ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 6

คนของฉัน ใครก็ห้ามแตะ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบา ๆ ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมใจกลางกรุง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวน้ำนิ่งผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... รอยยิ้มเคลือบยาพิษของนักลงทุนรุ่นลายครามตรงหน้า กำลังทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นปลาตัวน้อยที่กำลังว่ายวนอยู่ในฝูงฉลาม "น้ำนิ่งสนใจข้อเสนอของผมหน่อยไหมครับ? แค่โปรเจกต์เดียว... รับรองว่าชีวิตหนุ่มออฟฟิศของคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล" นิ้วอวบหนาของเสี่ยธนาเอื้อมมาหมายจะแตะลงบนหลังมือของน้ำนิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วนั้นจะสัมผัสโดนผิวเนื้อ ความเย็นเยียบระดับจุดเยือกแข็งก็แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณโดยรอบเสียก่อน เพล้ง! เสียงวางแก้วไวน์กระแทกกับโต๊ะหินอ่อนดังสนั่น แม้จะไม่ได้ดังจนกลบเสียงดนตรีคลาสสิกในงาน แต่รัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ กลับทำให้ทุกลมหายใจรอบโต๊ะสะดุดกึกลงทันที "มือสกปรกแบบนั้น... เอาไว้ใช้จับอะไรที่มันสมฐานะตัวเองน่าจะดีกว่านะครับ อย่าเอามาแตะต้องคนของผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนน่ากลัวเอ่ยขึ้น ทศกัณฐ์ยืนค้ำหัวเสี่ยธนาด้วยส่วนสูงที่ได้เปรียบกว่า นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่พร้อมจะเฉือนคอหอยใครก็ตามบังอาจล้ำเส้น น้ำนิ่งเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมฝนให้เขาอย่างไม่คาดคิด หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง คำประกาศกร้าวเมื่อครู่ของอีกฝ่ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“หลังจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... คุณไม่มีที่ให้ไปอีกแล้วนอกจากที่เตียงของผม”* "คุณ... คุณทศกัณฐ์!" เสี่ยธนาหน้าถอดสี รีบชักมือกลับแทบไม่ทัน เมื่อตระหนักได้ว่าชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้าคือใคร "ผม... ผมแค่ทักทายรุ่นน้องตามประสาคนกันเองครับ ไม่ได้คิดจะ..." "รุ่นน้อง?" ทศกัณฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกโดยสิ้นเชิง "ผมจำได้ว่าตระกูลของคุณไม่ได้มีสายSponsorship เกี่ยวข้องกับบริษัทของผม และน้ำนิ่ง... ก็ไม่ใช่คนที่ใครหน้าไหนจะมีสิทธิ์มาเอ่ยปากชวนไปไหนมาไหนตามอำเภอใจ" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที สายตาของผู้คนนับสิบในงานเริ่มหันมาจับจ้องมาที่จุดเกิดเหตุ พีทที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้ามาสมทบด้วยความเป็นห่วง แต่มือหนาของทศกัณฐ์กลับไว,กว่า เขาคว้าข้อมือน้ำนิ่งให้ออกแรงดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มได้ทันตั้งตัว "ปล่อยนะ..." น้ำนิ่งขมวดคิ้วมุ่น พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก "ผมเจ็บนะคุณทศกัณฐ์" "เจ็บแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนดื้อรั้นอย่างคุณ" ทศกัณฐ์กระซิบข้างใบหูน้ำนิ่งด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "รู้ไหมว่าผมต้องเคลียร์งานบ้าบอแค่ไหน เพื่อที่จะรีบมาลากตัวคุณกลับบ้าน... หึ กล้ามากนะครับที่ปล่อยให้คนอื่นมาทำสายตาแทะโลมใส่แบบนี้" "ผมไม่ได้อ่อยใครสักหน่อย!" น้ำนิ่งเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนอย่างไม่ยอมแพ้ "เสี่ยแกเข้ามาคุยเรื่องงานต่างหากเล่า คุณต่างหากที่ชอบคิดไปเองคนเดียว!" "เรื่องงาน?" ทศกัณฐ์เลิกคิ้วขึ้นสูง