"เปิดประตู! เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตและกองกำลังรักษาความปลอดภัยมาตรวจสอบตามคำสั่งเร่งด่วน!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมาท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของชาวบ้านละแวกนั้น จางชุ่ยฮวาที่ยืนเท้าสะเอวรอซ้ำเติมลูกสะใภ้อยู่หน้าบ้านถึงกับฉีกยิ้มกว้างจนริ้วรอยรอบดวงตายับย่น นางตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่พลางส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ฮ่า! เป็นอย่างไรเล่า นังตัวดี! ทำตัวลับๆ ล่อๆ เอาของเถื่อนมาขายจนชาวบ้านเขารังเกียจ คราวนี้แหละ ต่อให้เจ้ามีเก้าหัวก็ไม่พ้นคุกตารางหรอก!"
หลินฮวายืนนิ่งสงบโดยมีโจวหยางก้าวออกมาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาของสามีผู้ซื่อสัตย์จับมือเรียวของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านมาช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บของยุคสมัยได้อย่างชะงัก โจวหยางไม่เอ่ยคำแก้ตัวสักคำ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์มองตรงไปยังเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบที่กรูเข้ามาเต็มลานบ้าน
"หลินฮวา เจ้าถูกร้องเรียนว่าลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมาย และกักตุนเสบียงตั๋วปันส่วนเกินกว่าอัตรากำหนด จงให้ความร่วมมือและเปิดห้องเก็บของเดี๋ยวนี้!" หัวหน้าเจ้าหน้าที่เขตกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ใบหน้าถมึงทึงบ่งบอกว่าเตรียมตัวมาจัดการอย่างเด็ดขาด
จางชุ่ยฮวาแทรกตัวเข้ามาใกล้ ทำทีเป็นพลเมืองดีผู้ผดุงความยุติธรรม "ท่านเจ้าหน้าที่คะ นังนี่แหละค่ะตัวการ! มันแอบทำอาหารกลิ่นแปลกๆ ขายตอนดึกๆ แถมยังมีแป้งขาวและเนื้อสัตว์ชั้นดีซ่อนอยู่เต็มบ้าน ทั้งที่ครอบครัวทหารพิการอย่างพวกมันควรจะยากจนข้นแค้นแท้ๆ! ตรวจค้นให้ละเอียดเลยค่ะ!"
หลินฮวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและความมั่นใจจนแม่ผัวใจร้ายถึงกับชะงัก นางค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของสามี ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงแผนชั่วทั้งหมด
"คุณแม่ใจร้อนเกินไปหน่อยไหมคะ? ยังไม่ทันได้ตรวจค้น ท่านก็ชี้โพรงให้กระรอกเสียแล้ว หรือว่า... ท่านเป็นคนร่างคำร้องเรียนนี้ด้วยตัวเองกันแน่?"
เสียงใสเอ่ยถามเรียบเรื่อย แต่กลับทรงพลังจนจางชุ่ยฮวาหน้าถอดสี "เหลวไหล! นังสะใภ้เนรคุณ อย่ามาพลิกคำพูดนะ!"
"ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง เชิญตรวจค้นได้ตามสบายค่ะ" หลินฮวาผายมือออกอย่างสง่างาม นางแอบส่งกระแสจิตเข้าไปในมิติลับเพื่อจัดการเก็บกวาดวัตถุดิบชั้นเลิศและสินค้าล็อตใหญ่ออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงเครื่องปรุงพื้นฐานและกระดูกหมูไม่กี่ชิ้นที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายปันส่วนเท่านั้น
เจ้าหน้าที่กรูเข้าไปรื้อค้นทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังเล็กอย่างไม่เกรงใจ ข้าวของกระจัดกระจาย แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดของหัวหน้าชุดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงง ตู้เก็บของว่างเปล่า ลังไม้ไม่มีสินค้าเถื่อน มีเพียงหม้อดินที่ตั้งอยู่บนเตาไฟ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสูตรเฉพาะที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จ
"รายงานครับท่าน... ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายเลยสักชิ้น มีเพียงเครื่องปรุงและอาหารตามโควตาปกติครับ" ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยรายงานด้วยความอึดอัด
จางชุ่ยฮวาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ นางพุ่งเข้าไปรื้อค้นด้วยตัวเอง พลิกแผ่นไม้ปูพื้น ดึงลิ้นชักทุกอันออกจนหมด พึมพำกับตัวเองอย่างคนเสียสติ "เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้แน่ๆ! ข้าเห็นกับตาว่ามันหอบของพะรุงพะรังเข้าบ้านทุกวัน! นังนี่ต้องซ่อนไว้ที่อื่นแน่!"
