ควันหลงสีครามเข้มจากเตาหลอมโอสถอัคคีทมิฬยังคงม้วนตัวขึ้นสู่ยอดสนพันปี ราวกับมังกรเพลิงที่กำลังเคลิบเคลิ้มหลับใหล ทว่าภายในถ้ำศิลาลับแลแห่งนี้ กลับไร้ซึ่งความสงบสุขดังเช่นคราบควัน
กลิ่นหอมหวานล้ำลึกที่อัดแน่นด้วยกลิ่นอายดาราและปราณปฐพีโชยฟุ้งจนอณูอากาศรอบกายบิดเบี้ยว หลี่เทียนเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาเย็นเยียบ ร่างกายของเขากำลังสั่นสะท้านเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายราวกับหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดาราคู่หนึ่งที่เพิ่งตื่นจากนิทรา
โอสถทิพย์เก้าวิถี... เม็ดโอสถระดับสวรรค์ที่เขาใช้เวลาปรุงถึงสามวันสามคืน บัดนี้ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตันเถียนของเขาแล้ว
"อึก..."
เสียงคำรามต่ำในลำคอเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่น หลี่เทียนเฉินรับรู้ได้ถึงพายุลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในร่างกาย เส้นชีพจรนับหมื่นสายทั่วร่างกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ราวกับถูกเหล็กแหลมเผาไฟลากผ่าน แต่นั่นเป็นเพียงบททดสอบแรกของการก้าวข้ามขอบเขตที่มนุษย์ปุถุชนจะเอื้อมถึง
ที่หน้าปากถ้ำ เงาร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูยืนนิ่งสนิท ไป๋อวี๋ซวงทอดสายตามองเข้าไปในความมืดสลัวของถ้ำศิลา แววตาคู่คมที่ปกติเยชาดาราน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความรู้สึกต่อสรรพสิ่งในหล้า บัดนี้กลับฉายแววความกังวลระคนห่วงหาอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางที่กำด้ามกระบี่ประจำกายสั่นน้อยๆ จนพู่ห้อยกระบี่ไกวแกว่ง
นางไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นเงื้อมมือของผู้อาวุโสสำนักกระบี่นภา หรือทัณฑ์สวรรค์ที่เหล่าเซียนต่างเกรงกลัว แต่วินาทีนี้ หัวใจของนางกลับแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายของบุรุษผู้นั้น
*“เทียนเฉิน... ท่านต้องผ่านมันไปให้ได้”* ไป๋อวี๋ซวงพึมพำกับตนเองในใจ ลมปราณเหมันต์รอบกายแผ่ขยายออกไปโดยไม่รู้ตัว จนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบรัศมีร้อยลี้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีเงินยวง
ภายในถ้ำ หลี่เทียนเฉินหาได้ล่วงรู้ถึงความห่วงใยของนางเซียนผู้เย็นชาไม่ สติทั้งหมดของเขาถูกดึงรั้งเข้าสู่ห้วงมิติแห่งจิตวิญญาณ โอสถทิพย์เก้าวิถีแตกสลายออกเป็นละอองแสงนับล้าน พุ่งทะยานเข้าสู่จุดตันเถียนราวกับอุกกาบาตพุ่งชนพื้นพิภพ
*เปรี้ยง! เปรียง! เปรียง!*
เสียงระเบิดดังอึงอลขึ้นในห้วงทะเลปราณ ปราณกระบี่โบราณที่หลับใหลมานานนับชาติภพถูกปลุกให้ตื่นขึ้น มันคำรามก้องดั่งพญาเสือโคร่งคำรามในป่าลึก ร่างกายของหลี่เทียนเฉินพ่นโลหิตสีทองคำบริสุทธิ์ออกมาคำโต กลิ่นอายความกดดันระดับมหาเทพทะลักทะลายทะลุผนึกศิลาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
*โฮกกกก—!*
เสียงคำรามของปราณมังกรและพยัคฆ์ก้องกังวานสะท้านฟ้า เมฆดำทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือยอดเขาในพริบตา สายฟ้าสีม่วงเข้มแลบแปลบปลาบราวกับอสรพิษเพลิงที่พร้อมจะพ่นพิษเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล ทัณฑ์สวรรค์... ปรากฏการณ์ที่ผู้บำเพ็ญเพียรหวาดกลัวที่สุดกำลังมาเยือน
"คิดจะปิดกั้นวิถีของข้า งั้นหรือ?"
