เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์•ตอนที่ 5

งานเลี้ยงลวงตา

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นสุราหมักชั้นดีคละเคลุ้งผสมกับกลิ่นอายความโลภที่ลอยวนอยู่ภายใต้โคมผ้าแพรสีชาดในห้องโถงใหญ่ของจวนรองเสนาบดีจาง “ใต้เท้าจางช่างมีรสนิยมวิไลยิ่งนัก ภาพวาดทิวทัศน์ชุดนี้ ถึงกับกล้าใช้ทองคำเปลวแท้มาแต่งแต้มเป็นสายธาร... ช่างน่าชื่นชมในความมั่งคั่งของท่านเสียจริงนะคะ” น้ำเสียงหวานใสดังกังวานขึ้น ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ มู่หรงหว่าน ในอาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีม่วงเข้ม ขยับกายเข้าใกล้โต๊ะประมูลอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมกวาดมองบัญชีการค้าที่วางอยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ นางกำลังเล่นบทบาทภรรยาอนุผู้เย่อหยิ่งและโง่เขลาในสายตาของเหล่าขุนนาง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากภารกิจที่แท้จริง ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวภายتใต้แขนเสื้อจะสัมผัสโดนสันปกสมุดบัญชีเล่มนั้น เงาร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางชั้นสูงสีน้ำเงินเข้มก็ก้าวเข้ามาซ้อนทับด้านหลัง รัศมีกดดันอันคุ้นเคยแผ่ซ่านออกมาจนขนลุกชัน หลี่ชิงฮั่นโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของนางอย่างสนิทสนม ชนิดที่หากมองจากมุมไกลคงคิดว่าเป็นคู่สามีภรรยาที่กำลังหยอกเย้ากันในงานเลี้ยง “แม่นางมู่... มือของเจ้าดูจะซุกซนเกินขอบเขตงานเลี้ยงต้อนรับไปสักหน่อยแล้วกระมัง” ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความนัยเฉียบคม “หรือว่าบัญชีเล่มนั้น มีค่ามากกว่าชีวิตของคนตระกูลมู่ที่รอการล้างมลทินกัน?” มู่หรงหว่านไม่แม้แต่จะสะดุ้งตื่นตระหนก นางเพียงเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากแย้มกว้างขึ้นอย่างท้าทาย ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืดสลัวหลังฉากกั้นไม้แกะสลัก ความฉลาดทันกันทำให้ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า ต่างฝ่ายต่างกำลังถือไพ่เหนือกว่าคนละใบ “ใต้เท้าหลี่โปรดระวังวาจาด้วยนะคะ... หม่อมฉันก็แค่สตรีอ่อนแอที่หลงใหลในความงามของอัญมณีและตัวเลข มิได้มีเจตนาเทียบชั้นอำนาจของท่านเจ้ากรมอาญาผู้ทรงคุณธรรมเลยแม้แต่น้อย” นางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์หนักแน่นและซ่อนเข็มเล่มเล็กๆ ไว้ทิ่มแทง ท่ามกลางเสียงบรรเลงพิณและเสียงหัวเราะสำราญของขุนนางฉือที่กำลังเมามายอย่างไร้สติ สายตาของทั้งสองสลับกันมองเป้าหมายหลัก—หีบเหล็กที่ถูกล็อกกุญแจอย่างแน่นหนาใต้โต๊ะรับรอง นั่นคือศูนย์กลางทางการเงินทั้งหมดที่เชื่อมโยงเส้นทางส่วยและการทุจริตข้ามเขตแดน ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากขององค์ชายสามฉีฟ่านให้ร่วงหล่นลงมา “หากเจ้าอยากได้มันนัก... คงต้องแสดงความสามารถให้ข้าเห็นเสียหน่อยแล้ว” หลี่ชิงฮั่นเอ่ยเสียงกระซิบ ขณะที่มือหนาแกล้งยื่นไปโอบเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่นเพื่อบังสายตาจากผู้คนรอบข้าง การกระทำที่ดูเหมือนเกี้ยวพาราสีนี้ แท้จริงแล้วคือการส่งสัญญาณเตือนภัย เมื่อองครักษ์เงาของตระกูลจางกำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยความสงสัย มู่หรงหว่านไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางอาศัยจังหวะที่ร่างแนบชิดกัน ใช้ปลายเล็บคมกริบที่ซ่อนไว้กรีดเปิดลิ้นชักลับใต้โต๊ะที่หลี่ชิงฮั่นช่วยบังให้อย่างรู้ใจ เพียงเสี้ยววินาที... เอกสารแผ่นบางที่ประทับตราลับของกรมคลังก็ถูกดึงออกมาซ่อนไว้ในสาบเสื้อของนางอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นอายความตึงเครียดระลอกใหม่พัดผ่านเข้ามา เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเสนาบดีจางหยุดลงตรงหน้าฉากกั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะรื่นเริงที่เอ่ยทักทาย “ใต้เท้าหลี่กับฮูหยินช่างสวีทกันเสียจริง ข้าคงไม่มารบกวนเวลาอันน่าอภิรมย์นี้กระมัง?” หลี่ชิงฮั่นผละตัวออกช้าๆ สีหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งแกะสลัก ไร้ซึ่งร่องรอยพิรุธใดๆ เขาโค้งคำนับอย่างไว้ตัว “ท่านรองเสนาบดีเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแต่ตักเตือนภรรยาเรื่องความสะเพร่า นางมักจะเดินซุ่มซ่ามจนเกือบทำลายข้าวของมีค่าของท่านเสียเสียหาย” มู่หรงหว่านย่อกายลงทำความเคารพอย่างงดงาม ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานราวกับสตรีผู้ไม่มีพิษภัย “ต้องขออภัยท่านรองเสนาบดีด้วยนะคะ พอดีหม่อมฉันบังเอิญเห็นหีบไม้แกะสลักใร้ระเบียบใบนั้นเข้า เลยนึกสนุกอยากช่วยท่านจัดระเบียบเสียหน่อย... แต่ตอนนี้สามีของหม่อมฉันคงดุจนหม่อมฉันไม่กล้าซุกซนอีกแล้วล่ะค่ะ” จางฉือหัวร่วลรื่นเริงโดยไม่เอะใจแม้แต่น้อย “ฮ่าๆๆ ฮูหยินหลี่เป็นคนรักความสะอาดเรียบร้อยนี่เอง หาใช่เรื่องใหญ่โตอันใด เชิญตามสบายเถอะ ใต้เท้าหลี่... เชิญทางนี้ ข้ามีสุราชั้นดีรอให้ท่านลิ้มลองอยู่” เมื่อร่างของรองเสนาบดีเดินลับหายไปในกลุ่มผู้คน หลี่ชิงฮั่นหันกลับมามองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกบางอย่างที่นอกเหนือจากความเป็นพันธมิตรทางคดีกำลังก่อตัวขึ้นในใจของบุรุษผู้เย็นชา “เจ้าช่างกล้าหาญและบ้าระห่ำเกินไปแล้ว มู่หรงหว่าน” เขาเอ่ยเสียงต่ำขณะพาingนางเดินหลบออกมายังระเบียงทางเดินด้านนอกที่เงียบสงบ “หากไม่เข้าถ้ำเสือ... แล้วเราจะได้ลูกเสือกลับมาได้อย่างไรกันล่ะคะ ใต้เท้าหลี่” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แสงจันทร์สาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ทว่าในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่หลี่ชิงฮั่นจะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคนก็ดังขึ้นจากสวนหย่อมเบื้องล่าง พร้อมกับปลายลูกธนูอาบยาพิษที่พุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามาปักลงบนเสาไม้ข้างศีรษะของทั้งคู่โดยไม่มีเสียงเตือน! และเมื่อหลี่ชิงฮั่นกระชากตัวมู่หรงหว่านเข้าสู่อ้อมกอดเพื่อหลบวิถีกระสุน สายตากลับเหลือบไปเห็นตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ที่สลักอยู่บนด้ามลูกธนูนั้น—มันคือตราขององค์ชายสามผู้ทรงอำนาจ ที่ประกาศชัดเจนว่าความลับในคืนนี้... มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะรอดออกไปได้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับเกมเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาพู่กันจารชน ชายาสองหน้าพิฆาตบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%