แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกผลักไปหยุดตรงหน้าขอบโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงโลหะกระทบพื้นผิวดังขึ้นกังวานในความเงียบงันของห้องเพนต์เฮาส์หรู บ่งบอกถึงความเด็ดขาดที่ซ่อนอยู่ภายใน ทศกัณฐ์ละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ต ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาตามวิสัยของนักธุรกิจผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ดวงตากลับหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองสภาพของเอกสารฉบับนั้น
มันไม่ใช่รายงานผลประกอบการไตรมาสหรือสัญญาซื้อขายที่เขาคุ้นเคย
"เซ็นซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความลังเล ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่นเช่นเคย
น้ำนิ่งยืนอยู่ตรงข้าม ไหล่บางทั้งสองข้างตั้งตรงอย่างคนถือศักดิ์ศรี ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศมาโดยตลอด บัดนี้กลับนิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น จนน่าใจหาย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเรียวเล็กก่อนที่เจ้าตัวจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่บาดลึกโสตประสาทของคนฟังเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดกระจก
"ผมคงทำตามความกรุณาของคุณไม่ได้หรอกครับ... คุณทศกัณฐ์"
คำว่า 'คุณ' ที่ถูกเน้นเสียงหนักหน่วง ทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ ทศกัณฐ์ขมวดคิ้วมุ่น ร่างสูงใหญ่ขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอย่างคุกคาม ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"เธอเล่นเกมอะไรอีก น้ำนิ่ง" น้ำเสียงของเขาต่ำลงจนน่ากลัว "คิดว่าการทำตัวเป็นเด็กดื้อแล้วประชดฉันด้วยการไม่เซ็นสัญญาฉบับนี้ มันจะทำให้ฉันยอมตามใจเธอทุกอย่างงั้นเหรอ?"
"ผมไม่ได้เล่นเกมครับ" น้ำนิ่งตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ ไม่มีแววสั่นเครือให้เห็นแม้แต่น้อย "และที่สำคัญ... ผมไม่ได้กำลังประชดคุณด้วย"
มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมา ก่อนจะเปิดมันออกให้เห็นหน้าสุดท้าย หน้าที่เต็มไปด้วยลายเซ็นและเงื่อนไขพันธะสัญญาที่เคยผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกัน ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นในเวลานี้ กลับไม่ใช่ข้อตกลงทางธุรกิจที่คุ้นเคย แต่มันคือใบยกเลิกข้อตกลงที่ร่างขึ้นมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
ทศกัณฐ์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองข้อความบนกระดาษอย่างรวดเร็ว กรามหนาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมมือคว้าข้อมือเล็กของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้าย แต่มันเปี่ยมไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจหาคำมาอธิบาย
"ปล่อยมือเถอะครับ มันเจ็บ" น้ำนิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่ยอมแสดงอาการอ่อนแอออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย ปลายจางๆ แดงเรื่อที่หางตาไม่ได้เกิดจากการร้องไห้ แต่มันคือความอัดอั้นที่สะสมมานานจนล้นปรี่
"ฉันไม่ปล่อย!" ทศกัณฐ์คำรามลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความหึงหวงและโทสะที่ตีรวนกันมั่วซุม "คิดจะทิ้งสัญญาบ้าๆ นี่แล้วหนีไปหาไอ้พีทมันใช่ไหม? ถึงได้กล้าทำหน้าตายแบบนี้ใส่ฉัน!"
น้ำนิ่งแค่นหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้แววตาคู่นั้นฉายความผิดหวังอย่างชัดเจนจนคนมองถึงกับชะงัก
"คุณนี่มัน... มองโลกวนอยู่แค่เรื่องแย่ๆ ของคนอื่นสินะครับ" น้ำนิ่งสบตากับร่างสูงตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง "คุณคิดว่าทุกสิ่งที่ผมทำ มันเป็นเพราะผมอยากไปหาคนอื่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณไม่เคยฟังผมเลยด้วยซ้ำ คุณมีแต่คำสั่ง มีแต่การตีตราว่าผมเป็นแค่เด็กในปกครองที่ต้องก้มหัวให้คุณตลอดไป... พอใจคุณหรือยังล่ะครับ?"
