กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและไวน์แดงวินเทจชั้นดีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารยาวหรูหราใจกลางกรุงดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... อุณหภูมิรอบตัวกำลังติดลบจนน่าใจหาย เมื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่าง ทศกัณฐ์ ถือวิสาสะดึงเก้าอี้ตัวที่ว่างข้างกายน้ำนิ่งออก แล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างไร้มารยาทโดยไม่สนสายตาของใคร
"ขอโทษทีที่ไม่ได้นัดล่วงหน้า... แต่ดูเหมือนว่าฉันจะพลาดเรื่องสนุกๆ ไปสินะ ทศกัณฐ์"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน น้ำนิ่งชะงักมือที่กำลังถือส้อม พีทเพื่อนสนิทของเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ทศกัณฐ์... ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของฉายานักธุรกิจผู้ไร้ความปรานี กลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งอย่างเยียบเย็น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองแก้วไวน์ตรงหน้าก่อนจะตวัดกลับมาจ้องเขม็งยังร่างโปร่งของเด็กหนุ่มที่นั่งตัวเกร็งอยู่ข้างๆ
"บังเอิญผมไม่ชอบให้ใครมาแย่งอาหาร... และไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้นคนของผมด้วยครับ" ทศกัณฐ์เน้นเสียงคำว่า 'คนของผม' ชัดถ้อยชัดคำจนคนฟังอย่างน้ำนิ่งต้องรีบหันขวับไปค้อนใส่
"ใครคนของคุณ? พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะครับคุณทศกัณฐ์ ผมมาทานข้าวกับเพื่อนสนิท ไม่ได้มาทำธุระกรรมอะไรกับคุณซะหน่อย" น้ำนิ่งสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสุกใสวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ความอวดดีและดื้อรั้นฉายชัดอยู่บนดวงหน้าหวานจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของคนมอง
"หึ... เพื่อนสนิท?" ทศกัณฐ์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางเอื้อมมือไปหมุนแก้วไวน์ในมือเล่นอย่างใจเย็น แต่รัศมีกดดันรอบตัวกลับแผ่ขยายจนพีทต้องรีบกระแอมไอแล้วขยับตัวถอยห่างอย่างรู้จังหวะ "เพื่อนสนิทที่ไหนเขาจ้องตาซึ้งกันจนข้าวปลาไม่ต้องกิน แถมยังทำหน้าเหมือนคนกำลังสารภาพรักกันอยู่ตลอดเวลาล่ะครับ"
"คุณทศกัณฐ์!" น้ำนิ่งกระแทកเสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างเหลืออด ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้อย่างตรงจุด "ถ้าว่างมากนักก็เชิญไปนั่งโต๊ะอื่นเถอะครับ แถวนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนมารยาททรามหรอกนะ"
"ปากเก่งขึ้นเยอะนี่ครับ... สงสัยช่วงนี้ผมคงตามใจคุณมากเกินไปสินะ น้ำนิ่ง"
ทศกัณฐ์ไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่เขากลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ร่างโปร่งมากขึ้น กลิ่นอายความเป็นผู้ชายอันตรายและน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนน้ำนิ่งเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นรัวรากับกลองเพลจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
"ถอยไปเลยนะ!" น้ำนิ่งเอื้อมมือไปดันไหล่กว้างให้ออกห่าง แต่ทศกัณฐ์กลับไวกว่า เขารวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะรั้งเข้าหาตัวจนแผ่นอกของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน
พีทที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับนั่งไม่ติด เกรงใจก็เกรงใจ กลัวก็กลัว แต่ความเป็นห่วงเพื่อนมีมากกว่าจึงทำท่าจะลุกขึ้น "นี่คุณ! ปล่อยเพื่อนผมนะเว้ย..."
"ถ้าไม่อยากให้หุ้นบริษัทของครอบครัวคุณพังไม่เป็นท่าภายในสามวินาทีนี้... นั่งเงียบๆ ไปซะ พีท" ทศกัณฐ์ปรายตามองเพื่อนสนิทของคนรักด้วยแววตานิ่งสนิท แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้พีทต้องทิ้งตัวกลับลงนั่งเก้าอี้ทันทีอย่างจำยอม พร้อมส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาให้น้ำนิ่ง
น้ำนิ่งกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ รู้สึกพ่ายแพ้ต่ออำนาจมืดและความเผด็จการของคนตรงหน้าอย่างที่สุด แต่ในเมื่อถอยไม่ได้เขาก็เลือกที่จะไม่ก้มหัวให้เด็ดขาด นัยน์ตากลมโตตวัดมองตอบอย่างไม่เกรงกลัว "รังแกได้แม้กระทั่งคนไม่มีทางสู้ คุณนี่มันนิสัยแย่ยิ่งกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะทศกัณฐ์"
"ขอบคุณที่ชมครับ" ทศกัณฐ์ยิ้มรับหน้าตาเฉย นัยน์ตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ริมฝีปากสีเรื่อที่เอาแต่ต่อปากต่อคำกับเขาไม่หยุด ก่อนที่ประกายตาพราวระยับจะเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ "ในเมื่อคุณบอกว่าผมใจร้าย... ผมก็ควรทำตัวให้สมกับฉายานั้นหน่อยดีไหม?"
"คุณจะทำอะไร..."
ยังไม่ทันที่น้ำนิ่งจะได้เอ่ยจบประโยค ทศกัณฐ์ก็จัดการรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้นด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็จัดการเอื้อมไปหยิบชิ้นสตรอว์เบอร์รีเคลือบช็อกโกแลตจากจานของหวานที่เพิ่งเสิร์ฟมาจ่อไว้ที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่ม
"อ้าปากครับ" คำสั่งเด็ดขาดมาพร้อมกับแววตาบังคับกลายๆ
"ไม่! ผมไม่กิน!" น้ำนิ่งเม้มปากแน่น สะบัดหน้าหนีสุดชีวิต
"ถ้าไม่ยอมกินดีๆ... ผมจะเปลี่ยนจากการป้อนขนม เป็นการป้อนจูบโชว์กลางร้านอาหารหรูแห่งนี้แทน ให้ทายว่าคนอื่นจะมองเรายังไงดีล่ะครับ หืม?" น้ำเสียงกระซิบพร่าทุ้มข้างใบหูนั้นเต็มไปด้วยการคุกคามที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
น้ำนิ่งเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าคนอย่างทศกัณฐ์พูดจริงทำจริงเสมอ และถ้าเขาขัดขืนต่อ ไอ้อภิมหาเศรษฐีบ้าอำนาจคนนี้คงทำตามที่พูดจริงๆ แน่ๆ
ด้วยความจำยอมและศักดิ์ศรีที่ต้องเก็บไว้ใช้ในยกต่อไป น้ำนิ่งจึงจำใจต้องอ้าปากงับชิ้นสตรอว์เบอร์รีรสหวานอมเปรี้ยวเข้าไปอย่างขัดขืน ทศกัณฐ์หัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจกับชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ นี้ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยคราบช็อกโกแลตที่เปื้อนมุมปากให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแฝงความอ่อนโยนเอาไว้ลึกซึ้งจนคนถูกแกล้งใจกระตุกวูบ
"เด็กดี... แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย"
น้ำนิ่งหน้าแดงซ่านด้วยความเคืองปนเขิน เขาปัดมือหนานั้นออกแรงๆ พร้อมกับหันไปคว้าแก้วน้ำเปล่ามาดื่มแก้กระ้อกกระอัด แต่ความวุ่นวายยังไม่ทันได้จบลง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเสียก่อน
"อ้าว... บังเอิญจังเลยครับคุณทศกัณฐ์ ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่กับ... น้องน้ำนิ่งคนสวย"
ทศกัณฐ์ชะงัก นัยน์ตานิ่งสนิทตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ทันที ส่วนน้ำนิ่งถึงกับสำลักน้ำพรวดออกมาเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับบุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้...
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" เสมอมานะครับ
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 10
มื้อค่ำที่แสนพยศ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!