ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 7

รอยร้าวที่เริ่มก่อตัว

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เสียงเคาะกระจกสามครั้งติดต่อกันในความเงียบสงบของลานจอดรถใต้ตึก เป็นดั่งเสียงระฆังช่วยชีวิตที่ดึงน้ำนิ่งกลับมาจากขอบเหวแห่งความเคลิบเคลิ้ม ก่อนที่ปลายนิ้วร้ายกาจของทศกัณฐ์จะล่วงล้ำเข้ามาถึงเขตแดนที่ไม่อนุญาต ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย เปลือกตาคมดุหรี่ลงด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความปรารถนาร้อนแรง บัดนี้กลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเหลือบไปเห็นเงาร่างของเลขาคนสนิทที่ยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลอยู่เคียงข้างตัวรถ ทศกัณฐ์กดกระจกไฟฟ้าลงเพียงครึ่งช่อง สายตาคมกริบส่งรังสีอำมหิตพุ่งตรงไปยังผู้มาขัดจังหวะทันที "มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไร ถึงกล้ามาขัดเวลาส่วนตัวของฉัน" "ขอประทานโทษครับท่านประธาน..." เสียงเลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิความเดือดที่แผ่ออกมาจากห้องโดยสาร "พอดีเอกสารด่วนจากสำนักงานกฎหมายเกี่ยวกับพินัยกรรมของคุณชายใหญ่เพิ่งส่งมาถึงครับ จำเป็นต้องให้ท่านเซ็นอนุมัติภายในคืนนี้ มิฉะนั้นจะมีผลกระทบต่อการประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ในเช้าวันพรุ่งนี้ครับ" ทศกัณฐ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle นัยน์ตาดุเหลือบกลับมามองเด็กหนุ่มที่นั่งกอดอกพิงเบาะฝั่งตรงข้าม น้ำนิ่งไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวหรือเขินอายจากเหตุการณ์เมื่อครู่แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังสมน้ำหน้าความซวยที่เข้ามาขัดจังหวะของคนตัวโต "วางไว้ที่เบาะหน้ารถ แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้" ทศกัณฐ์สั่งเสียงต่ำลอดไรฟัน "ครับท่าน!" เลขารีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง ก่อนจะถอยร่นหายลับไปจากครรลองสายตาในพริบตาเดียว บรรยากาศภายในรถกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง ทว่าแรงกดดันกลับเพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณ ทศกัณฐ์หันกลับมามองคนด้านข้าง ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าหาช้า ๆ ทว่าน้ำนิ่งกลับยกมือขึ้นกั้นแผงอกแกร่งไว้ทันที ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนเนื้อผ้าสูทราคาแพงแต่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้เข้าใกล้เหมือนก่อนหน้า "อย่ามาเล่นไม่เข้าเรื่องนะครับคุณทศกัณฐ์" น้ำนิ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "คิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของคุณไปตลอดเหรอครับ?" ทศกัณฐ์ชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่สบอารมณ์ "เบี้ยล่าง? ใครบอกว่าฉันเห็นนายเป็นแค่เบี้ยล่าง" "ก็การกระทำของคุณมันฟ้อง" น้ำนิ่งหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ นัยน์ตากลมโตที่เคยฉายแววพยศท้าทาย บัดนี้กลับมีความว่างเปล่าและเย็นชาเข้ามาแทนที่ "สำหรับคุณ ผมคงเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อแก้เซ็ง เวลาอยากได้ก็หยิบมาปู้ยี่ปู้ยำตามอำเภอใจ พอมีธุระสำคัญเข้ามา คุณก็ผลไสผมเหมือนไม่มีตัวตน... คุณคิดว่าผมเป็นอะไรครับ ตุ๊กตายางที่มีความรู้สึกงั้นเหรอ?" