เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 11

ก้าวแรกของความร่ำรวย

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"เจรจาธุรกิจลับ? เกรงว่าท่านคงมาผิดเวลาและผิดสถานที่แล้วกระมึงค่ะ" หลินฮวายืนเอามือไขว้หลัง ดวงตากลมโตหรี่ลงพินิจชายแปลกหน้าในชุดสูทจีนสีเข้มขI้าเก่าที่ยืนขวางประตูรั้วไม้ไผ่ บรรยากาศรอบตัวนางในยามนี้ไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลิ่นอายความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวที่แผ่ออกมาจากร่างอรชร กลับทำให้ชายวัยกลางคนผู้ได้รับมอบหมายให้มาทาบทามถึงถิ่นชนบทถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ในยุคตั๋วปันส่วนปี 1978 ที่ผู้คนยังคงหวาดผวาต่อเงาของนโยบายควบคุมการค้าเสรี การที่ชายแปลกหน้าอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนจากสมาคมพ่อค้าเมืองหลวง ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน จางชุ่ยฮวาที่แอบซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้ห่างออกไปไม่ไกลนัก ถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก นางขยี้ตาตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความริษยาจนผิวหนังเหี่ยวย่นขึ้นสีแดงก่ำ *นังเด็กบ้านนอกนี่ไปสร้างเครือข่ายอีท่าไหนถึงมีคนจากเมืองหลวงตามมาถึงหน้าบ้าน? หรือว่ามันแอบซ่อนสมบัติล้ำค่าอะไรไว้จริงๆ?* ความโลภแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนนางแทบอยากจะพุ่งเข้าไปแย่งชิงบทสนทนานั้นเสียเอง หากไม่ติดว่าสายตาดุดั่งพญาเหยี่ยวของโจวหยางที่กำลังยืนลับมีดปอกผลไม้พิงเสาเรือนอยู่ใกล้ๆ นั้น ส่งรังสีอำมหิตเตือนสติเสียก่อน "แม่นางหลินโปรดอย่าเพิ่งปฏิเสธน้ำใจกันเลยครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง ดิฉันเพียงแค่นำข้อเสนอที่ท่านไม่อาจปฏิเสธมาให้พิจารณา" ชายชุดสูทรีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจของหญิงสาวตรงหน้า "ผงเครื่องเทศที่ท่านใช้ปรุงอาหารจนเลื่องลือไปทั่วตำบล... ทางเรายินดีรับซื้อในราคากิโลกรัมละส้า10 หยวน พร้อมตั๋วอุตสาหกรรมชั้นดี..." ห้าสิบหยวน! สำหรับชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปในยุคนี้ เงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับค่าแรงทั้งครึ่งปีเลยทีเดียว แต่สำหรับหลินฮวาผู้ครอบครองระบบมิติลับและสูตรลับระดับปรมาจารย์ ตัวเลขนี้เป็นเพียงเศษเงินที่นางหาได้จากการขายขนมเพียงไม่กี่เตาเท่านั้น "ห้าสิบหยวน?" หลินฮวาหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงกังวานใสแต่เยียบเย็นเสียจนคู่สนทนากลืนน้ำลายลงคอ "ท่านคิดว่าเครื่องเทศวิเศษของฉัน เป็นผงโรยหน้าโจ๊กข้างทางที่หาซื้อได้ทั่วไปตามตลาดมืดอย่างนั้นหรือคะ? กลับไปบอกนายของท่านเถอะค่ะว่า ของดีมีราคาค่างวดในตัวของมันเอง และฉัน... ยังไม่สนใจจะขายให้ใครทั้งสิ้นในตอนนี้" พูดจบ หลินฮวาก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้าสู่ตัวบ้าน ไม่ปล่อยให้ชายแปลกหน้าได้ทันเอ่ยปากต่อรองอันใดอีก การปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยนี้ไม่ใช่ความโง่เขลา แต่นางรู้ดีว่าปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก หากนางรีบกระโจนเข้าหาผลประโยชน์ก้อนโตโดยปราศจากอำนาจต่อรองในมือ รังแต่จะตกเป็นเหยื่อของขุนนางท้องถิ่นและพ่อค้าหน้าเลือดเสียเปล่าๆ ก้าวแรกของความร่ำรวยที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มต้นจากการขายสิทธิ์ขาดให้คนอื่น แต่ต้องเริ่มต้นจากการสร้าง "แบรนด์" ให้รากฐานมั่นคงเสียก่อน ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีชั้นดีที่ผสมผสานกับน้ำมันหมูและผงเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะกำลังลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ โจวหยางเดินตามเข้ามาเงียบๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวทหารเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนตามวิถีชายชาติทหาร แม้ขาข้างหนึ่งจะยังคงมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังจากสนามรบ แต่วิถีการก้าวเดินของเขากลับมั่นคงและอบอุ่นเสมอเมื่ออยู่เบื้องหลังภรรยา "ภรรยา... เจ้าปฏิเสธพวกเขา จะไม่สร้างปัญหาให้ภายหลังหรือ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างกังวล มือหนายื่นเข้ามาช่วยยกถาดไม้สำหรับนวดแป้งโดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปาก หลินฮวาหันไปยิ้มให้สามี ดวงตาคู่งามระยิบระยับด้วยประกายแห่งความมั่นใจ นางเอื้อมมือไปจับมือหยาบกร้านที่มีรอยแผลเป็นนั้นเบาๆ "ปัญหาอะไรกันคะ โจวหยาง? คนพวกนั้นแค่ชิมกลิ่นก็รู้แล้วว่าของในมือฉันทำเงินได้มหาศาล แต่พวกเขาลืมไปว่า... ฉันไม่ได้ง้อเงินของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย" วันนี้คือกำหนดการเปิดกิจการ "ขนมเปี๊ยะไส้ทะลักและพายเครื่องเทศโบราณ" ล็อตแรกอย่างเป็นทางการ หลังจากที่นางแอบทดลองตลาดด้วยการแจกให้เด็กๆ ในหมู่บ้านชิมจนติดใจมาหลายวัน สูตรขนมที่นางประยุกต์ขึ้นระหว่างรสชาติดั้งเดิมของจีนโบราณกับความจัดจ้านแบบสตรีทฟู้ดสมัยใหม่ ถูกนวดและปั้นขึ้นด้วยความพิถีพิถัน แป้งบางกรอบหลายชั้นซ้อนกันราวกับกลีบดอกไม้ ด้านในอัดแน่นด้วยไส้หมูสับหมักเครื่องเทศรสชาติกลมกล่อม เผ็ดร้อนด้วยพริกไทยเสฉวนเบาๆ และความหวานหอมของต้นหอมเจียวใหม่ๆ ทุกขั้นตอนทำขึ้นภายในมิติลับที่ควบคุมอุณหภูมิและเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเตาถ่านถูกจุดขึ้นและขนมล็อตแรกถูกหย่อนลงในกระทะเหล็กหล่อ เสียงฉ่าของน้ำมันและกลิ่นหอมที่ระเบิดตัวขึ้น ก็พุ่งทะลวงผ่านรอยแตกของฝาผนังไม้ไผ่ ลอยละล่องไปตามสายลมยามสาย อบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านหนาน산ทันที! "หืมมม... กลิ่นอะไรน่ะ? หอมชวนน้ำลายสอขนาดนี้!" ป้าจู ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนปากร้ายที่สุดในหมู่บ้าน ถึงกับวางไม้กวาดในมือแล้วเงยหน้าสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลม นางขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงง *กลิ่นหอมบ้าอะไรนี่? หอมยิ่งกว่าเป็ดพะโลภัตตาคารในเมืองเสียอีก!* ไม่ใช่แค่ป้าจูคนเดียว ชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านไปมาต่างพากันหยุดชะงัก ฝ้าสีเทาแห่งความยากจนในแววตาของพวกเขาเหมือนถูกกลิ่นหอมนี้ชะล้างออกไปชั่วขณะ ทุกคนต่างหันซ้ายแลขวาตามหาต้นตอของกลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้ราวกับถูกมนต์สะกด ไม่นานนัก หน้าบ้านพักของครอบครัวโจวก็เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่พากันมาออกันโดยไม่ได้นัดหมาย เสียงซุบซิบนินทากลุ่มใหญ่ดังเซ็งแซ่ "นั่น... กลิ่นมาจากบ้านนังตัวแสบหลินฮวากับไอ้ใบ้โจวหยางไม่ใช่หรือ?" "จริงด้วย! ข้าเคยได้กลิ่นนี้เมื่อสองวันก่อนตอนที่ลูกชายข้ากลับมาเล่าให้ฟัง นึกว่าเด็กมันโกหก ที่แท้... ทำอะไรกินกันฟะ ถึงได้หอมทะลุบ้านออกมาขนาดนี้!" จางชุ่ยฮวาที่ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว รีบแหวกฝูงชนชาวบ้านพุ่งตัวเข้ามาเป็นคนแรก สีหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาจนน่าเกลียด นางตั้งใจจะมาตะโกนด่าทอหาว่าสองสามีภรรยาแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินคนเดียวโดยไม่แบ่งแม่สามีอย่างนางผู้ให้กำเนิด ทว่า... ก่อนที่ปากของจางชุ่ยฮวาจะได้อ้าออกเพื่อพ่นคำด่าทออันคุ้นเคย ประตูไม้ไผ่ก็ถูกเปิดออกอย่างผึ่งผาย หลินฮวาก้าวออกมาพร้อมกับถาดไม้ใบใหญ่ในมือ บนถาดนั้นเรียงรายไปด้วยขนมพายเครื่องเทศสีเหลืองทองอร่าม ผิวแป้งกรอบร่วนส่งควันกรุ่นๆ และกลิ่นหอมเย้ายวนที่ทำเอาทุกคนกลืนน้ำลายเอื้อมมือออกไปโดยไม่รู้ตัว "วันนี้... ข้าหลินฮวา ขอเปิดร้าน 'หอมหมื่นลี้' อย่างเป็นทางการค่ะ!" น้ำเสียงใสแจ๋วประกาศก้องอย่างมั่นใจ "ขนมพายเครื่องเทศสูตรพิเศษ ชิ้นละส้าเฟิน (0.5 หยวน) และต้องใช้ตั๋วแป้งเพียงครึ่งใบเท่านั้น! จำกัดคนละสองชิ้น หมดแล้วหมดเลยค่ะ!" ราคาที่ถูกแสนถูกและเงื่อนไขที่เอื้อมถึง ทำให้ฝูงชนที่ลังเลอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ความหอมจะเอาชนะความงกในกระเป๋าเงิน "ข้าเอาหนึ่งชิ้น!" "ข้าเอาสองชิ้น! อย่าเพิ่งแย่งกันนะเฮ้ย!" ความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้นตรงหน้าบ้านทันที ชาวบ้านต่างแย่งกันควักเงินและตั๋วปันส่วนยื่นเข้ามาหาหลินฮวาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับแจกฟรี โจวหยางที่ยืนคอยช่วยเก็บเงินและจัดระเบียบอยู่ด้านข้าง ทำหน้าที่ได้อย่างแข็งขัน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มเมื่อเห็นยอดเงินในมือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลินฮวากวาดสายตามองความสำเร็จก้าวแรกด้วยรอยยิ้มสะใจ นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ทว่า ในจังหวะที่เงินและตั๋วปันส่วนกำลังหลั่งไหลเข้ามากระเป๋าจนล้นมือนั้นเอง จู่ๆ เสียงตบโต๊ะปังใหญ่จากนอกรั้วก็ดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างอ้วนท้วมของ "ผู้ใหญ่บ้านหวัง" ที่เดินนำหน้าชายในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่สหกรณ์ตำบลก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมปลาทูจ้องเขม็งมาที่เตาขนมของนางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "หยุดขายเดี๋ยวนี้! หลินฮวา เจ้ากล้าดียังไงถึงแอบเปิดกิจการค้าขายส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ แถมยังใช้เส้นสายจากไหนไม่ทราบรวบรวมวัตถุดิบต้องสงสัย... เจ้าคิดจะฝ่าฝืนนโยบายรัฐบาลรึไง!" บรรยากาศความสนุกสนานคึกคักเมื่อครู่หยุดชะงักลงในพริบตา ชาวบ้านต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจรัฐ หลินฮวาหรี่ตามองผู้ใหญ่บ้านหวังที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่มุมปาก นางสัมผัสได้ทันทีว่าเรื่องนี้มีกลิ่นตุๆ และอาจเกี่ยวข้องกับข้อเสนอของคนจากเมืองหลวงเมื่อเช้าอย่างแน่นอน! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแซ่บและกลิ่นหอมกรุ่นของความร่ำรวยในตอนนี้ แล้วมาลุ้นบทต่อไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%