แววตาฉายแววหึงหวงอย่างปิดไม่มิด "สายตาหื่นกระหายแบบนั้นเขาเรียกคุยงานเหรอครับ? หรือว่าคุณชอบให้คนอื่นมาลูบคมเล่นสนุก ถึงได้ทำตัวเป็นแมวขี้อ้อยให้คนเขามารุมล้อมแบบนี้" "นี่คุณ!" น้ำนิ่งเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ ความสนิทสนมและเคมีประหลาดที่มักจะก่อตัวขึ้นทุกครั้งเวลาที่พวกเขาปะทะคารมกัน เริ่มทำงานอีกครั้ง แม้จะโกรธจนตัวสั่น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงทุกครั้งที่ได้สบตากับความหึงหวงที่อีกฝ่ายแสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง "กลับบ้าน" ทศกัณฐ์ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับกระชับข้อมือน้ำนิ่งให้เดินตามแรงดึงโดยไม่สนใจสายตาใครหน้าไหนอีกต่อไป "ผมไม่กลับ! ปล่อยผมนะ ผมยังเคลียร์งานไม่เสร็จ!" น้ำนิ่งยื้อตัวไว้สุดฤทธิ์ ขาเรียวพยายามก้าวถอยหลังเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่แรงของเด็กหนุ่มจะสู้แรงของนักธุรกิจหนุ่มผู้เจนจัดในเกมธุรกิจและเกมรักได้ "ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมเดินดี ๆ ผมจะอุ้มคุณพาดบ่าประจานคนทั้งงานตรงนี้แหละครับ เลือกเอา... จะเดินไปเองดี ๆ หรือจะให้ผมอุ้ม" คำขู่ที่มาพร้อมกับสายตาเอาจริงเริงอำนาจ ทำให้น้ำนิ่งต้องยอมจำนนด้วยความคับแค้นใจ เขาได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางพีท แต่เพื่อนสนิทกลับทำได้เพียงยักไหล่และส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับมาให้เชิงว่า *“ยอมเขาเถอะเพื่อน นายสู้แรงหึงของเสือตัวนี้ไม่ไหวหรอก”* ทศกัณฐ์ลากตัวน้ำนิ่งออกมาจนถึงลานจอดรถวีไอพีด้านหลังโรงแรม อากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเย็นสบาย แต่บรรยากาศในรถยนต์หรูส่วนตัวกลับร้อนระอุราวกับเตาไฟ ทันทีที่ประตูปิดลง ทศกัณฐ์ก็จัดการกดร่างบางให้ติดกับเบาะฝั่งข้างคนขับทันทีโดยมีเขากักขังอิสรภาพไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง "คุณจะทำบ้าอะไรอีกเนี่ย!" น้ำนิ่งหายใจหอบกระชั้น ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธและ... ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็น ทศกัณฐ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดหย่อนด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดกันทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเย้ายวนชวนใจสั่น "ผมบอกแล้วใช่ไหมครับ... ว่าคนของผม ใครก็ไม่มีสิทธิ์แตะ" ทศกัณฐ์เอ่ยเสียงพร่าต่ำ ปลายนิ้วเรียวไล้กรอบหน้าของน้ำนิ่งแผ่วเบาอย่างหลงใหล "และคืนนี้... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวครับ น้ำนิ่ง" น้ำนิ่งเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสวาบหวิวนั้น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "เคลียร์... เคลียร์อะไรของคุณ เลิกทำตัวเผด็จการสักทีได้ไหม ผมไม่ใช่ลูกน้อง..." "ไม่ใช่ลูกน้อง... แต่เป็นภรรยาในนามที่ผมกำลังจะทำให้กลายเป็นภรรยาจริงๆ ต่างหากล่ะครับ" ยังไม่ทันที่น้ำนิ่งจะได้อ้าปากเถียงกลับ ทศกัณฐ์ก็โน้มริมฝีปากลงมาประกบปิดกั้นเสียงต่อต้านทั้งหมดทันทีด้วยความเร่าร้อนและดุดัน... ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากกำลังจะแนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่าง เสียงเคาะกระจกเบา ๆ จากภายนอกฝั่งคนขับก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ข้างรถ พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือที่ทำเอาทศกัณฐ์ต้องชะงักกึกและผละออกด้วยความหงุดหงิดสุดขีด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%