แค่อากาศรอบตัวที่ลดฮวบลงจนเกือบติดลบ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เสียงสำลักน้ำของน้ำนิ่งกลายเป็นเสียงเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ในคาเฟ่กึ่งบาร์สไตล์โมเดิร์นแห่งนี้
"แค่ก! แค่ก... บ้าเอ้ย"
น้ำนิ่งใช้ทิชชูเช็ดปากลวกๆ ใบหน้าหวานที่ปกติจะเชิดรั้นขึ้นเสมอเวลากล่าววาจาท้าทายใคร ตอนนี้กลับแดงก่ำไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความตกใจปนความซวยที่จู่ๆ ก็พุ่งชนแบบไม่ทันตั้งตัว
บุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในรัศมีร้อยกิโลเมตร... ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าแล้วครับ
ทศกัณฐ์ไม่ได้เอ่ยทักทาย ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ดูเนี้ยบกริบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ปลดกระดุมเม็ดบนออกหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อเนียนสะอาดตา กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงระยับลอยมาปะทะจมูก พร้อมกับรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งออกมาจนโต๊ะตัวเล็กๆ แทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อคู่นั้นกวาดตามองแก้วน้ำบนโต๊ะ สลับกับร่างของน้ำนิ่งที่นั่งหลังตรงแหน่ว และหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือซึ่งยังสว่างวาบคาตา
"ไงครับ... ดูท่าทางจะตกใจมากนะ ที่เห็นผม" ทศกัณฐ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม รอยหยักตรงมุมปากที่มักจะใช้เยาะเย้ยคู่สนทนาถูกแทนที่ด้วยความเรียบตึงจนน่ากลัว
"มา... มาได้ยังไงเนี่ย" น้ำนิ่งพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือคว่ำหน้าลงกับโต๊ะอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ต่อให้มีความเร็วแสงก็ยังต้องยอมแพ้
"ทำไมครับ กลัวผมเห็นอะไรเหรอ" ทศกัณฐ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วชนิดที่น้ำนิ่งยังไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงทิ้งน้ำหนักลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม—ไม่ใช่สิ เขานั่งลงบนโซฟาตัวยาวฝั่งเดียวกับน้ำนิ่งต่างหาก แรงยวบของโซฟาทำให้ระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองคนลดลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ
กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้ลอยเข้ามาแทนที่กลิ่นกาแฟ น้ำนิ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะเสน่ห์ที่ล้นเหลือจนน่าหมั่นไส้ แต่มันเป็นลางสังหรณ์ว่า 'หายนะ' กำลังจะมาเยือนต่างหาก
"เปล่าสักหน่อย มือถือส่วนตัวใครเขาก็อยากความเป็นส่วนตัวกันทั้งนั้นแหละครับคุณทศกัณฐ์ ว่าแต่คุณเถอะ มาทำอะไรที่นี่ ร้านนี้มันไม่ได้รสนิยมคนรวยระดับคุณหรอกมั้งครับ" น้ำนิ่งเลือกใช้ไม้ตายเดิม นั่นคือการสวนกลับด้วยวาจากวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
ทศกัณฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ "หึ... รสนิยมผมจะเป็นยังไงไม่สำคัญ แต่วิธีการทำตัวลับๆ ล่อๆ ของคุณนี่สิ น่าสนใจกว่าเยอะ"
สายตาคมกราบกวาดมองมือบางที่พยายามดันโทรศัพท์มือถือให้ไกลออกไปอีกนิด ทศกัณฐ์ไม่ใช่คนโง่ เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าเด็กดื้อตรงหน้ากำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ และสิ่งนั้น... น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อ 'พีท' ที่เขากวาดสายตาเห็นแวบๆ ตอนเดินเข้ามาในร้าน
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะสปาร์กได้ทุกเมื่อ ท่ามกลางสายตาของพนักงานในร้านที่เริ่มแอบเหลียวมองความหล่อเหลาและออร่าที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดของชายหนุ่มทั้งสอง
"เลิกทำหน้าเหมือนคนมีความผิดสักทีครับน้ำนิ่ง" ทศกัณฐ์เอื้อมมือหนาออกไป คว้าข้อมือเรียวของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างรวดเร็วก่อนที่น้ำนิ่งจะทันได้ชักมือหนี แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดพอที่จะทำให้น้ำนิ่งขยับไปไหนไม่ได้ "ผมไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับคุณเรื่องรสนิยมร้านกาแฟ แต่ผมมาเพื่อเคลียร์เรื่อง... ที่คุณยังคุยค้างไว้"
"ปล่อยนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวผมพร่ำเพรื่อนะเว้ย" น้ำนิ่งหน้าตื่น รีบสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม ใบเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนความอבาย "คุณเป็นใคร ถึงมาทำตัวรุ่มร่ามกับผมเนี่ย เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!"
