เสียงโลหะหนักอึ้งกระทบพื้นคอนกรีตดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วลานประลองใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและฝุ่นผงจากการต่อสู้ ควันสีเทาจางๆ จากเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์รุ่นท็อปที่กำลังลอยตัวนิ่งอยู่เบื้องบน พัดกระโชกจนเส้นผมและเสื้อผ้าของทุกคนปลิวสะบัด แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่คนเดียว
คินก้มมองศัตรูเก่าที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้กลับนอนหมอบคลานแทบเท้า ร่างกายของหัวหน้าปาร์ตี้อาร์คเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ เลือดสีเข้มไหลนองพื้นจนกลายเป็นหย่อมใหญ่ ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากของเนื้อมนุษย์และมานาที่ย้อนกลับมาทำลายเส้นลมปราณภายใน ทำให้ชายผู้เคยยิ่งใหญ่ทำได้เพียงส่งเสียงครางฮื่อในลำคอ ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"หมดท่าแล้วหรือครับ... ไหนล่ะความอวดดีที่เคยบอกว่าฮีลเลอร์ระดับศูนย์อย่างผม เป็นแค่เศษขยะที่ไม่มีค่าอะไรในปาร์ตี้ของพวกคุณ"
น้ำเสียงของคินราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังจนผู้ที่กำลังนอนหายใจรวยรินสะท้านเฮือก รอยยิ้มเยี่ยงปีศาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของหมอเทวะแรงก์ SSS ชายหนุ่มไม่ได้ลงมือซ้ำ แต่วิธีการที่เขายืนมองด้วยสายตาที่สูงส่งและไร้ความปรานีต่างหาก ที่กำลังบดขยี้ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของปาร์ตี้อาร์คจนป่นปี้
ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เมื่อเงาร่างลึกลับอีกคนก้าวลงมาจากบันไดเฮลิคอปเตอร์ด้วยท่าทีสง่างาม รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตส่งเสียงดังชัดเจน รินะในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทและแว่นกันแดดแบรนด์เนม กวาดสายตามองสภาพอันน่าสังเวชของปาร์ตี้อาร์คด้วยรอยยิ้มอันตราย
"ดูเหมือนว่าฉันจะมาทันดูฉากจบที่น่าประทับใจพอนะครับ... อ๊ะ ขออภัยด้วยครับ พอดีฉันติดประชุมด่วนกับสภาฮันเตอร์ เลยมาช้าไปนิด" รินะกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน
"ไม่เป็นไรครับรินะ มาทันเวลาที่จะได้เห็นสุนัขจนตรอกพวกนี้ดิ้นรนพอดี" คินตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากร่างที่สั่นเทาเบื้องล่าง
รอบตัวของหัวหน้าปาร์ตี้อาร์ค สมาชิกที่เหลืออีกสามคนพยายามตะเกียกตะกายหนีด้วยความหวาดกลัว แต่บาดแผลสาหัสและอาการเสียเลือดทำให้พวกเขาทำได้เพียงคลานเหมือนหนสกปรก แขนข้างหนึ่งหักผิดรูป ขาอีกข้างมีรอยแผลลึกจนเห็นกระดูกขาวโพลน พวกเขาพยายามใช้มือที่สั่นเทากดบาดแผลเพื่อห้ามเลือด แต่ยิ่งทำ เลือดก็ยิ่งทะลักออกมามากขึ้นเท่านั้น
ความจริงอันโหดร้ายเริ่มกัดกินจิตใจของคนในปาร์ตี้อาร์ค เมื่อพวกเขาหันไปมองหน้ากันเองและพบว่า 'ไม่มีใครรักษาใครได้เลย'
ในโลกของฮันเตอร์ ปาร์ตี้ระดับสูงมักพึ่งพาฮีลเลอร์ประจำกลุ่มเสมอเพื่อความอยู่รอด แต่วันนี้ เมื่อพวกเขาขับไล่คินออกไปอย่างไร้เยื่อใย และในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ ปาร์ตี้อาร์คกลับไม่มีฮีลเลอร์ติดตัวมาด้วยเลยสักคน เพราะความมั่นใจที่ว่าดันเจี้ยนระดับนี้ง่ายดายเกินกว่าจะต้องเปลืองโควตาฮีลเลอร์
"มะ... เมฆ... ช่วยฉันด้วย... แขนฉัน..." ฮันเตอร์สายแทงค์ระดับ A ที่เคยเอาโล่กระแทกใส่คินอย่างไร้ความปรานีในวันนั้น เอ่ยปากร้องขอชีวิตจากหัวหน้าปาร์ตี้ด้วยเสียงแหบพร่า น้ำตาผสมกับเหงื่อไหลอาบใบหน้า
