กลิ่นอับชื้นของคลังเอกสารเก่าแก่ผสมปนเปกับกลิ่นหมึกจีนชั้นดี ลอยเคคว้างอยู่กลางความเงียบงันยามวิกาล แสงจากเปลวเทียนเล่มเดียวสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลัก มู่หรงหว่านกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีไล่เรียงไปตามตัวอักษรบนม้วนบันทึกคดีเก่าของกรมอาญา นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าแพรบางเบายกขึ้นแตะคราบหมึกที่จางหายเพื่อวิเคราะห์ร่องรอยการปลอมแปลง
ทุกอย่างดำเนินไปภายใต้ความเงียบ จนกระทั่งสัญชาตญาณดิบของนักสืบส่งเสียงกรีดร้องในหัว
*ฉับ!*
เสียงแหวกอากาศแผ่วเบายิ่งกว่าปีกแมลงปอแต่เฉียบคมถึงชีวิต มู่หรงหว่านไม่ลังเลแม้แต่น้อย ร่างระหงทิ้งตัวลงราบกับพื้นไม้ทันที พร้อมกับที่วัตถุปริศนาพุ่งปักเข้าใส่เสาไม้ด้านหลังด้วยแรงมหาศาลจนเนื้อไม้แตกละเอียด มันคือ "ลูกดอกอาบยาพิษ" ที่สลักตราสัญลักษณ์รูปงูพิษพันคันศร—ร่องรอยของมือสังหารเงาโลหิตที่องค์ชายสามใช้ปิดปากพยาน
"ใครกัน!" นางอุทานเบาๆ พลางดีดตัวลุกขึ้นเตรียมหยิบเข็มพิษซ่อนเร้น แต่มือหนากลับคว้าข้อแขนของนางไว้ด้วยแรงดึงอันเด็ดขาด
"อย่าขยับ"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยชิดริมหู หลี่ชิงฮั่นก้าวเข้ามาประชิดตัวนางตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ แววตาคมปลาบของเจ้ากรมอาญาผู้เย็นชาฉายแววระแวดระวังขั้นสุด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างของนางไว้มิดชิดดั่งกำแพงเหล็กในจังหวะที่ลูกดอกดอกที่สองพุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามาพอดี
*ฉึก!*
คมโลหะเฉียดผ่านหัวไหล่กว้างของหลี่ชิงฮั่นไปเพียงไม่กี่ชุน เลือดสีเข้มเริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าแพรปักลายมังกรเร้นเมฆของชุดขุนนางชั้นสูง กลิ่นคาวเลือดเจือจางลอยกรุ่นขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ
มู่หรงหว่านเบิกตากว้างเล็กน้อย ความเย็นชาและท่าทีระแวดระวังที่นางเคยใช้ตั้งกำแพงใส่เขาพังทลายลงชั่วขณะ นางมองรอยแผลที่หัวไหล่ของเขา สลับกับใบหน้าคมสันที่ไม่มีแม้แต่รอยนิ่วหน้าจากความเจ็บปวด ดวงตาคมปลาบของหลี่ชิงฮั่นยังคงจดจ้องไปที่เงาดำไหววูบเบื้องนอกหน้าต่างอย่างดุดัน
"ใต้เท้าหลี่... ท่านเสียสติไปแล้วหรือ ไฉนจึงเอาตัวมารับแทนข้า" น้ำเสียงของนางเจือความสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่ความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก
"ถ้าเจ้าตาย คดีนี้ก็จบลงแค่นี้ และความยุติธรรมที่ข้าตามหามาตลอดครึ่งชีวิตก็จะพังทลาย" หลี่ชิงฮั่นตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่าแววตาที่มองนางกลับมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่ขุนนางผู้ตรวจการจะมอบให้แก่ผู้ต้องสงสัย
ภายนอกหน้าต่าง เสียงฝีเท้าเบาหวิวถอยร่นหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว มือสังหารรู้ตัวแล้วว่าการลอบสังหารครั้งนี้ล้มเหลว หลี่ชิงฮั่นไม่ได้ไล่ตาม เขาเลือกที่จะก้มลงมองสตรีในอาณัติการคุ้มครองชั่วคราวของตน แขนแกร่งยังคงโอบประคองเอวบางของนางไว้เพื่อป้องกันอันตรายระลอกสอง ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกประหลาด
มู่หรงหว่านเม้มริมฝีปากแน่น นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นและกฎหมายอันไร้ปรานีของเขา หลี่ชิงฮั่นไม่ใช่คนที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อใคร หากไม่ใช่เพราะเขา... ลูกดอกอาบยาพิษดอกนั้นคงปักเข้าที่หัวใจของนางไปแล้ว
"ข้าประเมินท่านต่ำไป... ใต้เท้าหลี่" นางกระซิบบอกพลางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างเพียงคืบทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม
"ข้าก็ประเมินความดื้อรั้นของเจ้าต่ำไปเช่นกัน แม่นางมู่" มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตราย "ในเมื่อเรารอดตายมาด้วยกันแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลิกปิดบังความลับครึ่งๆ กลางๆ กับข้าเสียที"
พูดจบ หลี่ชิงฮั่นก็ใช้มืออีกข้างหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้พื้นไม้ขึ้นมา มันคือป้ายหยกประจำตัวสลักลายดอกมู่هรง ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มือสังหารทำตกไว้ระหว่างหลบหนี และมันคือหลักฐานชิ้นเดียวกับที่เชื่อมโยงตระกูลมู่หรงเข้ากับการกบฏเมื่อสิบปีก่อน!
ดวงตากลมโตของมู่หรงหว่านหดแคบลงทันทีเมื่อเห็นป้ายหยกในมือเขา ลมหายใจของนางสะดุดกึก ความไว้วางใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ถูกทดสอบด้วยความจริงอันโหดร้ายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและลุ้นระทึกไปกับกลยุทธ์และเกมเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์•ตอนที่ 6
กับดักในความมืด
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!