กลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินกรมอาญาผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ และสนิมเหล็ก สร้างบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันวับแวมสาดส่องเงาทอดตัวยาวไหวไปตามผนังศิลาหนาทึบ บนเก้าอี้ไม้สลักลายเรียบขรึม มู่หรงหว่านในชุดคลุมสีเข้มปักลายเมฆหมอกขยับตัวเล็กน้อย เสียงเครื่องประดับหยกกระทบกันเบาๆท่ามกลางความเงียบงัดก้องกังวาน บ่งบอกถึงความนิ่งสงบที่ซ่อนพายุไว้ภายใน
เบื้องหน้าของนางคือ "เฉินไห่" พยานปากสำคัญผู้กุมกุญแจดอกสุดท้ายของคดีทุจริตคลังเสบียงหลวง ชายวัยกลางคนผู้นี้มีสภาพยับเยิน เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยการเค้นสอบ แต่แววตากลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เขานั่งคุดคู้บนพื้นฟางสกปรก ปิดปากเงียบสนิทราวกับรูปปั้นหิน ไม่ยอมปริปากเอ่ยคำใดออกมาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องสอบสวนแห่งนี้
มู่หรงหว่านไม่ได้เร่งเร้า นางเพียงยกถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นชาผู่อ่อมนุ่มละมุนลอยกรุ่นตัดกับกลิ่นเหม็นอับรอบตัว ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กัดกินสติของผู้ต้องสงสัยทีละน้อย เป็นจิตวิทยาพื้นฐานที่นางเชี่ยวชาญ—ความเงียบที่ยาวนานพอ จะดังยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ
"เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลยก็ได้นะคะ... เฉินไห่" น้ำเสียงหวานใสแต่ราบเรียบดังกังวานขึ้น ทำลายความเงียบราวกับคมมีดกรีดผ่านอากาศ "แต่อยากให้เจ้านึกดูให้ดีว่า เวลานี้... องค์ชายสามกำลังทรงรอฟังผลสอบสวน หรือกำลังทรงรอให้เจ้า... กลายเป็นเพียงคนใบ้ที่ไม่มีลมหายใจกันแน่"
เฉินไห่สะดุ้งเฮือก ร่างกายสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อได้ยินนามขององค์ชายสาม ฉีฟ่าน แต่เขาก็ยังกัดฟันแน่น ฝืนเค้นเสียงแหบแห้งออกมา "ข้า... ข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ข้าเป็นแค่คนดูแลคลังสินค้ารายเล็กๆ ใต้เท้ากรมอาญาโปรดเมตตาด้วย!"
"ใต้เท้าหลี่ไม่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ..." มู่หรงหว่านวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงไม้กระทบกันเบาๆ แต่กลับสร้างแรงกระแทกในใจผู้ฟังอย่างประหลาด นางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งความคิดของอีกฝ่าย "ท่านหลี่ชิงฮั่นเป็นคนตรงไปตรงมา... เขาใช้กฎหมายและความรุนแรงเพื่อหาคำตอบ แต่สำหรับข้า... ข้าสนใจแค่ว่า 'ผลลัพธ์' ชิ้นไหนจะช่วยให้ข้ามีชีวิตรอดต่อไปได้มากกว่ากัน และนั่นหมายถึง... เจ้าด้วยเช่นกัน"
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้ลูกกรงเหล็กทีละก้าว ฝ่ายเฉินไห่ผถอยร่นโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ
"ตระกูลมู่ของข้าถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏเมื่อสี่ปีก่อน เจ้าคิดว่าเอกสารบัญชีชุดที่เจ้าเผาทำลายไปเมื่อคืนก่อน... มันจะรอดพ้นสายตาของกรมอาญาไปได้จริงๆ หรือคะ?" มู่หรงหว่านกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทว่าเฉียบคมราวกับปักลงกลางใจ "เจ้าคิดว่าองค์ชายสามจะทรงเก็บสุนัขที่วิ่งพล่านและรู้ความลับมากเกินไปไว้ข้างกายหรือ? เปล่าเลย... เขาเตรียมหลุมฝังศพให้เจ้าเสร็จตั้งแต่ก่อนที่เจ้าจะถูกจับกุมตัวเสียอีก"
เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าของเฉินไห่ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก ข้อมูลที่สตรีตรงหน้ารู้... ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่คนนอกจะล่วงรู้ได้ นางไม่ได้มาเพื่อเค้นคำสารภาพตามรูปแบบกฎหมาย แต่นางกำลังรื้อถอนเกราะป้องกันทางจิตวิทยาของเขาออกทีละชิ้นด้วยความจริงอันโหดร้าย
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดหน้าประตูกล and เบื้องหลังม่านบังตา หลี่ชิงฮั่นยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมปลาบจับจ้องร่างระหงของสตรีผู้ซ่อนเร้นฐานะท่ามกลางแสงไฟสลัว เขารับรู้ถึงความเจ้าเล่ห์และชั้นเชิงอันเหนือชั้นของนางมาโดยตลอด แต่วันนี้... วิธีการปั่นหัวคนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของนาง กลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา—ความรู้สึกที่ว่า สตรีผู้นี้อันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้คลาดสายตา แต่ในขณะเดียวกันก็งดงามและน่าดึงดูดใจจนยากจะละสายตาเช่นกัน
เฉินไห่หอบหายใจถี่กระชั้น ริมฝีปากสั่นระริก ปราการสุดท้ายในใจเริ่มพังทลายลง เขากวาดสายตามองซ้ายขวาราวกับคนจนตรอก ก่อนจะตัดสินใจโน้มตัวเข้าไปใกล้ซี่กรงเหล็ก กระซิบเสียงสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"แม่นาง... หากข้าบอกความจริง... ท่าน... ท่านจะปกป้องครอบครัวข้าได้จริงหรือ? บัญชีลับตัวจริงไม่ได้อยู่ที่ข้า... แต่มันซ่อนอยู่..."
ยังไม่ทันที่เฉินไห่จะเอ่ยชื่อสถานที่ซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและกังวานก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านนอก ขัดจังหวะการสอบปากคำที่กำลังดำเนินไปอย่างถึงพริกถึงขิง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ฝีเท้าของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างสูงโปรสง่างามที่ปรากฏขึ้นใต้แสงตะเกียง องค์ชายสามฉีฟ่านแย้มพระ o5รยิ้มเยือกเย็น พลางตบพระหัตถ์เบาๆ สองครั้งในความมืด สีพระพักตร์เต็มไปด้วยความสนุกสนานราวกับทอดพระเนตรการแสดงงิ้วฉากสำคัญ
"ช่างเป็นการสอบปากคำที่เพลิดเพลินเสียจริง... คุณหนูมู่"
มู่หรงหว่านชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากของนางเลือนหายไปในเสี้ยววินาที นางหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ ขณะที่เฉินไห่กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นเงาร่างขององค์ชายสามปรากฏกายขึ้นตรงหน้า... ในคุกใต้ดินที่ควรจะปิดตายเป็นความลับแห่งนี้!
— หมอกเหมยปลายฤดู
เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์•ตอนที่ 11
เกมจิตวิทยา
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!