เสียงปรบมือเบาๆ ของความโกลาหลยามบ่ายยังไม่น่าระคายหูเท่ารอยยิ้มของพีท ที่กำลังโน้มตัวลงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างใบหูของน้ำนิ่ง
ริมฝีปากของเด็กหนุ่มเจ้าของร่างโปร่งบางไหวระริก ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างผ่อนคลาย โดยไม่ทันรู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่า บรรยากาศรอบกายของล็อบบี้บริษัทในเครือทีเอส กรุ๊ป กำลังลดอุณหภูมิลดลงจนติดลบอย่างรวดเร็ว
"น้ำนิ่ง... ผมว่าเสื้อตัวนี้เวลาใส่มันดูเข้ารูปกับคุณดีจังนะ ดูน่ามองกว่าตอนใส่ชุดนักศึกษาตั้งเยอะ" พีทจงใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน พร้อมกับยื่นมือเรียวไปจัดปกเสื้อให้เพื่อนสนิทอย่างถือวิสาสะ
"พอเลยพีท นายจะมาแซะอะไรนักหนาเนี่ย แค่แวะเอาเอกสารมาให้ตามที่พี่ชายฉันวานมา ไม่ได้หมายความว่าฉันว่างมานั่งฟังนายหยอดคำหวานใส่หรอกนะ" น้ำนิ่งเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตฉายแววรู้ทัน รอยยิ้มบางๆ บนเรียวปากสีพีชทำให้ภาพตรงหน้าดูสดใสจนสะดุดตาใครหลายคน
แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากลิฟต์ส่วนตัว...
ตึง!
เสียงก้าวเท้าหนักแน่นที่จงใจกระแทกลงบนพื้นหินอ่อนราคาแพงดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา รังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงสง่าของทศกัณฐ์ ทำให้พนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ใกล้เคียงถึงกับต้องถอยกรูดโดยไม่ต้องนัดหมาย
ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องเขม็งไปยังจุดที่คนทั้งสองยืนอยู่ เส้นเลือดขมับเต้นตุบด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น แต่นั่นแหละคือสัญญาณอันตรายระดับสิบที่คนใกล้ชิดรู้ดีว่า "ระเบิดกำลังจะทำงาน"
"ดูท่าทางพวกคุณจะคุยกันสนุกสนานเสียเหลือเกินนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบเป็นกระซิบดังขึ้นด้านหลัง ทำให้น้ำนิ่งและพีทต้องหันขวับไปมอง ทศกัณฐ์ยืนกอดอกจ้องมองภาพบาดตาเมื่อครู่ด้วยแววตาวาวโรจน์ สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวน้ำนิ่งในสามก้าว และคว้าข้อมือเล็กเข้ามากำไว้หลวมๆ แต่เด็ดขาดโดยไม่มีช่องให้ปฏิเสธ
"คุณทศกัณฐ์..." น้ำนิ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ ข้อมือถูกรั้งให้ขยับเข้าไปใกล้แผงอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่าย "ปล่อยก่อนครับ คนมองกันหมดแล้ว"
"ให้มองสิครับ จะได้รู้กันไปเลยว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิ์" ทศกัณฐ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหึงหวงอย่างไม่คิดจะปกปิด ดวงตาคมตวัดไปมองหน้าพีทคู่ปรับหัวใจที่ยืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ข้างๆ "ส่วนคุณ... ถ้าไม่มีงานการทำ ถึงขั้นต้องมาเดินเตร็ดเตร่ขายขนมจีบคนของคนอื่นถึงบริษัท ผมควรจะสั่งให้ รปภ. เชิญออกไปดีไหมครับ"
พีทยักไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน รอยยิ้มยียวนกวนประสาทถูกส่งให้ประมุขหนุ่มแห่งทีเอส กรุ๊ปอย่างท้าทาย "ใจเย็นน่าครับ คุณทศกัณฐ์ ผมแค่มารับเพื่อนสนิทกลับบ้านตามประสาคนห่วงใย ไม่ได้มาทำมิดีมิร้ายใครเสียหน่อย หรือว่า... คุณกลัวว่าน้ำนิ่งเขาจะคล้อยตามคำพูดของผม จนไม่อยากอยู่กินข้าวเย็นกับคุณล่ะครับ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ทศกัณฐ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความหึงหวงที่พุ่งพล่านจนไร้เหตุผลทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ มือหนาที่จับข้อมือน้ำนิ่งอยู่เปลี่ยนเป็นรั้งเอวบางเข้าหาตัวแนบชิด จนน้ำนิ่งต้องใช้มืออีกข้างดันแผงอกเขาไว้ด้วยความตื่นตระหนก
"นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง! คนเยอะแยะนะ!" น้ำนิ่งกระซิบเสียงลอดไรฟัน พวงแก้มเนียนใสขึ้นสีแดงจัดด้วยความอับอายและเขินอายปะปนกัน ดวงตากลมโตค้อนขวับใส่คนเอาแต่ใจ "ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ผมไม่ปล่อย" ทศกัณฐ์ก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูของเด็กหนุ่ม น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความตัดพ้อและดุดันในเวลาเดียวกัน "คุณหัวเราะให้มัน ตั้งใจฟังมันพูดทุกกระเบียดนิ้ว แต่กับผมนี่คุณทำหน้าบูดบึ้งใส่ตั้งแต่เช้า น้ำนิ่ง... คุณลำเอียงเกินไปแล้วนะ"
"ผมไปลำเอียงตอนไหนเล่า! ก็คุณนั่นแหละเอาแต่ใจตัวเอง..."
