สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 25

ก้าวแรกสู่แดนลับบรรพกาล

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
คมกระบี่น้ำแข็งที่แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สะท้อนเงาของความมืดมิดที่หาจุดสิ้นสุดมิได้ ปลายคมกระบี่จ่ออยู่ตรงตำแหน่งหัวใจของหลี่เทียนเฉิน ระยะห่างเพียงครึ่งชุ่นก็เพียงพอจะปลิดชีพมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด ทว่าแววตาของหลี่เทียนเฉินไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรโบราณที่สะท้อนภาพของหญิงสาวตรงหน้า "อวี๋ซวง..." เสียงทุ้มต่ำเอמהออกมาราวกับสายลมแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังจนทำให้มิติรอบข้างสั่นสะเทือน ไป๋อวี๋ซวงมิได้เอ่ยวาจา ร่างกายของนางถูกครอบงำด้วยไอสังหารสีดำทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลัง ดวงตาคู่สวยที่เคยเยียบเย็นดั่งธารน้ำแข็ง บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยประกายสีแดงฉานราวกับโลหิต แขนที่ถือกระบี่สั่นเทاเล็กน้อย ราวกับจิตวิญญาณของนางกำลังต่อสู้กับพลังชั่วร้ายที่กัดกินจิตสำนึกอย่างบ้าคลั่ง "ฆ่า... เขาซะ..." เสียงกระซิบอันแหบพร่าและชวนสะพรึงดังขึ้นมาจากห้วงลึกของมิติเบื้องหลัง เป็นเสียงของค่ายกลมารโบราณที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้เพื่อทดสอบผู้กล้าที่จะก้าวเข้าสู่แดนลับบรรพกาล มันคือ "ค่ายกลสะบั้นใจมาร" ที่ใช้สายสัมพันธ์ลึกซึ้งที่สุดของมนุษย์มาเป็นอาวุธสังหาร หากจิตใจไม่มั่นคงพอ ดาบเล่มนั้นจะทะลวงหัวใจของผู้เป็นที่รักอย่างไร้ความปรานี หลี่เทียนเฉินลอบถอนหายใจในใจ เขารู้ดีว่านี่คือด่านทดสอบแรกของแดนลับสวรรค์ มิติเบื้องหน้าหาใช่เส้นทางที่ผู้มีตบะสูงส่งจะผ่านไปได้โดยง่าย หากแต่ต้องใช้ "จิตวิญญาณ" ที่ผ่านการขัดเกลามานับร้อยภพชาติในการทะลวงผ่าน "เจ้าคิดว่าพันธนาการแห่งมารแค่นี้ จะสามารถพรากเจ้าไปจากข้าได้หรือ?" หลี่เทียนเฉินไม่ถอยหลัง กลับก้าวเท้าเดินหน้าเข้าหาคมกระบี่สีดำมืดมิดนั้นโดยตรง ปลายกระบี่คมกริบเจาะทะลุอาภรณ์และสัมผัสกับผิวหนังบริเวณหน้าอก หยดเลือดสีแดงสดไหลรินซึมผ่านเนื้อผ้าสีขาว ทว่าเขากลับไม่สะดุ้งสะเทือน สายตาของเขายังคงจ้องลึกล้ำเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของไป๋อวี๋ซวง เขายื่นมือออกไปอย่างช้าๆ ฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยปราณบรรพกาลสีทองอร่ามเข้ากุมกอบกุมคมกระบี่น้ำแข็งสีดำโดยไม่เกรงกลัวความคม ปราณมารที่กัดกินเนื้อหนังถูกพลังปราณมหาเทพชำระล้างจนเกิดเสียงดัง "ฟ่อ..." ควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า "ตื่นเถศ... อวี๋ซวง" น้ำเสียงนั้นทรงพลังดั่งระฆังทองคำจากสรวงสวรรค์ สะท้านสะเทือนเข้าไปถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณของนาง ไป๋อวี๋ซวงสะท้านเฮือก ร่างกายที่แข็งทื่อพลันผ่อนคลายลง ประกายสีแดงในดวงตาถดถอยหายไป ความทรงจำและสติสัมปชัญญะกลับคืนสู่ร่างอีกครั้ง นางมองเห็นภาพหลี่เทียนเฉินที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อดึงสตินาง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่สวยกระทบลงบนพื้นมิติที่ว่างเปล่า "เทียนเฉิน... ท่าน..." เสียงของนางสั่นเครือเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเจ็บปวด "เจ้าทำได้ดีมากแล้ว" หลี่เทียนเฉินระบายยิ้มบางเบา มืออีกข้างดึงร่างอันบอบบางของนางเข้ามากอดไว้แนบอก ปราณอุ่นซ่านแผ่ซ่านเพื่อขับไล่ไอพิษมารที่เหลืออยู่ "ประตูเปิดแล้ว... เราไปกันเถอะ" สิ้นคำกล่าวของเขา พื้นที่เบื้องหน้าซึ่งเคยเป็นความว่างเปล่ามืดมิด