"คุณแม่คะ การกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐด้วยความเท็จ และใส่ร้ายป้ายสีสมาชิกในครอบครัว มีโทษทางอาญานะคะ" หลินฮวาเดินเข้าไปใกล้ ร่างเพรียวระหงภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้านกลับดูสง่างามราวกับคุณหญิงตระกูลใหญ่ นางจ้องมองแม่สามีด้วยสายตาสมเพชเวทนา "ท่านอยากให้พวกเราล่มจมขนาดนั้นเลยหรือคะ ถึงกับลงทุนไปแจ้งความเท็จด้วยตัวเอง"
หัวหน้าเจ้าหน้าที่เขตหันมามองจางชุ่ยฮวาด้วยแววตาตำหนิ "คุณป้า ถ้าไม่มีหลักฐานชัดเจน การมารบกวนเวลาปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และสร้างความวุ่นวายเช่นนี้ ทำให้เราต้องตักเตือนและบันทึกประวัติไว้!"
เมื่อเห็นว่าแผนการพังไม่เป็นท่า จางชุ่ยฮวาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วร้องห่มร้องไห้โวยวายเสียงดังลั่นซอย "ฟ้าดินเอ๋ย! ดูเอาเถิด! ลูกสะใภ้ใจดำอำมหิต หลอกลวงแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รังแกคนแก่! สามีตายหรือพิการไม่พอ ยังมาเจอเมียชั่วสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวอีก! โธ่ชีวิตฉัน!"
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบนอกเริ่มซุบซิบกันไปต่างๆ นานา แม้จะรู้ว่าจางชุ่ยฮวาเป็นคนอย่างไร แต่ภาพคนแก่ร้องไห้ฟูมฟายก็ย่อมดึงดูดความสงสารได้เสมอ โจวหยางขมวดคิ้วแน่น รังสีความเย็นชาแผ่ซ้ำออกมาจากร่างหนา เขาอ้าปากจะเอ่ยตัดขาดความสัมพันธ์กับแม่ผู้ให้กำเนิดที่สร้างความอับอายครั้งแล้วครั้งเล่านี้
แต่หลินฮวายื่นมือไปแตะแขนสามีไว้เบาๆ นางส่ายหน้าเล็กน้อย ส่งสายตาบอกให้เขานิ่งไว้ก่อน ผู้หญิงอย่างจางชุ่ยฮวา... ต้องใช้ "ยาแรง" ถึงจะสยบได้เด็ดขาด
"คุณแม่ร้องไห้พอหรือยังคะ? ถ้ายังไม่พอ ฉันจะหาเก้าอี้กับน้ำชามาให้ท่านนั่งโวยวายให้สบายใจดีไหม?" หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แต่ก่อนจะแสดงละครฉากใหญ่ต่อหน้าชาวบ้าน ช่วยตอบคำถามฉันสักข้อสิคะ... เงินห้าสิบหยวนที่ท่านแอบขโมยมาจากกล่องเก็บเงินของกองทุนทหารผ่านศึกของสามีฉันเมื่อสามวันก่อน ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ?"