หัวหน้าปาร์ตี้อาร์ค หรือที่รู้จักกันในนาม "เมฆ" หันไปมองลูกทีมด้วยสายตาว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขากำ
หมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
เนื้อตัวเอง เลือดไหลซึมออกมาแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และความสิ้นหวังกำลังตีรวนอยู่ในอก
"หุบปากซะ! แกคิดว่าฉันทำอะไรได้รึไง! แผลที่ท้องฉันมันลึกจนเห็นอวัยวะภายในอยู่แล้วเนี่ย!" เมฆแผดเสียงตะคอกกลับด้วยความโมโห สติที่เคยมีขาดผึ่ง รอยร้าวที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่วันที่ผลประโยชน์เริ่มสั่นคลอน บัดนี้ได้ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ต่อหน้าศัตรูที่พวกเขาเคยเหยียดหยาม
"ก็เพราะแกคนเดียว! ถ้าแกไม่สั่งให้พวกเราไล่ไอ้คินออกไปในวันนั้น เราก็ไม่ต้องมาจุดจบแบบนี้!" ฮันเตอร์สายโจมตีเวทมนตร์ระเบิดอารมณ์ใส่หัวหน้าปาร์ตี้อย่างไร้การควบคุม เขาลืมตัวลุกขึ้นยืนเซๆ พยายามพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเมฆ แต่ทว่า...
พรวด!
เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของฮันเตอร์เวทมนตร์ทันทีที่เขาฝืนขยับตัวแรงเกินไป ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ลมหายใจเริ่มติดขัด ดวงตาเริ่มพร่ามัว ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
คินยืนมองความแตกแยกภายในกลุ่มศัตรูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับกำลังชมละครสัตว์ราคาถูกที่น่าสมเพช ภาพของความเย่อหยิ่งในอดีตย้อนกลับมาซ้อนทับกับภาพความน่าเวทนาในปัจจุบัน มันคือความสะใจที่ไม่ได้เกิดจากการใช้กำลังบังคับ แต่เกิดจากการที่กฎแห่งกรรมทำงานอย่างสมบูรณ์แบบด้วยน้ำมือของระบบและเงินตราที่เขามี
"พวกคุณจำคำพูดเมื่อสามเดือนก่อนได้ไหมครับ..." คินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างที่นอนหายใจรวยรินของเมฆ เสียงรองเท้ากระทบพื้นเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของคนฟังราวกับเสียงระฆังแห่งความตาย
เมฆเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก สายตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขารู้ดีว่าคินกำลังจะพูดถึงอะไร
"วันนั้น... วันที่ผมก้มกราบขอร้องให้พวกคุณแบ่งยาฟื้นฟูให้ภรรยาที่กำลังป่วยหนักในโรงพยาบาล วันนั้นพวกคุณตอบผมว่ายังไงนะ?" คินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกราบจดจ้องเข้าไปในดวงตาของอดีตหัวหน้าปาร์ตี้ที่เคยยิ่งใหญ่ "อ๋อ... จำได้แล้วครับ คุณบอกว่า 'เงินซื้อชีวิตไม่ได้หรอกไอ้สวะ ถ้าอยากรอดก็ไปตายซะ' ใช่ไหมครับ?"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนหนתาวเหน็บ รินะที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เธอชำเลืองมองกลุ่มคนที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำผู้ชายของเธอด้วยสายตาราวกับมองมดปลวก
"แต่ดูตอนนี้สิครับ..." คินยืดตัวขึ้นเต็มความสูง น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไปด้วยอำนาจมืดที่กดดันจนหายใจไม่ออก "ตอนนี้เงินซื้อชีวิตได้ทุกอย่าง... และน่าเสียดายจังครับที่กระเป๋าเงินของผมมันใหญ่เกินกว่าที่พวกคุณจะมีปัญญาเอื้อมถึง"