"ไม่ได้เป็นอะไรกันงั้นเหรอ?" ทศกัณฐ์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความหึงหวงที่พยายามสะกดกลั้นไว้ตั้งแต่ตอนที่เห็นหน้าจอแชทเริ่มปะทุขึ้นมาทีละน้อยจนแววตาเปลี่ยนเป็นสีเข้ม "เมื่อคืนเราเพิ่งจะ... หึ พูดออกไปเดี๋ยวคุณจะหน้าบางซะเปล่าๆ น้ำนิ่ง"
น้ำนิ่งสะอึก คำพูดและการสื่อความหมายนัยยะแฝงนั้นทำเอาเขาพูดไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองอย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มเม้มปากแน่นอย่างเจ็บใจที่เถียงไม่ออก
ในจังหวะที่น้ำนิ่งกำลังอ้าปากจะเถียงกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบ โทรศัพท์มือถือที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะก็เกิดอาการสั่นครืดคราดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หน้าจอที่ถูกคว่ำไว้สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับชื่อผู้โทรเข้าที่แสดงหราอยู่บนนั้น—
*[พีท]*
เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ
น้ำนิ่งเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขารีบคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมากดตัดสายทันที แต่มันช้าไปเสี้ยววินาที เมื่อทศกัณฐ์เร็วกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ตัวเครื่องก่อนที่น้ำนิ่งจะทันได้ปลายนิ้วสัมผัสเสียอีก
นัยน์ตาสีนิลของทศกัณฐ์ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ อ่านข้อความแจ้งเตือนและชื่อที่ปรากฏหรี่ตาลงช้าๆ บรรยากาศรอบตัวที่ร้อนระอุอยู่แล้ว พลันดิ่งวูบลงจนกลายเป็นความเย็นเยียบที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่น้ำนิ่งเคยสัมผัสมา
"พีท... งั้นเหรอครับ" ทศกัณฐ์เงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นนั้น... เย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ดูท่าทาง... คุณสองคนจะมีเรื่องคุยกันสนุกมากสินะ ถึงขนาดต้องนัดแนะกันเป็นความลับแบบนี้"
"เอาคืนมานะทศกัณฐ์! มันไม่ใช่เรื่องของคุณ!" น้ำนิ่งลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่ทศกัณฐ์กลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับใชมืออีกข้างรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด
"ไม่ใช่เรื่องของผมเหรอ?" ทศกัณฐ์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นจนเตลิดเปิดเปิง "งั้นเรามาดูกันซิว่า... ระหว่าง 'คู่หมั้นในนาม' อย่างผม กับ 'เพื่อนสนิท' อย่างมัน ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์ในตัวคุณมากกว่ากัน!"
พูดจบ ทศกัณฐ์ก็กดรับสายโทรศัพท์ที่หน้าจอโชว์ชื่อ 'พีท' ต่อหน้าต่อตาน้ำนิ่งทันที โดยที่สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" เสมอมานะครับ
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 11
ความลับในมือถือ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!