สิ้นเสียงของหลินฮวา ลานบ้านทั้งลานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ จางชุ่ยฮวาถึงกับสะดุ้งโหยง เสียงร้องไห้โฮหยุดชะงักทันที ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาลอกแลกด้วยความตกใจกลัว
"เจ้า... นังสารเลว! อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีคราบน้ำตาฉันนะ! ข้าไม่เคยเอาเงินของพวกแก!" จางชุ่ยฮกละล่ำละลักปฏิเสธเสียงหลง
"ไม่เคยอย่างนั้นหรือคะ?" หลินฮวาแค่นหัวเราะเบาๆ นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ชูขึ้นให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน "นี่คือบันทึกการเบิกจ่ายและลายมือชื่อของสหกรณ์อำเภอ ที่ระบุว่ามีคนแอบอ้างชื่อโจวหยางไปเบิกเงินเยียวยารอบล่าสุด และบัญชีธนาคารปลายทาง... ก็คือบัญชีของน้องชายคุณแม่... จางกุ้ยหลิน!"
หลักฐานชิ้นโบแดงนี้ปรากฏต่อหน้าต่อตา เจ้าหน้าที่เขตถึงกับหน้าเครียดขึ้นมาทันที การทุจริตเงินกองทุนทหารผ่านศึกถือเป็นความผิดร้ายแรงขั้นเด็ดขาดในยุคนี้!
จางชุ่ยฮวาล้มพับลงไปกองกับพื้นจริงๆ คราวนี้ไม่ใช่การแสดง แต่เป็นความหวาดกลัวที่แล่นริ้วไปถึงขั้วหัวใจ นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก
โจวหยางมองหน้ามารดาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความเคารพรักที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในฐานะลูกถูกความโหดร้ายและความเห็นแก่ตัวของอีกฝ่ายกัดกินจนไม่เหลือชิ้นดี น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาดและเย็นชา
"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ตัดขาดความสัมพันธ์แม่ลูกอย่างเป็นทางการ เอกสารแจ้งความดำเนินคดี ฉันจะเป็นคนส่งให้ทางการด้วยตัวเอง"
เจ้าหน้าที่เขตพยักหน้ารับด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเข้าควบคุมตัวจางชุ่ยฮวาและเตรียมสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ความวุ่นวายจบลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้าน
เมื่อความสงบกลับคืนมา โจวหยางหันมามองภรรยาด้วยความรู้สึกผิดและซาบซึ้งใจในเวลาเดียวกัน ร่างหนาสวมกอดร่างบางไว้แนบแน่น ซบใบหน้าลงบนไหล่ลาด หลินฮวายิ้มบางๆ พลางลูบหลังสามีเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
บรรยากาศในครัวอบอุ่นขึ้นมาทันที หลินฮวาตัดสินใจปลอบขวัญสามีด้วยเมนูพิเศษที่ซ่อนอยู่ในมิติลับ นางหยิบ "เป็ดพะโล้สมุนไพรจีนสูตรลับฮ่องเต้" ออกมาเตรียมตุ๋นใหม่ เนื้อเป็ดอวบอ้วนหมักด้วยเครื่องเทศสิบสามชนิด กลิ่นหอมฟุ้งของโป๊ยกั้ก ออบเชย และพริกไทยเสฉวนลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณห้องครัว ส่งกลิ่นยั่วยวนจนกลบกลิ่นความวุ่นวายเมื่อครู่จนหมดสิ้น
ในขณะที่หลินฮวากำลังเคี่ยวซอสเคี่ยวรสเข้มข้นให้ซึมเข้าสู่เนื้อเป็ดอย่างพิถีพิถัน เสียงเคาะประตูก็สดุดดังขึ้นอีกครั้ง... ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ไม่ใช่จางชุ่ยฮวา แต่เป็นเงาร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดสูทจีนโบราณสีเข้ม ยืนถือกล่องไม้แกะสลักลวดลายประณีตอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับเอמהทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนสงสัย
"ขอโทษที่รบกวนครับ... แม่นางหลิน ฮวาใช่ไหม? ประธานสมาคมพ่อค้าเมืองหลวง ส่งฉันมาเพื่อเจรจาธุรกิจลับเกี่ยวกับ 'เครื่องเทศวิเศษ' ที่เจ้าครอบครองอยู่..."
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างก้าวเดินบนเส้นทางความอร่อยและความมั่งคั่งนี้ด้วยกันเสมอนะคะ)
เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 10
รอยร้าวที่ยากประสาน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!