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากปากของเด็กหนุ่มทำเอาทศกัณฐ์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ชายหนุ่มไม่เคยต้องมานั่งอธิบายการกระทำของตัวเองให้ใครฟัง และไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครหน้าไหนทั้งสิ้น แต่วินาทีนี้... แววตาที่เจือความตัดพ้อลึก ๆ ของน้ำนิ่งกลับสร้างรอยร้าวเล็ก ๆ ในอกแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ "น้ำนิ่ง... มองหน้าฉัน" ทศกัณฐ์เอื้อมมือไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมา แต่น้ำนิ่งกลับเบี่ยงหน้าหลบอย่างไม่ใยดี "อย่ามาแตะต้องตัวผม!" น้ำนิ่งสะصلเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน "ผมเป็นคนนะเว้ย! มีความรู้สึก มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยที่คุณจะเรียกหาตอนไหนก็ได้ตามอำเภอใจ ถ้าคุณเห็นผมเป็นแค่ของแก้เหงา... กรุณาปล่อยผมไปเถอะครับ เลิกเล่นเกมประสาทนี่สักที" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโดยสารอีกครั้ง ทศกัณฐ์นั่งนิ่งสนิท มือหนาที่ค้างกลางอากาศค่อย ๆ ลดต่ำลงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาคมกริบจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ หงุดหงิด และ... หวาดกลัวลึก ๆ ว่าคนตรงหน้าจะหลุดมือไปจริงๆ ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เอง ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปตลอดหลายวันที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มสยบยอมอย่างที่คิด ทว่ามันกำลังสร้างกำแพงน้ำแข็งที่หนาขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างเขากับคนตัวเล็ก "นายคิดว่าฉันกำลังเล่นสนุกอยู่ว่างั้นเถอะ" ทศกัณฐ์เค้นเสียงถาม รingซึนที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความดุดันและจริงจังที่แผ่ออกมาจนน่ากลัว "นายคิดว่าที่ฉันทำทั้งหมดนี่... เพราะฉันว่างมากจนต้องหาของเล่นแก้เหงาหรือไง?" "แล้วมันไม่ใช่หรือไงครับ?" น้ำนิ่งหันกลับมาสบตาตรง ๆ แววตาแข็งกร้าวไม่มียอมจำนน "ถ้าไม่ใช่เพราะความสนุกสนานบนความเดือดร้อนของผม แล้วมันคืออะไรล่ะครับ? หึ... หรือว่าคุณแค่เสียหน้าที่มีคนกล้าขัดคำสั่งคุณกันแน่?" ทศกัณฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจพญาอินทรีย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม ราวกับต้องการจะควักเอาความจริงใจทั้งหมดออกมาให้เห็น "เด็กโง่... นายไม่รู้อะไรเลยสินะ" "ผมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องไร้สาระพวกนั้น!" น้ำนิ่งเอื้อมมือไปผลักประตูรถฝั่งตนเองอย่างแรงจนมันเปิดออก "ปล่อยผมลงตรงนี้แหละครับ ผมไม่อยากทนอยู่ร่วมห้องกับคนเอาแต่ใจตัวเองอย่างคุณอีกต่อไปแล้ว!" ร่างโปร่งก้าวลงจากรถทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของรถอนุญาตแม้แต่ครึ่งคำ ความรู้สึกอึดอัด คล้ายหายใจไม่ออก และความโกรธที่ผสม "หยุดเดียวนี้นะ น้ำนิ่ง!" ทศกัณฐ์สบถออกมาอย่างหัวเสีย รีบผลักประตูลงตามไปกระชากแขนเรียวเล็กให้หยุดเดิน ทว่าในจังหวะที่ยื้อยุดกันไปมาอยู่ข้างตัวรถนั้นเอง แสงไฟจากรถยนต์อีกคันก็สาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความเร็ว "ปล่อยเพื่อนผมเถอะครับคุณทศกัณฐ์ ดูท่าทางเขาไม่อยากคุยกับคุณแล้วนะ" เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดทำเอาทศกัณฐ์ต้องชะงักกึก ชายหนุ่มหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาวาวโรจน์ ขณะที่น้ำนิ่งเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว พีทส่งยิ้มมุมปากให้เจ้าพ่อธุรกิจหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าข้อมืออีกข้างของน้ำนิ่งไว้ แล้วดึงรั้งให้เข้ามาหลบอยู่ด้านหลังตนเอง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาอุณหภูมิในลานจอดรถติดลบทันที "ในเมื่อคุณดูแลเขาไม่ได้ งั้นผมขอพาเขากลับเองนะครับ..." ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%