กลิ่นอายของชาอู่หลงราคาแพงระยับลอยวนอยู่ปลายจมูก ทว่ามันไม่สามารถกลบความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเพนต์เฮาส์หรูได้เลยแม้แต่น้อย
"ดูเหมือนเวลาของคุณจะหมดลงแล้วนะ... จะเลือกเอาตัวเข้าแลก หรือจะเห็นเพื่อนสนิทตายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่คุณช่วยอะไรไม่ได้เลย... เลือกเอาเถอะครับ"
คำพูดทิ้งท้ายจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท น้ำนิ่งเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไร้สีเลือด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นบัดนี้ไหวระริกด้วยความโกรธแค้นและคับKใจ ร่างโปร่งบางในชุดนักศึกษาถูกดันจนชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ เบื้องล่างคือมหานครยามค่ำคืนที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้าน แต่น้ำนิ่งกลับรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ทางออก
ทศกัณฐ์ยืนค้ำร่างสูงใหญ่เข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างกายของเขาสูงโปร่งและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและแผงอกไหวระริกตามจังหวะหายใจ ดวงคมปลาบกวาดตามองคนตรงหน้าตั้งแต่แพขนตางอนที่สั่นไหว ไปจนถึงเรียวปากสีระเรื่อที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความเคียดแค้น
"ว่ายังไงล่ะครับ เด็กน้อย... ดีลนี้ไม่ได้ยากเกินสมองคุณหรอกกระมัง"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้าหยัน ทว่าแววตากลับคมกริบไร้ความปรานี ทศกัณฐ์เป็นนักธุรกิจผู้ล่าที่กำชะตาชีวิตของคนอื่นไว้ในกำมือเสมอ และตอนนี้ เหยื่อตัวน้อยในกรงทองของเขาก็ไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรเลยนอกจากยอมจำนน
"คุณมัน... สารเลวที่สุด!" น้ำนิ่งเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยตวัดมองอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว แต่ศักดิ์ศรีที่มีมันค้ำคอจนไม่อยอมก้มหัวให้ง่ายๆ "ถ้าคิดว่าใช้วิธีสกปรกแบบนี้แล้วผมจะยอมก้มหัวให้คุณไปตลอดล่ะก็ ฝันไปเถอะ!"
ทศกัณฐ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างนึกสนุก มือหนายื่นออกไปใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้นบังคับให้เด็กหนุ่มสัมผัสกับสายตาที่เต็มไปด้วยอำนาจของเขา
"ปากเก่งเสียจริงนะ... หวังว่าเวลาที่อยู่บนเตียง คุณจะยังรักษาความอวดดีนี้ไว้ได้ครบทุกคำพูดนะ น้ำนิ่ง"
"ปล่อยผมนะ!" น้ำนิ่งปัดมือหนาออกอย่างแรง ถอยหลังกรูดจนสะโพชนิดเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "ผมตกลง... ตกลงตามเงื่อนไขบ้าๆ ของคุณแล้วไง! ปล่อยพีทไปซะ!"
ทศกัณฐ์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความพอใจบางอย่างฉายชัดขึ้นในแววตาเมื่อเหยื่อพยศยอมจำนนแต่โดยดี เขายืดตัวตรง ถอยหลังออกไปสองก้าวเพื่อให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่ายเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาโยนลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง *ปึ้ง*
"ในเมื่อตกลงกันแล้ว ก็มาฟัง 'กฎ' ของบ้านหลังนี้ให้ดีๆ เสียก่อน" ทศกัณฐ์กอดอก ทอดสายตามองเด็กหนุ่มด้วยท่าทีเย่อหยิ่งราวกับผู้บัญชาการกฎเหล็ก "จำใส่หัวสมองอันน้อยนิดของคุณไว้ให้ดี เพราะถ้าทำผิดแม้แต่ข้อเดียว... เพื่อนรักของคุณจะไม่โชคดีแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง"
น้ำนิ่งกัดฟันกรอด ขยับเข้าไปดูเอกสารบนโต๊ะด้วยความชิงชัง "กฎบ้าอะไรอีกของคุณ..."
"ข้อแรก..." ทศกัณฐ์ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว น้ำเสียงราบเรียบทว่าเฉียบขาดดราวกับประกาศิต "ห้ามรัก... จำใส่กะโหลกไว้ว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นเพียงแค่ 'ดีลธุรกิจ' บนเตียงและในนามเท่านั้น อย่าได้คิดแม้แต่จะเอาความรู้สึกโง่ๆ มาผูกมัดเด็ดขาด เพราะคนอย่างผมไม่มีวันมอบหัวใจให้ใคร และคุณเองก็ไม่มีค่าพอจะได้รับมันเช่นกัน"
คำพูดตัดเยื่อใยและเหยียดหยามนั้นทำให้น้ำนิ่งชะงักไปชั่วขณะ แม้จะเกลียดผู้ชายคนนี้เข้าไส้ แต่ลึกๆ ในอกด้านซ้ายกลับแปลบปลาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ มาทิ่มแทง แต่น้ำนิ่งก็รีบซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาและแววตากลอกกลิ้ง
"ดี..." น้ำนิ่งแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "ผมก็ไม่ได้อยากรักคนใจร้ายไร้หัวใจอย่างคุณเหมือนกัน ขอบคุณที่เตือนสติ!"
