เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์•ตอนที่ 10

กลยุทธ์ล่อเสือออกจากถ้ำ

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินกรมอาญาผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ สร้างบรรยากาศที่ชวนให้ลมหายใจสะดุด แสงคบเพลิงวับแวมสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหลี่ชิงฮั่น ทอดเงายาวทาบทับร่างที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้า ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองนักโทษปากแข็งตรงหน้าด้วยความนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความเย็นเยียบของตรรกะและกฎหมายที่พร้อมจะบดขยี้ทุกความลับให้แหลقคามือ "เจ้าคิดว่าความเงียบจะปกป้องตระกูลของเจ้าได้กระนั้นหรือ... ใต้เท้าฟู่" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อย ทว่ากลับกดดันจนอากาศรอบกายคล้ายจะหนักอึ้ง หลี่ชิงฮั่นก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย รองเท้าหนังเหยียบบนพื้นหินส่งเสียงก้องกังวาน บ่งบอกถึงจังหวะก้าวที่คุมเกมไว้ทั้งหมด ฟู่เหว่ย อดีตขุนนางขั้นห้าผู้ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเสบียงหลวง เงยหน้าขึ้นริมฝีปากแห้งผากแย้มยิ้มเยาะหยัน ทั้งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยเฆี่ยนตี "ใต้เท้าหลี่... ท่านเก่งกาจเรื่องการสาวหาความผิด แต่บางที... ปลาตัวใหญ่มักหลุดมือเพราะท่านมัวแต่สนใจปลาซิวปลาสร้อยอย่างข้า" "ปลาซิวปลาสร้อยหรือ" เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของหลี่ชิงฮั่นชวนให้ขนลุกชัน "คนที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกปิดบัญชีลับขององค์ชายสาม... หาใช่ปลาซิวปลาสร้อยไม่ แต่เป็นเหยื่อล่อชั้นดีต่างหาก" ในมุมมืดของห้องขัง ร่างเพรียวบางในชุดบุรุษสีเข้มขยับกายเล็กน้อย มู่หรงหว่านกอดอกพิงกำแพงอิฐเย็นเฉียบ ดวงตาคู่คมประกายระยับด้วยความขบขันและทึ่งระคนกัน นางเป็นผู้เสนอแผนการนี้ด้วยตนเอง การปล่อยข่าวลือเรื่อง "บัญชีลับที่กำลังจะถูกเปิดโปงในคืนนี้" ไม่ได้ทำเพื่อเค้นความจริงจากปากฟู่เหว่ยโดยตรง แต่ทำเพื่อ "ล่อเสือออกจากถ้ำ" ต่างหาก มือเรียวบางใต้แขนเสื้อลูบไล้ด้ามพู่กันหยกขาวในมืออย่างเหม่อลอย ขณะใช้ความคิดวิเคราะห์ สตรีสาวรู้ดีว่าองค์ชายสามฉีฟ่านไม่มีทางนิ่งนอนใจปล่อยให้พยานปากสำคัญรอดชีวิตไปได้ หากพวกเขาสร้างสถานการณ์ให้ฝั่งนั้นเชื่อว่าหลักฐานชิ้นสุดท้ายกำลังจะรั่วไหล ความโลภและความหวาดกลัวจะผลักดันให้มือสังหารเงาลงมืออย่างรีบร้อน และนั่นคือช่องโหว่ที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง "แผนการของท่านดูจะมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกินนะ... ใต้เท้าหลี่" มู่หรงหว่านก้าวออกมาจากเงาดำ แสงไฟวับแวมสาดส่องใบหน้างามที่เรียบเฉยแต่ซ่อนแววเย้ยหยันไว้จางๆ "แต่ระวังเถอะ หญ้าที่ท่านกะจะล่อให้เสือเดินมาติดกับ อาจกลายเป็นงูพิษที่ฉกเอาข้อมือท่านเสียเอง" หลี่ชิงฮั่นหันกลับมามองสตรีที่ยืนเคียงข้าง สายตาของเขากับนางปะทะกันในอากาศ คล้ายมีประกายไฟแห่งความท้าทายแล่นผ่าน แม้อุดมการณ์และวิธีการของทั้งคู่จะมีความขัดแย้งในบางจุด แต่วินาทีนี้ ทั้งเขากับนางต่างเป็นฟันเฟืองสองตัวที่ขับเคลื่อนด้วยความเฉแหลมและเป้าหมายเดียวกัน "หากข้าไม่ยอมเสี่ยงเอาข้อมือเข้าแลก แล้วเหตุใดคุณหนูมู่ถึงยอมมาเดินอยู่ในถ้ำเสือกับข้าเล่า" หลี่ชิงฮั่นสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความนัยลึกซึ้ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและอันตรายยิ่งกว่ายามเขาถืออาวุธ มู่หรงหว่านชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วเสี้ยววินาทีด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย นางเกลียดชังความรู้สึกที่ว่าบุรุษผู้นี้มักจะอ่านเกมของนางทะลุปรุโปร่งเสมอ แต่ในขณะเดียวกัน ความทัดเทียมทางสติปัญญาเช่นนี้ก็ดึงดูดจิตวิญญาณของนางอย่างปฏิเสธไม่ได้ "ข้าก็แค่อยากมาดูให้แน่ใจว่า... ใต้เท้าผู้เที่ยงธรรม จะไม่พลาดท่าให้แก่สุนัขจนตรอกก็เท่านั้น" มู่หรงหว่านเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงการสบตาที่ทรงพลังคู่นั้น ก่อนที่บทสนทนาเชิงจิตวิทยาจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบของคุกใต้ดินก็ดังขึ้น... *กริ๊บ... กริ๊บ...* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารยามเวร ผลัดเปลี่ยนกำลังตามเวลาปกติ แต่มันเป็นเสียงฝีเท้าที่เบาราวกับไร้น้ำหนัก แฝงไว้ด้วยลมปราณอันกล้าแกร่งและระมัดระวังตัวขั้นสุด หลี่ชิงฮั่นและมู่หรงหว่านสบตากันเพียงเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของนักล่าตื่นตัวขึ้นพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย หลี่ชิงฮั่นส่งสัญญาณมือรวดเร็วดั่งสายฟ้า มู่หรงหว่านพริ้วกายหลบเข้าสู่มุมอับของเสาหินทันที ขณะที่เจ้ากรมอาญายืนนิ่งสงบอยู่กลางห้องขัง ราวกับเหยื่อล่อที่รอคอยการปรากฏตัวของนักล่า เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานผ่านช่องระบายอากาศด้านบนลงมาอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ปลายดาบอาบยาพิษสะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาบ พุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพฟู่เหว่ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่เพื่อปิดปากอย่างเด็ดขาด! "มาแล้วสินะ..." หลี่ชิงฮั่นพึมพำในลำคอ ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าขวางวิถีดาบอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ประกายเหล็กปะทะกันเสียงดังสนั่นห้องขัง ทว่าในจังหวะที่มือสังหารเงาถูกต้อนจนมุมและกำลังจะใช้เข็มพิษลับปลิดชีพตัวเองเพื่อหนีความผิด มู่หรงหว่านที่ซ่อนตัวอยู่ก็ดีดลูกแก้วในมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของมือสังหารอย่างแม่นยำจนอาวุธหลุดร่วง กระดาษแผ่นเล็กที่ซ่อนอยู่ในซับในของมือสังหารร่วงหล่นลงสู่พื้น หลี่ชิงฮั่นเตะมันขึ้นมาด้วยปลายเท้าและคว้าไว้ด้วยมือเปล่าอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองตราประทับลับบนกระดาษแผ่นนั้นเพียงแวบเดียว ร่างทั้งร่างก็ชะงักกุนด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว นั่นไม่ใช่ตราประทับขององค์ชายสามฉีฟ่านอย่างที่พวกเขาคาดการณ์ไว้แต่แรก... แต่มันคือตราประจำตัวของ "แม่ทัพใหญ่หลงถิง" ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์และเป็นสหายสนิทที่สุดของฮ่องเต้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความลึกลับนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%