เสียงถอดรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนในโถงทางเข้าดังขึ้นเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่ากลับทรงพลังพอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงจนเยียบเย็น ทศกัณฐ์ยืนนิ่งอยู่กลางห้องรับแขก สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังคำรามอยู่เบื้องหลังดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน
"ไม่คิดว่าคุณจะจำทางมาบ้านหลังนี้ได้... พิมพ์พิชชา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงหันมาสบตาเขา รอยยิ้มมุมปากของเธอยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนแบบที่เคยใช้กุมหัวใจใครหลายคนในอดีต ทว่าในสายตาของน้ำนิ่งที่แอบมองลอดผ่านช่องประตูห้องเก็บของใต้บันได รอยยิ้มนั้นกลับดูเหมือนรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดซ้ำด้วยความจงใจ
"โลกมันกลมจะตายไปค่ะ ทศ... อีกอย่าง ฉันแค่อยแวะมาทักทายคนที่เคยคุ้นเคย ไม่คิดว่าคุณจะต้อนรับฉันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขนาดนี้" พิมพ์พิชชาเดินเข้ามาใกล้ เขยิบเข้าหาร่างสูงในระยะที่เกือบจะประชิดตัว ท่าทีสนิทสนมนั้นดูราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่โดยชอบธรรม
ในขณะเดียวกัน ภายในความมืดสลัวของห้องเก็บของใต้บันได น้ำนิ่งกำลังพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองให้เบาที่สุด แผ่นหลังแนบชิดกับผนังเย็นเฉียบ ฝ่ามือเรียวกำชายเสื้อแน่นจนยับยู่ยี่ ความรู้สึกอึดอัดตีรวนขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะความกลัวที่จะถูกจับได้ว่าแอบฟัง แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกาะกุมหัวใจ—ความรู้สึกที่คล้ายกับว่าตัวเองกลายเป็น 'ส่วนเกิน' ในพื้นที่ที่เขาเคยบอกว่าเป็น 'ของเรา'
*งี่เง่าชะมัด... เราจะไปรู้สึกอะไรล่ะ ในเมื่อสถานะของเราตอนนี้มันก็แค่คนอาศัยชั่วคราว* น้ำนิ่งกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้บริเวณบันไดมากขึ้น พิมพ์พิชชากำลังเดินสำรวจบ้านด้วยความคุ้นเคย ทุกย่างก้าวสร้างความตื่นตระหนกให้คนข้างใน น้ำนิ่งขยับตัวถอยหลังจนสะดุดเข้ากับกล่องกระดาษลังใบย่อม เสียงวัตถุด้านในขยับครูดกับพื้นดัง *แกร็ก* เบาๆ แม้จะเป็นเสียงที่แผ่วเบา แต่ในความเงียบงัดของบ้านหลังใหญ่ มันกลับชัดเจนราวกับเสียงระฆังเตือนภัย
"เสียงอะไรน่ะ?" พิมพ์พิชชาชะงักฝีเท้า หันขวับมามองทางบันได ดวงตากวาดมองด้วยความสงสัย
ทศกัณฐ์ขมวดคิ้วมุ่น สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องรับแขกก่อนจะสะดุดที่บริเวณโถงทางเดิน เขารู้ทันทีว่าเสียงนั้นมาจากไหน และหัวใจของเขาก็กระตุกวูบด้วยความหวาดหวั่นแปลกประหลาด—ไม่ใช่กลัวความลับแตก แต่กลัวความดื้อรั้นของเด็กปากแข็งคนนั้นจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
"ไม่มีอะไร บ้านหลังนี้มักจะมีเสียงพวกสัตว์เลี้ยงหรือลมลอดเข้ามาเสมอ คุณอย่าใส่ใจเลย" ทศกัณฐ์จงใจก้าวเท้าเข้ามาขวางทางเดินระหว่างพิมพ์พิชชาและบันได ร่างสูงใหญ่ยืนบังประตูห้องเก็บของไว้มิดชิด สายตาคุกคามกดดันให้เธอยอมถอยห่าง
"แปลกจังนะคะ... ฉันนึกว่าคุณเกลียดสัตว์เลี้ยงซะอีก" พิมพ์พิชชาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะปรายตามองทศกัณฐ์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "แต่ก็นะ คนเรามักเปลี่ยนใจได้เสมอเมื่อมีของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจกว่าเดิม... ว่าไหมคะ?"
คำพูดนั้นทิ้งน้ำหนักกระแทกกระทั้น ทศกัณฐ์ไม่ได้ตอบคำถาม เปลือกตาคมหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับจะขับไล่แขกไม่ได้รับเชิญให้ออกไปจากอาณาเขตของตนทันที บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด
ด้านในห้องเก็บของ น้ำนิ่งหลับตาลงช้าๆ ซบหน้าผากเข้ากับฝ่ามือที่เย็นเฉียบ คำพูดของพิมพ์พิชชายังคงก้องอยู่ในหัว *ของเล่นชิ้นใหม่*... เออ ใช่น่ะสิ สำหรับเขาน้ำนิ่งก็คงเป็นได้แค่เครื่องมือแก้เบื่อ หรือไม่ก็ตัวหมากในเกมบ้าๆ ระหว่างผู้ชายพวกนี้
ความอดทนที่สะสมมานานเริ่มสั่นคลอน น้ำนิ่งไม่อยากทนฟังเสียงเสแสร้งของผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป และยิ่งไม่อยากเห็นสายตาที่ทศกัณฐ์ใช้มองอดีตคนรัก แม้สมองจะบอกว่ามันคือเรื่องของอディต แต่อารมณ์ดิบเถื่อนในอกกลับร้องตะโกนว่าไม่ยอมรับ
ร่างโปร่งตัดสินใจขยับตัวอย่างเงียบเชียบที่สุด เอื้อมมือไปหมุนลูกบิดประตูห้องเก็บของด้านในเพื่อหาทางออกทางอื่น ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับโลหะเย็นเฉียบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าบ้าน พร้อมกับการมาถึงของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิด
"อ้าว... แขกมาเยือนเหรอครับเนี่ย บรรยากาศดูมาคุชอบกลนะ"
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักทายขึ้นอย่างไม่ี่เกรงกลัวใคร พีทก้าวเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีสบายๆ รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏบนใบหน้า ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับเสือซุ่มที่รอจังหวะตะครุบเหยื่อ ทศกัณฐ์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
เมื่อสถานการณ์กำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ประตูห้องเก็บของด้านหลังทศกัณฐ์ก็ถูกผลักเปิดออกเบื้องหลังความชุลมุน... ร่างของน้ำนิ่งก้าวออกมาเผชิญหน้ากับสายตาทุกคู่ในห้องรับแขกอย่างไม่เกรงกลัวใคร แม้ดวงตาจะแดงก่ำด้วยความอัดอั้น แต่คางเชิดรั้นนั้นกลับประกาศชัดว่าเขาจะไม่หลบซ่อนอีกต่อไป
ทศกัณฐ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่พิมพ์พิชชาหันมามองด้วยรอยยิ้มเยาะ และพีทก็ยกยิ้มมุมปากอย่างสนุกสนานกับความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 16
สถานะที่ไร้ตัวตน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!