ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 13

เมื่อหัวใจเริ่มไม่รักดี

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าคุณคิดว่าการพาเพื่อนสนิทเข้ามาในเขตหวงห้าม จะทำให้ผมยอมอ่อนข้อให้ล่ะก็... คุณกำลังคิดผิดถนัด, น้ำนิ่ง" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ดังมากนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบกายในห้องทำงานกว้างขวางของเพนต์เฮาส์หรูลดอุณหภูมิดิ่งลงจนติดลบ ร่างสูงใหญ่ของทศกัณฐ์ขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวตวัดมองข้ามไหล่บางของน้ำนิ่งไปหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งของพีท เพื่อนสนิทที่เพิ่งก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจื่อนลงถนัดตา น้ำนิ่งเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกฉุน เขาไม่ได้ตั้งใจจะพาพีทเข้ามาหาเรื่องใส่ตัวสักหน่อย แต่เพราะสถานการณ์ฉุกเฉินหน้าล็อบบี้เมื่อครู่ต่างหากที่ทำให้พีทซึ่งบังเอิญมาส่งเอกสารสำคัญต้องตามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง "อย่ามาทำเป็นพูดจาหาเรื่องหน่อยเลยครับ คุณทศกัณฐ์" น้ำนิ่งก้าวเท้าเข้ามาขวางกั้นระหว่างสายตาดุดันของเจ้าของห้องกับเพื่อนสนิท น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดระคนท้าทาย "พีทแค่ผ่านมาแล้วมีธุระต้องเคลียร์เอกสารกับผม ไม่ได้มีเจตนาจะมาล้ำเส้นอะไรในอาณาจักรของคุณทั้งนั้นแหละครับ" "หึ..." ทศกัณฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "อาณาจักรของผมงั้นเหรอ? ฟังดูยิ่งใหญ่ดีนี่... แต่น่าเสียดาย ที่คนบางคนแถวนี้ ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่า 'ใคร' กันแน่ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์ขาดในตัวคุณ" คำพูดนั้นจี้ใจดำจนน้ำนิ่งสะดุ้งวาบ ใบเนียนใสร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นเพราะความเคืองโกรธที่อีกฝ่ายชอบใช้สถานะเหนือกว่ามาบีบบังคับเขาอยู่ร่ำไป พีทที่ยืนมองสถานการณ์มาสักพักเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมาคุที่ชวนอึดอัด ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกาหัวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มสุภาพเพื่อคลายความตึงเครียด "เอ่อ... ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะนะครับคุณทศกัณฐ์ พอดีผมแค่นเอาเอกสารบัญชีชุดสุดท้ายมาให้น้ำนิ่งเซ็นรับรองตามกำหนด ไม่ได้มีเจตนาจะมารบกวนเวลาส่วนตัว... ถ้ายังไง เดี๋ยวผมวางไว้ตรงนี้แล้วขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ" พีทยื่นแฟ้มเอกสารในมือมาให้น้ำนิ่ง แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของทั้งคู่จะสัมผัสกัน ร่างสูงใหญ่ของทศกัณฐ์ก็ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของน้ำนิ่งแล้วดึงรั้งให้ถอยหลังไปชิดติดแผงอกแกร่งของตัวเองทันที แรงปะทะนั้นทำให้น้ำนิ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ "เฮ้ย! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!" น้ำนิ่งตวัดสายตาดุๆ กลับไปมองคนที่ถือวิสาสะดึงเขาเข้าไปกอดไว้กลายๆ มือเรียวพยายามแกะมือปลาหมึกที่รัดรอบเอวสอบไว้อย่างแน่นหนา "ผมไม่ได้บ้า..." ทศกัณฐ์ก้มลงกระซิบชิดใบหูของคนดื้อดึง น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนแต่ทำไม่สำเร็จ "แต่ถ้าคุณยังทำตัวสนิทสนมกับไอ้หมอนี่ต่อหน้าผมอีกแม้แต่คำเดียว... ผมอาจจะทำเรื่องบ้าๆ ที่คุณคาดไม่ถึงจริงๆ ก็ได้" กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับไอความร้อนจากร่างกายของทศกัณฐ์แผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมตัวน้ำนิ่งไว้ทั้งหมด หัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนน่ากลัว น้ำนิ่งเม้มปากแน่น พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นยามเงยหน้าขึ้นเถียง "ปล่อยผมนะ... คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผม!" "ไม่มีสิทธิ์?" ทศกัณฐ์ทวนคำด้วยน้ำเสียงอันตราย ดวงตาคมกริบก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด "อยากลองทบทวนดูไหมล่ะครับ ว่าผมมีสิทธิ์แค่ไหน... หืม?" บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะลุกไหม้ ท่าทางแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งนั้นทำให้พีทที่ยืนมองอยู่ถึงกับถอนหายใจออกมาเบาๆ พีทส่งยิ้มเจื่อนๆ มาให้น้ำนิ่งเป็นเชิงบอกว่า *'กูช่วยมึงไม่ได้แล้วเพื่อน'* ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานแล้วเอ่ยลาอย่างรู้สถานการณ์ "งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ... ดูท่าทางน้ำนิ่งน่าจะมี 'ธุระด่วน' ที่ต้องเคลียร์อีกยาว" ประโยคหลังพีทจงใจเน้นเสียงหนักพร้อมกับรอยยิ้มรู้ทัน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูให้อย่างรู้มารยาท คลิก! เสียงล็อกกลอนประตูดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความรู้สึกของน้ำนิ่งอย่างประหลาด