เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 9

แผนแยกบ้าน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
กระดาษจดหมายแผ่นนั้นยับยู่ยี่คามือหนาของโจวหยาง เส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่งบ่งบอกถึงแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเงียบงัน หลินฮวาก้าวเข้าไปใกล้สามีอย่างระมัดระวัง กลิ่นอายของความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงแคบๆ ในยุคตั๋วปันส่วนที่ทุกย่างก้าวคือความอยู่รอด เอกสารตราประทับจากเมืองหลวงฉบับนี้ไม่ได้นำพาแค่ความลับในอดีตมาเปิดเผย แต่มันคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายความสงบสุขปลอมๆ ในบ้านตระกูลโจวให้เป็นจุล "พวกเขาต้องการอะไรคะ?" หลินฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีด โจวหยางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมเข้มคู่นั้นสะท้อนความเจ็บปวดและประกายความเด็ดเดี่ยว "พวกเขารู้แล้วว่าฉันอยู่ที่นี่... และกำลังส่งคนมาตรวจสอบเรื่องสิทธิ์การเบิกจ่ายเสบียงตกเบิก รวมถึงสถานะทางทหารที่ถูกปลดออกอย่างไม่เป็นธรรม" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หลินฮวากลอกตาคิดอย่างรวดเร็ว สมองอันชาญฉลาดของเธอนักคำนวณกำไรขาดทุนประเมินสถานการณ์ทันที ในยุค 70-80 นี้ อำนาจเงินและเส้นสายคือเกราะคุ้มภัยที่ดีที่สุด หากตระกูลใหญ่จากเมืองหลวงคิดจะเข้ามาแทรกแซงชีวิตของพวกเขา มีทางเดียวที่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือพวกมัน นั่นคือการ "แยกบ้าน" ออกไปให้เด็ดขาดเสียก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย! ครู่ต่อมา เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างเกรี้ยวกราด คราวนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นร่างท้วมของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาพร้อมกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภ "พวกแกสองคนซุกหัวทำอะไรกันอยู่! ข้างนอกนั่นแขกจากไหนใส่สูทดูมีฐานะมาถามหาแกยะ ไอ้หยาง!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก สายตากวาดมองไปทั่วห้องราวกับสุนัขจิ้งจอกหาเศษเนื้อ "หรือว่าแกไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก! อย่ามาทำให้ตระกูลโจวต้องขายหน้าเชียวนะ!" หลินฮวาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางก้าวออกไปบังหน้าสามีไว้ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนมุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "คุณแม่คะ กรุณาลดเสียงลงหน่อย บ้านหลังนี้คับแคบ แต่ก็ยังพอมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่บ้าง... อีกอย่าง แขกคนนั้นมาหาใคร ตัวคุณแม่เองน่าจะรู้ดีแก่ใจนะคะว่าตระกูลโจวเคยติดค้างอะไรไว้บ้าง" "นังสะดืออ่าง! แกกล้าดียังไงมาพูดจาย้อนฉัน!" จางชุ่ยฮวาหน้าดำคร่ำเครียด นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนลูกสะไภ้ผู้ไม่รักดีตามเคย ทว่า รอบนี้มือหยาบกร้านของโจวหยางกลับคว้าข้อมือของมารดาไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้จางชุ่ยฮวาต้องร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำน่ากลัวยิ่งกว่ายามอยู่ในสนามรบ "พอได้แล้วครับแม่" โจวหยางเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนจางชุ่ยฮวาถึงกับผงถอยหลังด้วยความหวาดกลัว "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมกับหลินฮวาจะขอแยกบ้าน... ทรัพย์สินและส่วนแบ่งที่พวกเราพึงมี ขอให้เคลียร์กันให้จบภายในวันนี้!" คำว่า "แยกบ้าน" หลุดออกมาจากปากของบุตรชายคนรอง ราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน เสียงเอะอะโวยวายของคนในครอบครัวตระกูลโจวดังเซ็งแซ่ขึ้นทันที บรรดาพี่น้องที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนก "แยกบ้านงั้นเรอะ! ฝันไปเถอะ!" เสียงของพ่อสามีที่เดินไม้เท้าเข้ามาตะคอกเสียงกร้าว ดวงตาหรี่เล็กมองบุตรชายและลูกสะไภ้ด้วยความดูแคลน "แกคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วรึไง ถึงอยากจะออกไปอดตายข้างนอก? เงินเดือนทหารบาดเจ็บของแกก็ต้องเอามาเข้ากองกลางของบ้านเราทั้งหมด!" หลินฮวายิ้มหวานหยดหยาดเยิ้ม รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอันตราย นางรู้ดีว่าคนพวกนี้เห็นแก่เงินเป็นที่สุด การจะสลัดปลิงดูดเลือดเหล่านี้ออกไป จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ "ตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาชีวิต" "คุณพ่อคะ พูดแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะคะ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เงินเบี้ยเลี้ยงและตั๋วปันส่วนของพี่หยาง ถูกใช้ไปเพื่อจ่ายหนี้การพนันให้น้องสาม หรือเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกสาวพี่ใหญ่หมดไม่ใช่เหรอคะ?" หลินฮวาเอ่ยทวนความจำทีละข้อ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "ถ้าเรายังอยู่ร่วมกันต่อไป เกรงว่าตระกูลโจวคงต้องล้มละลายเพราะความโลภของบางคนแน่ๆ ค่ะ" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที พี่สะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด ส่วนน้องสามหลบตาแทบไม่ทัน ทุกคนรู้ดีว่าสิ่งที่หลินฮวาพูดคือความจริง "แต่... แต่ยังไงก็แยกไม่ได้! แกต้องทิ้งเงินก้อนนั้นไว้!" จางชุ่ยฮวากรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นว่าผลประโยชน์กำลังจะหลุดลอย หลินฮวาไม่สนใจเสียงโวยวายของแม่สามี นางหันไปสบตากับโจวหยาง ทั้งสองส่งสัญญาณมือกันอย่างรู้ใจ ในมิติลับของนางเวลานี้ มีทั้งแป้งสาลีชั้นดี เนื้อหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้ส่งกลิ่นหอมกรุ่น และธนบัตรปึกหนาที่ได้จากการแอบค้าขายในตลาดมืดซ่อนอยู่เพียบ พวกเขาไม่จำเป็นต้องง้อเงินทองหรือข้าวปลาจากครอบครัวนี้อีกต่อไปแล้ว ขอเพียงแค่กระดาษใบเดียวที่สลักชื่อ "การแยกบ้าน" หลุดพ้นจากพันธนาการนี้ อิสรภาพและความร่ำรวยที่แท้จริงก็อยู่แค่เอื้อม "ถ้าคุณแม่ไม่ยอมเซ็น... เรื่องที่พี่หยางถือครองเอกสารลับจากเมืองหลวง รวมถึงเบื้องหลังการทุจริตเงินกองกลางของครอบครัวเมื่อปีกลาย อาจจะไปถึงหูเจ้าหน้าที่คอมมิวนิตประจำเขตในอีกไม่ช้าแน่ค่ะ" หลินฮวาโน้มตัวกระซิบข้างหูแม่สามีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ จางชุ่ยฮวาหน้าถอดสีทันที นางอ้าปากค้าง ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธปนความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูดังปังๆ ขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนจากด้านนอกที่ทำให้ทุกคนในบ้านถึงกับหน้าถอดสี— "เปิดประตู! เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตและกองกำลังรักษาความปลอดภัยมาตรวจสอบตามคำสั่งเร่งด่วน!" หลินฮวายุคปฏิรูปขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%