เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 12

ความลับของสามี

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ข้อเสนอจากคนเมืองหลวงที่ผู้ใหญ่บ้านพูดถึงเมื่อเช้า... คงไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินทำกินธรรมดาหรอกกระมังคะ" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคมเอ่ยขึ้นทันทีที่หลินฮวาก้าวพ้นธรณีประตูบ้าน ปิดกั้นเสียงเอะอะโهاยวุ่นวายจากลานกลางหมู่บ้านไว้เบื้องหลัง นางปรายตามองห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ในมือที่เพิ่งยัดเยัดใส่มือมาโดยผู้ใหญ่บ้านหวัง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายแก่คนนั้นยังติดตา นางรู้ดีว่าตาเฒ่าจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ไม่มีวันทำอะไรโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ภายในห้องโถงคับแคบ กลิ่นอับชื้นของบ้านดินและกลิ่นสมุนไพรแห้งคละคลุ้ง โจวหยางสามีของนางกำลังนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า แม้ใบหน้าคมเข้มจะฉาบไว้ด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเพื่อหาเงินมาซื้อยา แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับทอประกายห่วงใยยามมองตรงมาที่นาง "ฮวาฮวา เจ้าว่าอะไรนะ" โจวหยางเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็กน้อยจากการกลั้นความเจ็บปวดที่ข้อเท้าขวา บาดแผลจากสนามรบที่ถูกปล่อยให้เรื้อรังจนเส้นเอ็นยึดตึง ทำให้สามีผู้แข็งแกร่งของนางต้องเดินกะโผลกกะ페л และกลายเป็นจุดอ่อนให้พวกตระกูลโจวฝั่งนู้นใช้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีมาโดยตลอด หลินฮวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กวาดสายตามองสามีผู้ไม่เคยปริปากบ่นความเจ็บปวดให้ฟังเลยสักครั้ง หัวใจดวงน้อยของนางกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดแทน ความทรงจำของร่างเดิมผสานกับความตั้งใจจริงของนางในภพนี้ บอกชัดเจนว่าบุรุษผู้นี้คือสามีที่ซื่อสัตย์และปกป้องนางด้วยชีวิต ทว่านางจะปล่อยให้เขาต้องพิการและทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด! "ไม่มีอะไรค่ะ ข้าแค่คิดว่าตาเฒ่าหวังคงพยายามหาทางขายพวกเรากินอีกรอบเท่านั้นเอง" หลินฮวาเดินเข้าไปใกล้ วางห่อกระดาษลงบนโต๊ะเสียงดังปั้ง ก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้าเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายเด็ดเดี่ยว "แต่เรื่องของตาเฒ่าเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ... วันนี้ข้ามีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นต้องจัดการ" โจวหยางเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ยามปกติภรรยาของเขามักจะหัวเสียกับเรื่องไร้สาระของแม่สามีหรือชาวบ้าน แต่วันนี้แววตากลับจริงจังจนน่ากลัว "เรื่องอะไรหรือ" "เรื่องขาของคุณค่ะ" หลินฮวาเอ่ยเสียงเรียบ นางเอื้อมมือไปกุมข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บของเขาไว้ทันที โจวหยางสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจและพยายามชักเท้าหนີตามสัญชาตญาณชายชาติทหารที่ไม่อยากแสดงความอ่อนแอ "ฮวาฮวา... อย่าเลย ข้าไม่เป็นไร มันเป็นแผลเป็นเก่า หมอประจำคอมมูนก็บอกแล้วว่ากระดูกมันต่อผิดรูป ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้หรอก