ก็พลันเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท "ตูมมม!" ประตูหินโบราณขนาดมหึมาแกะสลักลวดลายอสูรบรรพกาลค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นหมอกหนาทึบสีม่วงเข้มที่แผ่กลิ่นอายอันตรายและโอสถทิพย์ออกมาพร้อมๆกัน ทั้งสองก้าวผ่านธรณีประตูมิติเข้าสู่ "แดนลับบรรพกาล" อย่างมั่นคง ทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นดินภายในแดนลับ แรงกดดันมหาศาลนับร้อยเท่าก็ถาโถมลงมาบนร่างทันที ราวกับมีภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า ปราณวิญญาณในร่างกายหมุนวนเชี่ยวกราดจนเส้นชีพจรแทบฉีกขาด นี่คือเขตแดนที่กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินถูกบิดเบือน ผู้มีตบะต่ำต้อยหากเข้ามาอาจถูกแรงกดดันนี้บดขยี้จนร่างแหลกสลายภายในพริบตา ไป๋อวี๋ซวงกระชับกระบี่ในมือแน่น ปราณน้ำแข็งรอบตัวถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อต้านทานแรงกดดัน นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวง ทิวทัศน์เบื้องหน้าช่างแปลกประหลาดและงดงามราวกับภาพวาดต้องสาป ป่าไม้ใบหญ้าล้วนเป็นสีครามเข้ม แม่น้ำสายเล็กๆ ไหลวนด้วยน้ำที่ใสสะอาดจนมองเห็นผลึกคริสตัลใต้พื้นน้ำ แต่ทว่า... บรรยากาศกลับเงียบสงบจนน่ากลัว ไม่มีเสียงนกเสียงแมลงแม้แต่ตัวเดียว "ระวังตัวด้วย ที่นี่มีค่ายกลธรรมชาติซ่อนอยู่ทุกย่างก้าว" หลี่เทียนเฉินกล่าวเตือน เสียงของเขาสัมผัสได้ถึงความจริงจังที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พวกเขาก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวยาวผ่านหุบเขาลึก สองข้างทางเต็มไปด้วยซากศพของบรรดาสัตว์อสูรบรรพกาลและโครงกระดูกของยอดฝีมือในอดีตที่หลงเข้ามาและเอาชีวิตไม่รอด ร่องรอยการต่อสู้บนผนังหินยังคงหลงเหลือร่องรอยของกระบี่และคัมภีร์เวทอันทรงพลัง ซึ่งบ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสนามรบอันนองเลือดเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ขณะที่กำลังเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ สัญชาตญาณนักรบของหลี่เทียนเฉินก็เตือนภัยอย่างรุนแรง เขาหยุดฝีเท้ากะทันหัน จนไป๋อวี๋ซวงที่เดินตามหลังมาเกือบชนเข้าที่แผ่นหลังของเขา "มีบางอย่างผิดปกติ..." ไป๋อวี๋ซวงกระซิบเบาๆ ดวงตาคมกวาดมองไปที่พุ่มไม้สีครามเบื้องหน้า ป่าไม้รอบด้านเริ่มสั่นไหว หมอกสีม่วงเข้มหนาแน่นขึ้นจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่กำลังดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากทุกทิศทุกทาง ราวกับมีกองทัพอสูรลี้ลับกำลังเคลื่อนพลเข้ามาปิดล้อมพวกเขาไว้ตรงกลาง เงาดำมหึมาหลายสบายนับสิบตัวกระโดดออกมาจากหมอกหนา พวกมันคือ "พยัคฆ์ทมิฬเกล็ดมังกร" อสูรโบราณที่มีตบะเทียบเท่าขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ ดวงตาสองข้างเป็นสีแดงฉาน น้ำลายหยดลงพื้นจนหญ้าละลายกลายเป็นหลุมลึก และที่น่ากลัวที่สุดคือ... บนหัวของพวกมันแต่ละตัว มีร่างของเงาดำปริศนายืนตระหง่านอยู่ เงาดำลึกลับผู้หนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีทองปักลายกระบี่นภา หัวเราะเยาะเย้ยออกมาท่ามกลางความเงียบงัน เสียงนั้นก้องกังวานเสียดแก้วหู "ฮ่าๆๆๆ... หลี่เทียนเฉิน เจ้าช่างใจกล้าเสียจริง ถึงกับกลามพาตัวภาระเข้ามาตายในแดนลับบรรพกาลแห่งนี้ด้วย!" หลี่เทียนเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเย้ยหยันอย่างไร้ความเกรงกลัว เมื่อเงาดำนั้นก้าวพ้นหมอกหนาออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยดี ผู้อาวุโสสำนักกระบี่นภาผู้โลภโมโทสัน... ม่อหลง! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%