กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองพิเศษระดับไฮ엔ด์ไม่ได้ช่วยลดทอนความระอุที่กำลังแผดเผาอยู่กลางอกของน้ำนิ่งลงได้เลยแม้แต่น้อย เอกสารข้อตกลงและตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวปลายทางยุโรปถูกเลื่อนเข้ามาตรงหน้าด้วยปลายนิ้วเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตจนสะท้อนแสงไฟวิบวับ
"ทางเลือกมันมีแค่นี้แหละ, น้ำนิ่ง"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของประมุขแห่งตระกูลใหญ่เอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่ถอดแบบมาจากใครบางคนที่น้ำนิ่งรู้จักดี มันคือความกดดันรูปแบบหนึ่ง... ความกดดันที่ไร้เสียงแต่หนักอึ้งพอจะบดขยี้คนตัวเล็กๆ ให้แหลกคาที่ได้ในพริบตา
น้ำนิ่งแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศมาตลอดตวัดมองผู้ใหญ่ตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว แม้ปลายนิ้วใต้โต๊ะจะจิกเข้าหากันจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา
"พวกท่านนี่ใจร้อนกันชะมัดครับ" น้ำนิ่งเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เจือไปด้วยความเย้ยหยัน "ลงทุนจ้างคนสะกดรอยตามไม่พอ ยังถึงกับต้องลงมือต้อนผมจนมุมถึงที่นี่เชียวเหรอครับ คิดว่าวิธีโบราณๆ แบบนี้จะใช้ได้ผลกับผมจริงๆ หรือไง"
"อย่าสามหามให้มันมากนัก!" เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลังจากบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ทว่าน้ำนิ่งกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง
"ผมไม่ได้สามหามครับ ผมแค่พูดความจริง... ในเมื่อคุณตระหนักดีว่าทศกัณฐ์เขาไม่ใช่เด็กๆ ที่จะยอมให้พวกคุณจูงจมูก ทำไมถึงยังคิดว่าการเอาผมมาเป็นตัวประกันจะทำให้เขายอมทำตามคำสั่งล่ะครับ?" น้ำนิ่งสวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายพ่นออกมาด้วยจังหวะจะโคนที่ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งตัว "หรือจริงๆ แล้ว... พวกคุณกลัว? กลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะหลุดรอดจากการควบคุมของพวกคุณไปได้จริงๆ สักที?"
เปรี้ยง!
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเป้าอย่างแม่นยำ บรรยากาศในห้องดิ่งวูบทันที แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าน้ำนิ่งยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่ลุกโชนอยู่ในนั้น
"เด็กปากดี..." ผู้ใหญ่ฝ่ายตรงข้ามหรี่ตาลงอย่างอันตราย "คิดว่าความรักหรือความลุ่มหลงชั่วครั้งชั่วคราว มันจะค้ำจุนพวกเธอไปได้ตลอดรอดฝั่งงั้นเหรอ? ทศกัณฐ์เขามีอนาคตที่ต้องรับผิดชอบ และอนาคตนั้น... ไม่มีพื้นที่ให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอหรอก"
เจ็บ... ยอมรับว่าเจ็บ แต่ความเจ็บนั้นถูกแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธกรุ่นที่วิ่งพล่านไปทั่วเส้นเลือด น้ำนิ่งสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการสั่นของมือข้างที่วางอยู่บนตัก เขารู้ดีว่าสิ่งที่ได้ยินไม่ใช่เรื่องใหม่ ทศกัณฐ์อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และการเมืองธุรกิจ ส่วนตัวเขามันก็แค่... สิ่งแปลกปลอมที่บังเอิญหลุดเข้าไปสร้างความวุ่นวายในชีวิตผู้ชายคนนั้น
แต่จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ น่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ!