เจ้าอย่าเสียเงินซื้อยาไร้สาระมาพอกให้เปลืองเลย เก็บเงินพวกนั้นไว้ซื้อแป้งขาวกินเถอะนะ" โจวหยางเอ่ยห้ามเสียงนุ่ม แววตาฉายความเจ็บปวดลึกๆ ไม่ใช่เพราะพิษแผลที่ข้อเท้า แต่เป็นความรู้สึกผิดที่ตนเองกลายเป็นภาระให้ภรรยาตัวเล็กๆ ต้องมาคอยกังวล หลินฮวาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นัยน์ตากลมโตคู่นั้นไหวระริกด้วยความดื้อรั้นที่หาญกล้า นางไม่ยอมปล่อยมือออกจากข้อเท้าหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้น "หมอคอมมูนที่รักษาแต่โรคท้องร่วงกับแผลถลอกจะไปรู้อะไรล่ะคะ? ถ้าเขาเก่งจริง ขาของคุณคงไม่บวมเป่งทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยนแบบนี้หรอก!" นางใช้น้ำเสียงดุดันแกมบังคับเล็กน้อย ก่อนจะผุดลุกขึ้นเดินไปปิดประตูลานบ้านลงกลอนอย่างแน่นหนา ป้องกันสายสอดรู้สอดเห็นของเพื่อนบ้านจอมจุ้น จากนั้นนางก็สะบัดมือเบาๆ ในมุมมืดที่ลับตา ประกายแสงสีทองเรืองรองวาบขึ้นในห้วงจิตสำนึก มิติลับในศศิธรที่เต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าและตำรับยาบรรพกาลถูกเปิดใช้งานทันที พริบตาเดียว บนโต๊ะไม้เก่าๆ ก็ปรากฏขดินกระเบื้องเคลือบสีหยกเขียวอ่อน ใบหนึ่งส่งกลิ่นหอมเย็นสดชื่นของโสมภูเขาพันปีและสมุนไพรป่าหายากทะลักออกมาจนอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมนี้ไม่ใช่กลิ่นยาจีนเหม็นเขียวทั่วไป แต่เป็นกลิ่นหอมละมุนที่ชวนให้รู้สึกปลอดโปร่งราวกับยืนอยู่ท่ามกลางขุนเขายามเช้า โจวหยางสูดกลิ่นนั้นเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง กลิ่นนี้... แค่สูดดมเข้าไปวูบเดียว ความปวดร้าวที่เกาะกินข้อเท้ามาหลายปีก็ราวกับจะเบาบางลงอย่างน่าประหลาด "นี่มัน...ยาอะไรกัน ฮวาฮวา?" โจวหยางมองหน้าภรรยาด้วยความสับสนระคนตกใจ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าภรรยาของเขาจะหายานse เกรดพรีเมี่ยมเช่นนี้มาจากไหน ในยุคที่แม้แต่ยาลมยังหายากยิ่งกว่าทองคำ "ยาวิเศษที่สามารถทำให้สามีของข้ากลับมาเดินเหินได้ปกติยังไงล่ะคะ" หลินฮวายิ้มพราย ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว นางหยิบกรรไกรตัวเล็กขึ้นมาอย่างไร้ความลังเล แล้วลงมือตัดขากางเกงผ้าฝ้ายสีหม่นของโจวหยางออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นข้อเท้าข้างที่บวมเป่งและมีรอยแผลเป็นน่ากลัวจากสะเก็ดระเบิดในอดีต โจวหยางหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายที่ต้องมานั่งให้ภรรยาถลกขากางเกงต่อหน้าต่อตา แม้ทั้งคู่จะแต่งงานกันมานานและมีลูกด้วยกันแล้ว แต่ความใกล้ชิดสนิทสนมเช่นนี้ยังคงทำให้ชายชาติทหารอย่างเขาหัวใจเต้นผิดจังหวะ "ฮวาฮวา... ให้ข้าจัดการเองเถอะ เจ้าเป็นผู้หญิง..." "เงียบไปเลยค่ะ!" หลินฮวาดเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก นิ้วเรียวสวยกดลงเบาๆ บนจุดชีพจรที่ข้อเท้าของเขา "ถ้าไม่อยากให้ขาข้างนี้พิการถาวรจนเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็หุบปากแล้วนั่งนิ่งๆ ให้ข้ารักษาซะดีๆ" น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ทำให้โจวหยางกลืนคำททท้านทั้งหมดลงคอ เขาเม้มริมฝีปากแน่น ยอมนั่งหลังตรงนิ่งๆ ให้ภรรยาตัวน้อยดูแลตามใจชอบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ซ่านจากจุดที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสลามไปถึงขั้วหัวใจ บุรุษร่างใหญ่ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนที่แฝงความดุดันของภรรยาเพียงคนเดียว หลินฮวาไม่รอช้า นางเปิดฝาขดินกระเบื้อง ควักเนื้อครีมสมุนไพรสีเขียวมรกตเนื้อเนียนละเอียดออกมาด้วยปลายนิ้ว เนื้อครีมนั้นเย็นเฉียบแต่วินาทีที่สัมผัสกับผิวหนัง กลับซึมซาบเข้าสู่เนื้อเยื่อชั้นในทันทีราวกับมีชีวิต "อึก..." โจวหยางครางฮือในลำคอด้วยความเจ็บปวด เมื่อฤทธิ์ยาเริ่มทำงาน เส้นเอ็นที่ยึดตึงและพังผืดที่เกาะกินมานานหลายปีถูกพลังงานอุ่นร้อนจากสมุนไพรในมิติแผดเผาและสลายตัว เม็ดเหงื่อผุดพลายเต็มหน้าผากกว้างของชายหนุ่ม กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งเครียดจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปน แต่นางยังคงจับข้อเท้าของเขาไว้มั่น มืออีกข้างลูบไล้ปลอบประโลมที่ต้นขาหนาเบาๆ "อดทนหน่อยนะคะ... อีกนิดเดียวค่ะ" หลินฮวาเอ่ยเสียงนุ่ม สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของนางเช่นกันเพราะต้องใช้พลังสมาธิในการควบคุมตัวยาให้ซึมลึกถึงกระดูก นางนวดคลึงตามแนวเส้นประสาทอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยความชำนาญราวกับหมอเทวดากลับชาติมาเกิด ผ่านไปสิบนาทีเต็ม เสียงหอบหายใจของโจวหยางจึงเริ่มสงบลง ความเจ็บปวดทรมานเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นซ่านสบายราวกับข้อเท้านั้นถูกแช่อยู่ในน้ำพุร้อนธรรมชาติ อาการบวมเป่งที่เคยมีลดฮวบลงจนแทบมองไม่เห็น รอยแผลเป็นสีน่ากลัวจางลงอย่างเห็นได้ชัด โจวหยางก้มมองข้อเท้าของตนเองด้วยความตะลึงงัน เขาค่อยๆ ขยับปลายนิ้วเท้า... ขยับข้อเท้าเป็นวงกลม... ไม่มีเสียงดังกร๊อบแกร๊บ ไม่มีอาการเจ็บแปลบอีกต่อไปแล้ว! ขาข้างที่เคยตายด้านและไร้เรี่ยวแรงกลับมามีความรู้สึกและพละกำลังราวกับปาฏิหาริย์! "นี่มัน... ข้า... ข้าหายแล้วจริงๆ หรือ?" โจวหยางเงยหน้าขึ้นมองภรรยา ดวงตาคมเข้มเอ่อคลอด้วยประกายความหวังและความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง เขาไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้ตนเองจะกลับมาเดินปกติได้อีกครั้ง หลินฮวายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบยาที่เหลือบนมือออก ก่อนจะเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงติดตลก "เห็นไหมล่ะคะ? บอกแล้วว่าสามีของข้าต้องหาย... ทีนี้คุณก็ไม่ต้องเป็นภาระให้ใครดูถูกอีกต่อไปแล้วนะ — เอ๊ะ?" ยังไม่ทันที่โจวหยางจะได้เอ่ยปากขอบคุณหรือดึงภรรยาเข้ามาสวมกอดด้วยความซาบซึ้ง ทันใดนั้นเอง! *ปึง! ปึง! ปึง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแผดลั่นจนทะลุผนังดินเข้ามา "นังตัวดี! หลินฮวา! นังลูกสะใภ้อกตัญญู! แกแอบซ่อนอะไรไว้ในบ้าน ทำไมกลิ่นหอมยาประหลาดถึงลอยฟุ้งไปทั่วคุ้งน้ำแบบนี้! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่เปิด ฉันจะไปตามผู้ใหญ่บ้านมาพังประตูบ้านแกข้อหาซุกซ่อนของเถื่อน!" เสียงกรีดร้องของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบดังแทรกเข้ามาในความเงียบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนที่กำลังกรูเข้ามาล้อมรอบตัวบ้านจนแน่นขนัด! หลินฮวาหรี่ตามองประตูบ้าน รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากทันที... ดูท่าว่าแม่ผัวจอมสูบเลือดคนนี้คงจะจมูกไวเรื่องเงินทองและของดีไม่เปลี่ยนเลยสินะคะ! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%