ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 17

พายุอารมณ์กลางดึก

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"สนุกมากไหมครับกับการเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของทศกัณฐ์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมห้องรับรองส่วนตัวของงานเลี้ยง ปลายนิ้วเรียวแกร่งของชายหนุ่มบีบเข้าหากันจนข้อต่องอขาว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิแทบจะติดลบ สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย พิมพ์พิชชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ ก่อนจะเหลือบสายตาไปทางพีทที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยรอยยิ้มมุมปากอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "อย่าพูดจารุนแรงแบบนั้นสครับคุณทศกัณฐ์ พวกเราก็แค่... แลกเปลี่ยนความสนุกกันเล็กๆ น้อยๆ เอง" พิมพ์พิชชาลอยหน้าลอยตาตอบ พรางขยับตัวเข้าไปใกล้พีทมากขึ้นอีกนิดเพื่อตอกย้ำภาพความสนิทสนมที่เธอจงใจจัดฉากขึ้นเมื่อครู่ ทศกัณฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก เขาก้าวเท้าเข้าไปหาคนทั้งสองช้าๆ ทว่ามั่นคง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายแทบจะเจือจาง "ความสนุกของพวกคุณ... แลกมาด้วยความอดทนของผมที่หมดลงแล้วสินะครับ" แต่ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักหน่วง "พอได้แล้วครับ!" เสียงหวานที่เจือด้วยความกรุ่นโกรธดังขึ้นตัดผ่านความตึงเครียด น้ำนิ่งก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนคั่นกลางระหว่างทศกัณฐ์และคู่กรณี ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะฉายแววเจ้าเล่ห์หรือความดื้อรั้น ตอนนี้กลับลุกโชนด้วยไฟโทสะที่ถูกจุดขึ้นจนถึงขีดสุด หน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ ทศกัณฐ์ชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองคนตัวเล็กที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ แววตาขุ่นเคืองเมื่อครู่ฉายความประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาดุดันเช่นเดิมเมื่อเห็นว่าน้ำนิ่งกำลังปกป้องใคร "น้ำนิ่ง... ถอยไปครับ" ทศกัณฐ์เอ่ยเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าแขนเรียวให้ถอยห่าง แต่กลับถูกน้ำนิ่งปัดออกอย่างไร้เยื่อใย "ไม่ต้องมาสั่งผม!" น้ำนิ่งตวาดกลับเสียงดังลั่น ดวงตาคู่สวยรื้นด้วยหยาดน้ำใสจากความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับแรมเดือน ความเหนื่อยล้าจากการต้องวิ่งตามเกมประสาท ความหวแวง และความรู้สึกที่ถูกมองข้าม ระเบิดออกมาในคราวเดียว "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครครับ ถึงได้ทำหน้าถมึงทึงใส่คนอื่นเขาไปทั่ว คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลหรือไง ที่ใครเขาต้องมาคอยรองรับอารมณ์บ้าๆ ของคุณตลอดเวลา!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง พิมพ์พิชชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่พีทหุบยิ้มลงทันที ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะยอมจำนนต่อสถานการณ์มาโดยตลอด จะระเบิดอารมณ์ใส่เจ้าพ่อวงการธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ ทศกัณฐ์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ขากรรไกรแกร่งขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของน้ำนิ่ง ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีเมื่อครู่ราวกับถูกน้ำเย็นสาดเข้าใส่จนมอดดับ ทว่าสิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นความเจ็บปวดลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง "ผมทำเพราะ..." ทศกัณฐ์พยายามจะอธิบาย น้ำเสียงทุ้มเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย "เพราะอะไรครับ? เพราะหึงเหรอ? เพราะกลัวว่าผมจะไปสนใจคนอื่นมากกว่าคุณอย่างนั้นเหรอ!" น้ำนิ่งสวนกลับทันควัน น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจอดกลั้น ทว่าริมฝีปากบางกลับเหยียดยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง "ตลกสิ้นดี... คุณทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผม ทำเหมือนผมเป็นสิ่งของชิ้นหนึ่งที่คุณจะหวงเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เคยหันกลับมามองความรู้สึกของผมบ้างไหมครับ ว่าผมรู้สึกยังไงเวลาที่คุณใช้วิธีการบ้าๆ พวกนี้บีบบังคับผม!" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในใจของคนฟัง ทศกัณฐ์ยืนนิ่งงัน ร่างสูงใหญ่รู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย ความเงียบงันระหว่างเขากับน้ำนิ่งในเวลานี้หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าขุนเขา พีทที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะสะกิดแขนพิมพ์พิชชาเบาๆ "ผมว่า... เราออกไปจากตรงนี้กันก่อนดีกว่าครับ ปล่อยให้เคลียร์กันเองสองคนน่าจะดีที่สุด" พิมพ์พิชชาพยักหน้ารับอย่างจำยอม ทั้งสองคนค่อยๆ เดินเลี่ยงออกไปจากห้อง ปิดประตูทิ้งให้คนทั้งคู่จมอยู่กับพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ภายในห้องที่เหลือเพียงความเงียบ น้ำนิ่งหอบหายใจหนักหน่วง ไหล่บางสั่นเทาจากการร้องไห้สะอื้นที่พยายามสะกดกลั้นไว้ เขาหันหลังให้ทศกัณฐ์ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ อย่างไม่ยอมจำนนต่อความอ่อนแอของตัวเอง ทศกัณฐ์มองแผ่นหลังบางที่สั่นเทานั้น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอก มือหนายื่นออกไปช้าๆ ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของน้ำนิ่งแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว "ปล่อยนะ!" น้ำนิ่งร้องโวยวาย พยายามดิ้นรนขัดขืนและใช้กำปั้นทุบลงบนอกแกร่งระรัว "บอกให้ปล่อยไง คุณไม่มีสิทธิ์มา..." "ผมมีสิทธิ์!" ทศกัณฐ์สวนกลับเสียงดังลั่น ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่ เขารวบตัวน้ำนิ่งเข้ามาประชิดอก กอดรัดแน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ผมมีสิทธิ์ทุกอย่าง... เพราะผมรักคุณ!" เสียงตะโกนนั้นเงียบกริบลงทันที น้ำนิ่งเบิกตากว้าง ร่างกายที่กำลังดิ้นรนหยุดชะงักงันในทันที หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวระคนตกใจกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนหยิ่งยโส ทศกัณฐ์ก้มลงมองหน้าคนในอ้อมแขน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกันและกัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง แววตาคมปลาบที่มองมาเต็มไปด้วยความเว้าวอนและความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "ผมทนไม่ได้..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบaชิดริมฝีปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดอย่างชัดเจน "เวลาที่เห็นคุณไปยิ้มให้คนอื่น เวลาที่คิดว่าคุณกำลังจะหลุดมือผมไป... คุณรู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน" น้ำนิ่งเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับสั่นไหวรุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนและหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ทศกัณฐ์ค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นประคองกรอบหน้าเนียน นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มใสอย่างทะนุถนอม สายตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ลมหายใจร้อนระอุรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของน้ำนิ่งในระยะประชิด ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ "คุณทศกัณฐ์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ทางตลาดหุ้น..." -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับพายุอารมณ์ของพ่อหนุ่มปากแข็งกับคนปากเก่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%