กลิ่นอับของไอดินหลังหามฝนผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็ก คละคลุ้งอยู่ภายในตรอกแคบๆ ด้านหลังโรงเตี๊ยมรกร้าง ย่านชานเมืองหลวง
ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าที่ถูกจุ่มด้วยน้ำหมึกชั้นดีไม่ได้ถูกใช้จรดลงบนกระดาษสา หากแต่เป็นปลายกระบี่คมกริบที่เพิ่งผ่านการฆ่าฟันมาหมาดๆ หลี่ชิงฮั่นกวาดสายตาคมปลาบมองคราบเลือดที่ยังอุ่นอยู่บนพื้นหิน ศีรษะของเขาประมวลผลด้วยตรรกะอันเยือกเย็น—ร่องรอยการต่อสู้มีไม่ถึงสามกระบวนท่า รอยรองเท้าผ้าดิบปักลายเมฆแบบที่ทหารยามในสังกัดกรมวังใช้ และที่สำคัญที่สุด... ร่างของ "เฒ่าฝู" พยานปากเอกผู้กุมบัญชีลับการทุจริตยักยอกเสบียงคลังทหาร หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดเป็นทางยาวลากผ่านความมืด
"ช้าไปก้าวเดียว..."
เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันอย่างสะบัดอารมณ์ หลี่ชิงฮั่นตวัดกระบี่เก็บเข้าฝักด้วยความรวดเร็ว สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความพ่ายแพ้ในเกมชิงไหวชิงพริบครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่บุรุษผู้ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมอาญาจะยอมรับได้โดยง่าย โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งอย่างองค์ชายสามฉีฟ่านกำลังเดินหมากอย่างไร้ความปรานี
ในเงาไม้มืดทึบเบื้องหลัง ร่างเพรียวระหงในชุดบุรุษสีเข้มก้าวออกมาอย่างเงียบเชียบ มู่หรงหว่านไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกต่อกองเลือดเบื้องหน้า ดวงตากลมโตคู่คมกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรคำนวณ นางย่อกายลงใช้ปลายนิ้วแตะคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ยืนคุมเชิงอยู่เบื้องบน
"เลือดหยดเป็นวงกว้างแต่ไม่มีร่องรอยลากศพ แสดงว่าเฒ่ายังไม่ตาย... เขาถูกอุ้มตัวไปทั้งที่ยังมีลมหายใจ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดของนางดังขึ้นทำลายความเงียบ "และคนที่ต้องการตัวเฒ่าฝูมากที่สุดในยามนี้ ย่อมไม่ใช่คนที่อยากฆ่าปิดปากทันที แต่เป็นคนที่ต้องการเค้นความลับเรื่องรายชื่อขุนนางฉ้อฉลในบัญชีลับก่อน"
หลี่ชิงฮั่นหันขวับมามองสตรีตรงหน้า แววตาของเขามีร่องรอยความชื่นชมเจือจางในความมืด แม้ในยามวิกฤตที่ต้องแข่งกับเวลาและความตาย สตรีผู้นี้มักจะรักษาความเยือกเย็นได้อย่างน่าประหลาด
"องค์ชายสามไม่ได้ต้องการแค่ทำลายหลักฐาน... แต่เขาต้องการใช้บัญชีนั้นเป็นเครื่องต่อรองในการประชุมขุนนางพรุ่งนี้เช้า" หลี่ชิงฮั่นก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เจือไอเย็น "หากเราตามไปที่จวนขององค์ชายสามตอนนี้ เท่ากับเอาตัวไปรุกล้ำเขตพระราชฐานชั้นนอก มีโทษฐานบุกรุก"
"แล้วถ้าเราไม่ไปจวนองค์ชายสามเล่าเจ้าคะ?" มุมปากของมู่หรงหว่านยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่แฝงด้วยเลศนัยและความท้าทายจนทำให้ดวงตาคู่นคมของหลี่ชิงฮั่นหรี่ลง "ท่านเจ้ากรมผู้ยึดมั่นในกฎหมาย... เคยได้ยินคำว่า 'ยืมดาบฆ่าคน' หรือไม่?"
