื่อนไหวจากสำนักกระบี่นภา" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงาไม้เบื้องหลัง ร่างของเงาอสูรพเนจรคุกเข่าลงประสานมือคารวะ "ม่อหลงนำกำลังยอดฝีมือสามร้อยคนดักซุ่มรออยู่บริเวณก่ายเขตแดนชั้นนอก พวกมันรู้ว่าท่านต้องเดินทางมาที่หุบเขาหมื่นพิษเพื่อหา 'บัวหิมะโลหิตเพลิง' แน่นอน และได้วาง 'ค่ายกลกระบี่ผลาญสวรรค์' ไว้รอรับขวัญท่านแล้วครับ" หลี่เทียนเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบดุจคมกระบี่สะท้อนเงาหมอกพิษสีม่วง "ดี... ดีมาก ม่อหลงเอยม่อหลง ในชาติก่อนมันบังอาจใช้แผนสกปรกปลิดชีพข้า ชาตินี้ข้ายังไม่ทันไปคิดบัญชีถึงสำนักกระบี่นภา มันกลับรนหาที่ตายด้วยตนเองเสียก่อน" เขาหันกลับมามองไป๋อวี๋ซวงที่กำลังหลับตาลงเพื่อโคจรพลังต้านทานพิษ ร่างอรชรของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน หลี่เทียนเฉินถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกคลุมให้พัสตราภรณ์ของนางอย่างทะนุถนอม สายตาที่ทอดมองนางเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้ง ซึ่งเป็นมุมที่ไม่มีผู้ใดในยุทธภพเคยได้เห็นมาก่อน "อวี๋ซวง... รอข้าสักครู่" เขาเอמהเสียงกระซิบข้างใบหูของนาง "ข้าจะใช้เลือดของพวกมัน ปูพรมทางเดินให้เจ้าเข้าไปเอาสมุนไพรบรรพกาลมารักษาตัว" ไป๋อวี๋ซวงลืมตาขึ้นช้าๆ นางมองลึกเข้าไปในดวงตาที่มั่นคงดุจหินผาของเขา หัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปีพลันอุ่นวาบขึ้นอย่างประหลาด นางเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ปลายคางของเขาแผ่วเบา ราวกับต้องการยืนยันว่าบุรุษผู้นี้มีตัวตนอยู่จริงๆ "ระวังตัวด้วยนะครับ..." นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน "หากท่านเป็นอะไรไป... ข้าจะไม่ยอมมีชีวิตอยู่ต่อรอดเป็นอันขาด" หลี่เทียนเฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นระเบิดรัศมีเจิดจ้ากลบรัศมีของหมอกพิษรอบตัวจนหมดสิ้น เขาก้าวเท้าเดินผ่านม่านหมอกสีม่วงเข้าสู่เขตแดนหุบเขาหมื่นพิษทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้นดิน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับหมื่นสายก็พรั่งพรูออกจากร่างราวกับพายุหมุน บดขยี้พื้นศิลาจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง "ออกายมาเถอะ!" หลี่เทียนเฉินตวาดก้อง ฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่น เมฆหมอกบนนากฟ้าม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นอัสนีสีดำ ทว่า ทันทีที่เขา ก้าวพ้นซุ้มประตูหินโบราณเข้าสู่หุบเขาชั้นใน เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกสายลมหนาวออกมาจากความมืดมิด *“ฮ่าๆๆๆ... หลี่เทียนเฉิน เจ้าช่างอาจหาญนัก! คิดหรือว่าข้า 'ม่อหลง' จะปล่อยให้เจ้ามารAขโมยสมุนไพรบรรพกาลไปได้ง่ายๆ?”* สิ้นเสียงคำราม ร่างของผู้อาวุโสม่อหลงในชุดคลุมสีทองปักลายมกรปรากฏขึ้นบนยอดผาสูงชัน เบื้องหลังของมันคือยอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่นภานับร้อยชีวิตที่ถือกระบี่เรืองแสงสีเขียวมรกตแผ่ไอพิษร้ายกาจ ทว่า สิ่งที่ทำให้ฝีเท้าของหลี่เทียนเฉินต้องชะงักกุน ก็คือร่างของบุคคลที่ถูกล่ามโซ่ตรวนเหล็กไหลเก้าชั้นอยู่กลางค่ายกล... นางคือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักเหมืองสวรรค์ อาจารย์ผู้ให้กำเนิดไป๋อวี๋ซวง ซึ่งบัดนี้ร่างอาบไปด้วยโลหิตและไร้ซึ่งลมหายใจแล้ว! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีเซียนด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%