"ฉันให้ทุกอย่างกับเธอ!" ทศกัณฐ์สวนกลับเสียงดังลั่นห้อง สถานะ อำนาจ เงินทอง หรือแม้แต่ความปลอดภัยที่คนอื่นไม่มีวันได้ เขายอมมอบให้เด็กหนุ่มคนนี้ทั้งหมด แต่ทำไม... ทำไมแววตาคู่นั้นถึงยังมองเขาเหมือนปีศาจอยู่เสมอ
"แต่มันไม่มี 'อิสระ' ครับ!" น้ำนิ่งตวาดกลับเสียงสั่น รabกั้นความรู้สึกที่เอ่อล้นในอก หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอที่หน่วยตาแต่เจ้าตัวรีบกะพริบไล่เก็บมันกลับไปอย่างรวดเร็ว "สิ่งเดียวที่ผมต้องการจากคุณ... คือการให้เกียรติและความไว้วางใจ ซึ่งคุณไม่เคยมีให้ผมเลยสักครั้งเดียว!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่กว้างทันที ทศกัณฐ์ชะงักค้าง ราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ คำพูดของน้ำนิ่งไม่ได้ตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราด แต่มันคมกริบและบาดลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ความเย่อหยิ่งทระนงตนของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร พังทลายลงในชั่วพริบตาเมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของคนตรงหน้า
เด็กหนุ่มผู้ดื้อรั้นคนนี้... กำลังจะหลุดมือไปจริงๆ
"ถ้าฉันบอกว่า..." ทศกัณฐ์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวน น้ำเสียงของเขาเริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีความดื้อดึงหลงเหลืออยู่ "ถ้าฉันบอกว่าฉันยอมแก้สัญญา... ฉันยอมทำทุกอย่างตามที่เธอต้องการ ขอแค่เธออยู่..."
"สายไปแล้วครับ"
คำพูดนั้นตัดรอนทุกอย่างลงอย่างสิ้นเชิง น้ำนิ่งดึงข้อมือของตัวเองออกจากก้าวที่เกาะกุมไว้ได้อย่างง่ายดาย เพราะทศกัณฐ์คลายแรงออกโดยไม่รู้ตัว ร่างบางถอยหลังออกไปสองก้าว ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าหนี้และคู่ดีลครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
"ผมจะไม่อยู่ให้คุณด่า... หรือควบคุมชีวิตผมอีกต่อไปแล้วครับ"
พูดจบ น้ำนิ่งก็หันหลังให้ทันที เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังประตูทางออก โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองท่าทีของคนด้านหลังอีกเลย ทศกัณฐ์ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความตื่นตระหนกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ ขาทั้งสองข้างก้าวตามไปโดยอัตโนมัติราวกับร่างกายสั่งการเร็วกว่าสมอง
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกบานใหญ่ปิดลงสนิท พร้อมๆ กับที่ทศกัณฐ์พุ่งตัวมาถึงหน้าห้องพอดี ชายหนุ่มเอื้อมมือผลักประตูออกไปหวังจะคว้าตัวคนตัวเล็กไว้ แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด
ทางเดินด้านนอกว่างเปล่า ไม่มีเงาร่างของน้ำนิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ยังลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่ทำให้ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ไม่ใช่ความว่างเปล่าตรงหน้า...
แต่เป็นร่างสูงของใครอีกคน ที่ยืนกอดอกพิงผนังลิฟต์รออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งตรงมาให้เขาอย่างท้าทาย
"หาคนของนายไม่เจอเหรอ... ทศกัณฐ์?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้อย่างเสมอมานะครับ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 28
ฉันจะไม่อยู่ให้คุณด่าอีกต่อไป
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!