ภายในห้องหนังสือลับใต้ดินของหอตำราหลวง แสงตะเกียงน้ำมันกฤษณาส่องสว่างให้เห็นกองฎีกาและเอกสารโบราณระเกะระกะ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและการหักเหลี่ยมเฉือนคม หลี่ชิงฮั่นและมู่หรงหว่านยืนอยู่ท่ามกลางแผนที่ยุทธศาสตร์แคว้น ทั้งคู่กำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตราชการ
"เจ้าแน่ใจหรือว่าข่าวกรองของหลินกงกงเชื่อถือได้?" หลี่ชิงฮั่นเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความระแวงเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของนักกฎหมายผู้ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน "การลักพาตัวพยานในคดีหลวง มีโทษถึงประหารชีวิต องค์ชายสามย่อมต้องซ่อนตัวตนในที่ที่คาดไม่ถึงที่สุด"
"ไม่มีที่ใดซ่อนความลับได้ดีเท่า 'คุกใต้ดินกรมราชสำนัก' ที่อยู่ใต้เท้าขององค์ชายสามเองหรอกเจ้าค่ะ" มู่หรงหว่านตอบทันควัน นางหยิบแผนผังโครงสร้างอาคารเก่าขึ้นมา กางลงบนโต๊ะไม้สัก "สถานที่ซึ่งไม่มีใครกล้าตรวจค้น เพราะเกรงกลัวอำนาจราชสำนัก... แต่อำนาจนั้นแหละคือจุดบอดที่ใหญ่ที่สุด"
สายตาของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบ มีกระแสความดึงดูดทางจิตวิญญาณบางอย่างพวยพุ่งขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด พวกเขาคือสองคนที่ฉลาดทันกัน มองทะลุปรุโปร่งถึงกลลวงของอีกฝ่าย และในขณะเดียวกันก็ต่างฝ่ายต่างระแวงระวังไม่ให้อีกฝ่ายก้าวล้ำเส้นอุดมการณ์ของตน
"หากเราพลาด... เจ้าจะกลายเป็นกบฏ ส่วนข้าจะกลายเป็นขุนนางผู้ใช้อำนาจมิชอบ" หลี่ชิงฮั่นกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ถ้ากลัวความผิด ท่านคงไม่พาข้ามาถึงจุดนี้ตั้งแต่แรกหรอเจ้าคะ ท่านเจ้ากรมหลี่" มู่หรงหว่านแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความมั่นใจ "อีกอย่าง... ข้าไม่เคยมีนิสัยยอมจำนนต่อโชคชะตาอยู่แล้ว"
เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่ยามเฉิน (07.00 - 08.50 น.) ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนสีเทาหนักอึ้ง ราวกับเป็นลางบอกเหตุถึงความพินาศที่กำลังจะมาถึง
ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนองค์ชายสาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน ขุนนางฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นต่างทยอยเดินทางมาร่วมประชุมลับเพื่อเตรียมยื่นถวายฎีกาโจมตีกลุ่มอำนาจเก่า องค์ชายสามฉีฟ่านประทับนั่งบนเก้าอี้ไม้สลักลายมังกรด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่าแววตาซ่อนความกระวนกระวายไว้อย่างแนบเนียน ร่างของเฒ่าฝูพยานปากเอกควรจะถูกรีดเค้นความลับเสร็จสิ้นและถูกกำจัดทิ้งตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เหตุใดหน่วยองครักษ์เงาจึงยังไม่มารายงานความคืบหน้า?
"ทูลองค์ชายสาม..." เสียงทหารยามหน้าประตูตื่นตระหนกดังขึ้นขัดจังหวะความคิด "มี... มีแขกไม่ได้รับเชิญขอเข้าพบพะยะค่ะ!"
ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก สายฝนที่โปรยปรายสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของหลี่ชิงฮั่นในชุดคลุมขุนนางสีม่วงเข้ม เขาก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ด้านหลังคือมู่หรงหว่านที่ซ่อนใบหน้าภายใต้หมวกคลุมปีกกว้าง ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากของนางกลับส่งสัญญาณอันตรายบางอย่างมายังเจ้าบ้าน
"เจ้ากรมหลี่? ช่างบังเอิญเสียจริงที่ท่านมาเยือนจวนของเราในยามวิกฤตเช่นนี้" องค์ชายสามแย้มสรวลเสแสร้ง ทว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้ากลับกระตุกเกร็งเล็กน้อย "หรือว่าท่านว่างเว้นจากคดีฆาตกรรมชาวบ้าน จนต้องมาเดินตรวจตรารอบจวนเราเล่น?"
หลี่ชิงฮั่นไม่ตอบคำถามในทันที เขาก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้องโถง สายตาดุจเหยี่ยวสอดส่องไปทั่วบริเวณ ก่อนจะประสานมือคารวะตามพิธีการ แต่น้ำเสียงที่เอื้อnนเอ่ยกลับเยือกเย็นเสียดกระดูก
"กระหม่อมไม่ได้มาเพื่อเดินตรวจตราพะยะค่ะ... แต่กระหม่อมมารับมอบ 'พยานปากเอก' ที่องค์ชายทรงเมตตาเก็บรักษาไว้ให้ต่างหาก"
ฉีฟ่านสีหน้าเปลี่ยนสีวูบหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที ดวงตาคู่คมกริบหรี่ลงจ้องมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "เจ้าพูดเรื่องอะไร... เราไม่เข้าใจ"
หลี่ชิงฮั่นแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อส่งสัญญาณให้มู่หรงหว่านก้าวออกมาข้างหน้า นางเอื้อมมือไปหยิบห่อผ้าไหมปักลายประหลาดที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุม โยนมันลงบนโต๊ะน้ำชาตรงหน้าองค์ชายสาม เสียงวัตถุโลหะกระทบไม้ดัง *กริ๊ง* เบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของทุกคนในห้องโถง
สิ่งนั้นคือ "ป้ายหยกประจำตัว" ของหัวหน้าองครักษ์เงาคนสนิทขององค์ชายสาม... และหยดเลือดสดๆ ที่ยังคงหยดติ๋งลงบนพื้นพรม ก็มาจากร่างไร้วิญญาณของเฒ่าฝูที่ถูกลากออกมาจากห้องลับใต้พื้นห้องโถงนี้เอง!
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความลึกลับนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู
เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์•ตอนที่ 9
พยานปากเอกที่หายสาบสูญ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!