หลี่เทียนเฉินลืมตาโพรงขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามไร้ก้นบึ้ง ร่างกายดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ด้ามกระบี่ที่วางอยู่ข้างกายสั่นสะเทือนเร่าๆ ส่งเสียงร้องระงมราวกับกระหายเลือด
ข้างนอกนั้น ไป๋อวี๋ซวงแหงนมองท้องฟ้าที่กำลังคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด นางก้าวเท้าเตรียมจะพุ่งเข้าไปในถ้ำเพื่อช่วยรับทัณฑ์สวรรค์แทนเขา ทว่าเสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจก็ดังสะท้อนก้องออกมาจากในถ้ำเสียก่อน
"อวี๋ซวง... ถอยไป!"
น้ำเสียงนั้นเด็ดเดี่ยว เยือกเย็น และเปี่ยมด้วยความทระนงองอาจจนนางต้องชะงักเท้า
"ข้าผู้ซึ่งเคยเหยียบย่ำมาทั่วทั้งเก้าสวรรค์ วันนี้... จะขอใช้กำปั้นคู่นี้สยบอัสนีบาตล้างโลกให้ดู!"
หลี่เทียนเฉินก้าวเท้าพรวดเดียวพุ่งทะยานทะลุเพดานถ้ำศิลาขึ้นสู่ยอดเขา ร่างของเขาลอยเด่นอยู่ท่ามกลางพายุสายฟ้าที่กำลังคำรามก้อง มือขวาห่อหุ้มด้วยปราณหลอมรวมวิญญาณที่เข้มข้นจนเกิดเป็นมิติที่บิดเบี้ยว เขากำหมัดแน่น พุ่งทะยานสวนทางกับสายฟ้าสีม่วงที่ฟาดผ่าลงมาอย่างบ้าคลั่ง!
*ตูมมมมมม—!*
แรงระเบิดสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งป่าอสูรหมื่นลี้ พื้นดินแตกแยกเป็นรอยแยกลึกถึงใจกลางป่า ฝุ่นควันและละอองปราณแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกสารทิศ ไป๋อวี๋ซวงใช้กระบี่ค้ำยันพื้นดินเพื่อทรงตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนโล่งอก เมื่อเห็นร่างของบุรุษผู้เป็นดวงใจยังคงยืนหยัดตระหง่านอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางซากอปรณีย์ของสายฟ้าที่สลายกลายเป็นละอองแสง
ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณ... สำเร็จแล้ว!
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังสงบลง และหลี่เทียนเฉินกำลังจะลดระดับพลังลงมาหาพรรคพวก จู่ๆ รอยยิ้มเยียบเย็นก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา สายตาดั่งเหยี่ยวหันขวับไปยังทิศทางชายป่าเบื้องลึก ซึ่งถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ
ที่นั่น... เงาร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้หนึ่งกำลังก้าวออกมาอย่างช้าๆ กลิ่นอายสังหารอันคุ้นเคยแผ่พุ่งออกมาจากตัวมันจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันที
"ไม่นึกเลยว่า... ศิษย์สวะที่ข้าเคยเขี่ยทิ้งเมื่อชาติก่อน จะกลายมาเป็นสัตว์ประหลาดที่บรรลุขอบเขตหลอมรวมวิญญาณได้เร็วถึงเพียงนี้ หลี่เทียนเฉิน... เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆ"
เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าของม่อหลงที่เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมภายใต้แสงจันทร์สลัว
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปพร้อมกับข้าพเจ้า หายใจเข้าพร้อมคมกระบี่ หายใจออกพร้อมสัจธรรม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — **หมื่นกระบี่คืนรัง**
สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา•ตอนที่ 9
ทะลวงสู่ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิถีเซียนด้วยกำปั้นมารสะท้านนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!