ตอนนี้ภายในห้องทำงานกว้างเหลือเพียงเขากับร่างสูงที่ยังคงกักขังเขาไว้ในอ้อมแขน เมื่อไม่มีบุคคลที่สาม น้ำนิ่งก็สะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมของทศกัณฐ์ได้สำเร็จ ร่างโปร่งถอยหลังกรูดไปสองสามก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตกว่าอย่างไม่เกรงกลัว "คุณทำบ้าอะไรลงไปเนี่ยพีทเขากับผมเป็นแค่เพื่อนกันนะ!" น้ำนิ่งโหลนเสียงใส่ด้วยความเหลืออด "เพื่อน?" ทศกัณฐ์แค่นหัวเราะก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้งอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายหนีพ้น ร่างสูงดันน้ำนิ่งจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังห้องกระจกใสที่มองเห็นวิวมหานครยามเย็น ทศกัณฐ์ใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวเด็กหนุ่มไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน "สายตาที่มันมองคุณ... มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนสนิทที่ไหนหรอกครับ น้ำนิ่ง... คุณซื่อบื้อเกินไป หรือแกล้งโง่กันแน่?" "ผมจะมองใครหรือใครจะมองผมมันก็เรื่องของผม! คุณไม่มีสิทธิ์มาหึงหวงหรือทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมแบบนี้นะครับ!" น้ำนิ่งเถียงกลับเสียงแข็ง แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว "ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" ทศกัณฐ์ทวนคำเสียงพร่า สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด สัมผัสอุ่นร้อนจากสายตานั้นทำให้น้ำนิ่งเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "จำไม่ได้เหรอครับว่าเราทำ 'ดีล' อะไรกันไว้... ตัวของคุณ เวลาของคุณ และหัวใจดวงนี้ของคุณ... มันอยู่ในกำมือของผมตั้งแต่แรกแล้ว" "คนเผด็จการ!" น้ำนิ่งเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงนั้น หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวอย่างรุนแรงจนน่าโมโห ความโกรธที่ควรจะมีเต็มอกกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง... ความรู้สึกที่ฟ้องว่า เขากำลัง 'หวั่นไหว' ใช่... น้ำนิ่งเริ่มยอมรับกับตัวเองเงียบๆ แล้วว่า ทุกการกระทำที่เอาแต่ใจ ทุกคำพูดดุดันที่เจือด้วยความหึงหวง และทุกความใส่ใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชาของผู้ชายคนนี้ กำลังกัดเซาะเกราะกำบังที่เขาconstruความหยิ่งทะนงขึ้นมาทีละน้อย ทศกัณฐ์สังเกตเห็นความอ่อนยวบในแววตานั้น รอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่ลึกล้ำและอ่อนโยนขึ้นอย่างกะทันหัน มือหนายื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนน้ำนิ่งต้องชะงัก เผลอเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่รู้ตัว "ดุใส่... เพราะเป็นห่วง" ทศกัณฐ์เอ่ยเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำ และทรงพลังจนคนฟังแทบละลาย "ปากดีใส่... เพราะอยากให้สนใจผมคนเดียว... เข้าใจรึยังครับ เด็กดื้อ" คำพูดสารภาพแบบมึนๆ แต่จริงใจเกินคาดทำให้น้ำนิ่งหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ ใบเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู สมองที่เคยแล่นฉับไวตื้อมึนไปหมด เขาอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่ก็หาคำพูดมาโต้แย้งไม่ได้เลยสักคำ บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบลง มีเพียงเสียงหัวใจของสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะ ทศกัณฐ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปาก น้ำนิ่งหลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นระทึกรอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงหวานใสของเลขาหน้าห้องที่ดังทะลุเข้ามา "ท่านประธานคะ เอกสารด่วนจากบอร์ดบริหาร... ต้องให้ท่านเซ็นอนุมัติเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!" ทศกัณฐ์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ผละออกจากร่างของน้ำนิ่งด้วยความไม่เต็มใจอย่างยิ่ง ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตูด้วยความหงุดหงิดขั้นสุดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ แต่วินาทีที่ทศกัณฐ์หันกลับไปสนใจเสียงเรียกหน้าห้องนั้นเอง น้ำนิ่งที่ยืนหายใจหอบถี่ พยายามตั้งสติกับความรู้สึกวูบวาบเมื่อครู่ ก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสว่างวาจาขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันปริศนา ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่ปรากฏขึ้น ทำให้รอยยิ้มและสีหน้าผ่อนคลายของน้ำนิ่งแข็งค้างไปในทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เมื่อข้อความนั้นเขียนไว้ว่า... *[ระวังตัวไว้ให้ดี... ของที่นายแย่งมา ถึงเวลาต้องคืนเจ้าของแล้ว]* --- *โปรดติดตามตอนต่อไป* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งดุ ทั้งแซ่บ และคลั่งรักของพวกเขานะครับ!
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%