"ใช่ครับ ผมเอาแต่ใจตัวเอง และตอนนี้ความอดทนของผมมันก็หมดลงแล้วด้วย" ทศกัณฐ์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันไปสบตากับพีทด้วยสายตานิ่งสนิทที่กดดันจนคู่กรณีถึงกับหุบยิ้ม "ส่วนคุณพีท กลับไปซะครับ ก่อนที่ผมจะหมดความสุภาพแล้วจัดการไล่คุณออกจากตึกนี้ด้วยวิธีของผมเอง"
พีทหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันมามองน้ำนิ่งด้วยแววตาเป็นห่วงปนขบขัน "งั้นฉันกลับก่อนนะน้ำนิ่ง ดูท่าทางคุณชายเขาจะหึงจนหูอื้อตาลายไปหมดแล้ว ไว้เจอกันพรุ่งนี้"
เมื่อก้างชิ้นโตเดินเลี่ยงออกไปแล้ว ความเงียบที่ระคนไปด้วยแรงอารมณ์ก็เข้าปกคลุม ทศกัณฐ์ไม่ยอมปล่อยเอวบาง เขาลากตัวน้ำนิ่งเดินตรงไปที่ลิฟต์ส่วนตัวทันทีท่ามกลางสายตาของพนักงานนับสิบชีวิตที่แอบลอบมองด้วยความตื่นตะลึง
"คุณทศกัณฐ์ จะพาผมไปไหนเนี่ย!" น้ำนิ่งโวยวายตลอดทางเท้าที่ก้าวตามแรงจูง แต่ทศกัณฐ์ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งร่างทั้งสองเข้ามาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นบนสุด ประตูห้องถูกปิดล็อกด้วยระบบอัตโนมัติ เสียงกล็อกดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างของน้ำนิ่งถูกดันให้ชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อดี
ทศกัณฐ์กักขังเด็กหนุ่มไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ก้มหน้าลงมองใบหน้าเนียนที่กำลังหอบหายใจน้อยๆ ด้วยความโกรธปนความน้อยใจที่ฉายชัดในแววตา
"ทำไมต้องไปยืนยิ้มให้มันขนาดนั้น?" ทศกัณฐ์เอ่ยถามเสียงพร่า ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส "คุณรู้ไหมว่าเวลาที่คุณไปทำหน้าแบบนั้นให้คนอื่น... ผมอยากจะควักลูกตาคนที่มันมองคุณออกให้หมด"
"คุณมันบ้า..." น้ำนิ่งเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดหวั่นปนความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก "เราเป็นแค่... อื้อ!"
คำพูดท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อทศกัณฐ์ก้มลงมาปิดเรียวปากของเขาด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจ ริมฝีปากหนาบดFคลึงลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นการลงโทษที่เจือปนไปด้วยความหึงหวงขั้นสุดยอด จนน้ำนิ่งต้องหลับตาลงรับสัมผัสที่ทั้งดุดันและหวานล้ำในคราวเดียว มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิร์ตของอีกฝ่ายแน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น
รสจูบที่ยาวนานและกินพื้นที่ความคิดทุกอย่างดำเนินไปจนกระทั่งทศกัณฐ์ยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน ลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงันของห้องทำงาน
น้ำนิ่งหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำมองค้อนคนฉวยโอกาสด้วยความหมั่นไส้ "คุณมัน... คนฉวยโอกาส..."
"ใช่ครับ ผมฉวยโอกาสเฉพาะกับคนที่ผมรักเท่านั้นแหละ" ทศกัณฐ์กระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาสีเข้มฉายแววอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นท่าทีพยศของคนตรงหน้า "และจำไว้... อย่าไปยิ้มแบบนั้นให้ใครอีก ไม่งั้นผมจะทำมากกว่าจูบ..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในห้องทำงานอย่างไม่รู้เวลาน้ำเวลา ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาตจากเจ้าของห้อง
"คุณทศกัณฐ์คะ เอกสารด่วนจาก... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ!"
ร่างของเลขาٸสาวหน้าตาตื่นชะงักกึกทันทีที่เห็นภาพประมุขของบริษัทกำลังโอบกอดเด็กหนุ่มคนสนิทในระยะประชิดติดประตู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดก่อนจะรีบหันหลังกลับแทบไม่ทัน
แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับข้อความบนเอกสารด่วนในมือของเลขาฯ ที่ถูกยื่นเข้ามาขัดจังหวะ ซึ่งทำให้ทศกัณฐ์ต้องผละออกจากร่างของน้ำนิ่งด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนสีไปในพริบตาเดียว...
"คุณทศกัณฐ์ครับ..." เลขาฯ สาวละล่ำละลักเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คือว่า... มีคนส่งพัสดุกล่องนี้มาถึงคุณน้ำนิ่งโดยเฉพาะครับ และ... และจ่าหน้าซองบอกว่ามาจาก 'คนในอดีต' ที่คุณน้ำนิ่งกำลังตามหาครับ!"
---------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 22
ความหึงหวงที่ไร้เหตุผล
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!