"ถ้าอนาคตของเขาไม่มีผม... ทำไมพวกคุณต้องดิ้นรนขนาดนี้ด้วยล่ะครับ?" น้ำนิ่งแย้มยิ้มหยัน รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนแต่ท้าทายในเวลาเดียวกัน "ส่งคนมาขู่ผม ยื่นข้อเสนอให้ผมบินไปให้พ้นหูพ้นตา... อาการลนลานแบบนี้ มันฟ้องชัดเจนเลยไม่ใช่เหรอครับว่าพวกคุณกำลัง *กลัว* ว่าผมจะมีอิทธิพลเหนือเขามากเกินไป"
"ปากกล้าแบบนี้ ระวังจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่"
"โลกนี้กว้างใหญ่จะตายครับ ถ้าไม่มีแผ่นดินให้อยู่กับเขา... ผมก็แค่สร้างมันขึ้นมาใหม่ก็สิ้นเรื่อง" น้ำนิ่งตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นจนน่าหมั่นไส้ในสายตาคนมอง
ปึก!
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกผลักกลับไปตรงหน้าด้วยปลายนิ้วเรียว น้ำนิ่งดันมันกลับไปหาเจ้าของเดิมอย่างไม่ไยดี พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าผู้มีอำนาจตรงหน้า แต่วิญญาณนักสู้ในตัวกลับทำให้เขารู้สึกสูงส่งกว่าคนพวกนี้หลายเท่า
"ตั๋วเครื่องบินนี่... เก็บไว้ให้คนที่อยากไปเถอะครับ ส่วนผม... บอกตามตรงว่าไม่อินกับบทนางเอกเจ้าน้ำตาที่ต้องเสียสละเพื่อความสุขของพระเอกเลยสักนิด" น้ำนิ่งแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นไปอีกขั้น "ถ้าอยากให้ผมไปจากเขา... ให้ทศกัณฐ์มาบอกผมด้วยตัวเองสิครับ ถ้าเขาพูดคำนั้นออกมาคำเดียว... ผมจะเดินออกไปจากชีวิตเขาเองโดยไม่ต้องให้ใครมาไล่เลย"
พูดจบ น้ำนิ่งก็ไม่รอให้ใครได้เอ่ยท้วง เขาหมุนตัวเตรียมก้าวเท้าเดินออกจากห้องรับรองนรกนี่ทันที ความอึดอัดและกลิ่นอายความตึงเครียดไล่หลังมาติดๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นลึกๆ แต่ภายนอกกลับต้องตีสีหน้านิ่งสนิทเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะการก้าวเดินของน้ำนิ่ง ร่างสูงโปรคุ้นตาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความเย็นชาที่แผ่ซ่ายิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศในห้อง ทำให้น้ำนิ่งชะงักฝีเท้าลงทันที
ดวงตาคมกริบของทศกัณฐ์กวาดมองสภาพในห้องรับรองที่ตึงเครียด ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานที่ซีดเผือกเล็กน้อยแต่ยังคงรั้นไม่เปลี่ยนของคนตัวเล็ก ท่าทางขี้หึงระดับปรมาณูที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งระเบิดวูบขึ้นในวินาทีนั้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นซองเอกสารบนโต๊ะ
"นี่มันหมายความว่ายังไง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาผู้ใหญ่ในห้องถึงกับหน้าตึงไปชั่วขณะ ทศกัณฐ์ก้าวเข้ามาประชิดตัวน้ำนิ่ง เอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือเล็กไว้มั่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธกริ้วที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นง่ายๆ "ใครอนุญาตให้เธอมาอยู่ที่นี่... และใครอนุญาตให้พวกมันเสนอทางเลือกบ้าๆ นี่ให้คนของฉัน?"
น้ำนิ่งนิ่งงันไปชั่วขณะ สบตากับคนที่กำลังแผ่รังสีความดุร้ายออกมาเพื่อปกป้องเขา เคมีร้อนแรงที่ปะทะกันในห้องแคบๆ นี้ทำเอาหัวใจกระตุกวูบ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันยอมจำนนคู่นี้ด้วยนะครับ
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 26
ทางเลือกสุดท้าย
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!