เมฆอ้าปากพะงาบๆ พยายามจะเอ่ยคำขอร้อง แต่ลำคอแหบแห้งจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา มีเพียงหยดน้ำตาแห่งความคับแค้นและเสียใจที่ไหลรินอาบแก้มสกปรก ความทระนงตนทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
"ฮะ... ฮีลเลอร์คิน... ได้โปรด... ช่วย..." ฮันเตอร์อีกคนที่นอนใกล้ที่สุดเอื้อมมือสั่นเทามาจับชายกางเกงของคิน รอยเลือดติดเป็นรอยเปื้อน แต่คินเพียงแค่ก้าวถอยหลังหลบอย่างรังเกียจราวกับรังเกียจขยะเปียก
"คำว่า 'ได้โปรด' มันมีราคาแพงเกินกว่าที่คนอย่างพวกคุณจะจ่ายไหวครับ" คินเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปสบตากับรินะที่ยืนรอสัญญาณอยู่
รินะพยักหน้ารับเบาๆ เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ทำจากโลหะไทเทเนียมสลักลวดลายทองคำอันเป็นเอกลักษณ์ของธนาคารกลางระดับโลกออกมา บัตรใบนี้คือสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่ไร้ขีดจำกัด วงเงินที่ไม่จำกัด และสิทธิ์ขาดเหนือทุกสิ่งในโลกฮันเตอร์
รินะควงบัตรในมือเล่นชั่วครู่ ก่อนจะโยนมันลงไปบนพื้น คอนกรีตตรงหน้าเมฆ เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ของปาร์ตี้อาร์คให้มองตามด้วยความหวังอันริบหรี่
"บัตรใบนี้... วงเงินไม่จำกัด" รินะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงเสน่ห์แต่เย็นชา "ถ้าพวกคุณอยากรอดชีวิต ถ้าพวกคุณคิดว่ามีปัญญาจ่ายค่ารักษาของหมอเทวะแรงก์ SSS..."
รินะหยุดพูดชั่วขณะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
"ก็ลองรูดมันดูสครับ... ว่าปัญญาของพวกคุณในตอนนี้ จะมีปจ่ายค่าลมหายใจของตัวเองได้สักกี่วินาที"
เมฆมองบัตรสีดำสนิทที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เขารู้จักบัตรใบนี้ดี มันคือบัตรระดับ VVIP ที่มีฮันเตอร์ระดับ S เพียงไม่กี่คนในโลกเท่านั้นที่ครอบครอง และตอนนี้ มันถูกโยนลงมาต่อหน้าพวกเขา ราวกับจะเยาะเย้ยว่าต่อให้มีเงินกองอยู่ตรงหน้ามากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องมัน
มือที่สั่นเทาของเมฆค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้บัตรสีดำรา2กับคนใกล้ตายที่กำลังคว้าฟางเส้นสุดท้าย เขาออกแรงเฮือกสุดท้ายพยายามเอื้อมนิ้วไปแตะที่พื้นผิวด้านของบัตรเครดิต เพื่อหวังจะใช้สิทธิ์รักษาชีวิตอันแสนทุรเวทนี้เอาไว้ให้ได้
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเมฆจะสัมผัสโดนบัตรใบนั้น รองเท้าหนังของคินก็ก้าวเข้ามาเหยียบลงบนตัวบัตรอย่างมั่น and หนักแน่น เสียงโลหะบดเบียดกับพื้นคอนกรีตดังขึ้นเบาๆ
เมฆชะงักค้าง เงยหน้าขึ้นมองคินด้วยแววตาแตกสลาย
"น่าเสียดายนะครับ..." คินก้มลงมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "เครื่องรูดบัตรของผม... ไม่รับบัตรจากเศษสวะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น คินก็สะบัดมือส่งมานาสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้พื้นคอนกรีตร้าวรานเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนระดับ SSS ที่ดังสะท้อนก้องในหัวของทุกคนอย่างชัดเจน
[ระบบตรวจพบเป้าหมายทั้งหมดอยู่ในสถานะ: สิ้นสิทธิ์การรักษาถาวร]
[กำลังเริ่มต้นกระบวนการ: พิพากษาขั้นเด็ดขาด...]
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนหมอเทวะแรงก์ SSS มาโดยตลอดนะครับ
ฮีลเลอร์ระดับศูนย์กับคลาสเทพที่โลกต้องกราบ•ตอนที่ 14
รอยร้าวในปาร์ตี้อาร์ค
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ระดับศูนย์กับคลาสเทพที่โลกต้องกราบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!