ทศกัณฐ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีไม่สะทกสะท้านของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะชูนิ้วที่สองขึ้นมา
"ข้อที่สอง... ห้ามหึง!" น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นกว่าเดิม "ไม่ว่าคุณจะเห็นผมอยู่กับใคร หรือออกไปกับผู้หญิงคนไหนบนหน้าหนังสือพิมพ์ คุณไม่มีสิทธิ์ทำหน้าหงุดหงิด งอแง หรือแสดงความเป็นเจ้าของใดๆ ทั้งสิ้น เราต่างคนต่างอยู่ คุณทำหน้าที่บนเตียงและหน้าฉากในฐานะเด็กในความดูแล ส่วนเรื่องส่วนตัวของผม ห้ามก้าวก่ายเด็ดขาด!"
น้ำนิ่งกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหลืออดกับความหลงตัวเองขั้นสุดยอด "หึงเหรอ? ฝันไปเถอะครับคุณทศกัณฐ์ ต่อให้คุณพาผู้หญิงมาเข้าแถวโชว์ตัวในบ้านหลังนี้เป็นร้อยคน ผมก็คงจะรู้สึกแค่รำคาญสายตา ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรด้วยเลยสักนิด สบายใจได้!"
คำตอบที่กล้าต่อปากต่อคำนั้นทำให้สันกรามของทศกัณฐ์ขบเข้าหากันแน่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวในพริบตาราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปบีบเอวบางไว้แน่นจนน้ำนิ่งต้องสูดปากด้วยความเจ็บ
"ปากดีนักนะ..." ทศกัณฐ์ก้มหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ข้างแก้ม "หวังว่าปากเก่งๆ นี่จะยังพูดจาฉอดๆ ได้แบบนี้ตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน!"
"แล้วข้อสุดท้ายล่ะ..." น้ำนิ่งพยายามเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสร้อนลวกที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ พยายามดึงสติกลับมาเพื่อต่อรอง "รีบๆ พูดมาซะที ผมจะได้รีบออกไปจากที่นี่!"
ทศกัณฐ์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาปนความเคืองขุ่น ก่อนที่มุมปากหนาจะกระตุกยิ้มร้ายกาจ
"และข้อที่สาม... ห้ามมีปากเสียง!" ทศกัณฐ์เน้นทีละคำชัดถ้อยชัดคำ "ทุกคำสั่งของผมคือประกาศิต คุณมีหน้าที่แค่ 'ทำตาม' และ 'ห้ามเถียง' ไม่ว่าผมจะสั่งให้ทำอะไร หรือให้ปฏิบัติตัวอย่างไรต่อหน้าคนอื่น จงจำไว้ว่าคุณเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในมือผม... ห้ามขัดคำสั่งเด็ดขาด!"
กฎสามข้อที่ถูกประกาศออกมาอย่างเผด็จการทำให้น้ำนิ่งกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอึดอัดและคับแค้นใจตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก แต่น้ำนิ่งรู้ดีว่าตอนนี้ตนเองไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ชีวิตของพีทและอนาคตของตัวเองแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่ผู้ชายคนนี้ถือไว้
"เข้าใจแล้ว..." น้ำนิ่งเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ห้ามรัก ห้ามหึง ห้ามมีปากเสียง... จำง่ายดีนี่ครับ คุณทศกัณฐ์!"
"ดีมาก เด็กดี..." ทศกัณฐ์กระิบเสียงพร่าข้างใบหู ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวซอกคอขาวเนียนจนน้ำนิ่ง ขนลุกเกรียวด้วยความสยิวที่พยายามฝืนต้านทาน "ในเมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มต้นบทเรียนแรก..."
ยังไม่ทันที่ทศกัณฐ์จะได้พูดจบประโยค เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของบอดี้การ์ดคนสนิทที่วิ่งพรวดพราเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"นายครับ!แย่แล้วครับ..." เสียงหอบหายใจของลูกน้องคนสนิททำให้ทศกัณฐ์ต้องผละออกจากร่างของน้ำนิ่งด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นทันทีที่ถูกขัดจังหวะ
"มีเรื่องอะไรวะ ถึงได้เสียมารยาทขนาดนี้!" ทศกัณฐ์คำรามเสียงต่ำอย่างดุดัน
ลูกน้องหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สีหน้าซีดเผือดราวกับเจอผีสาง ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตู ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที
"คุณ... คุณพิมพ์ชนก คู่หมั้นของคุณนายใหญ่... ตอนนี้เธอกำลังก้าวออกจากลิฟต์ตรงขึ้นมาที่ชั้นนี้แล้วครับนาย!"
ทศกัณฐ์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนน่ากลัว เขากวาดสายตากลับมามองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้ดวงตากลมโตคู่สวยกำลังเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ต้องจำใส่หัว
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!