กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘พริกหมาล่าหม้อไฟ’ ผสมผสานกับรากผักชีและกระเทียมดองที่เคี่ยวจนงวด แตะจมูกของทุกคนที่เดินผ่านตรอกหลังสถานีรถไฟในเวลาพลบค่ำ หลินฮวาตวัดตะหลิวเหล็กกระทบกับกระทะเหล็กหล่อเสียงดังฉ่า ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับน้ำซุปสูตรลับเฉพาะที่เธอคิดค้นขึ้นเองจากวัตถุดิบในมิติลับ เนื้อหมูสามชั้นสไลด์บางเฉียบถูกลวกในน้ำซุปเดือดพล่านเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะคลุกเคล้าด้วยน้ำมันพริกเผาโฮมเมดสีแดงฉานที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจไปทั่วบริเวณ
นี่คือวันที่สามของการเปิดแผงขายอาหารสตรีทฟู้ดลับๆ ของเธอ ยอดขายพุ่งกระฉูดจนตั๋วปันส่วนในมือของหลินฮวาหนาเตอะขึ้นทุกวัน แต่ความสำเร็จย่อมมาพร้อมกับสายตาริษยาและเงาอันน่ารังเกียจที่คอยตามรังควานไม่เลิก
"หลินฮวา! นังลูกสะใภ้เนรคุณ แกคิดว่าจะซ่อนสูตรลับนี้ไว้หากินคนเดียวได้นานแค่ไหนกัน!"
เสียงแหลมสูงที่แฝงด้วยความเคียดแค้นดังแหวกลมหนาวมาแต่ไกล ร่างอวบอ้วนของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าร้าน พร้อมด้วยหญิงวัยกลางคนอีกคนหนึ่งที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่สะอาดสะอ้าน ใบหน้าของคนหลังนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และดวงตากลิ้งกลอกสำรวจทุกซอกทุกมุมของแผงลอย
หลินฮวายังคงก้มหน้าตักน้ำซุปใส่ชามกระดาษไขอย่างใจเย็น มือเรียวสวยไม่สั่นแม้แต่น้อย เธอวางชามอาหารลงตรงหน้าลูกค้าประจำก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีด้วยแววตานิ่งสงบไร้ความเกรงกลัว
"ถ้าแม่ว่างมากจนมีเวลามาเดินหาเรื่องลูกสะใภ้ในยามวิกาลแบบนี้ ทำไมไม่เอาเวลาไปช่วยพ่อใช้หนี้การพนันล่ะคะ? หรือว่าเงินที่ฉันเคยให้ไปเมื่อวาน มันละลายหายไปกับวงไพ่หมดแล้ว" คำพูดของหลินฮวาคมกริบราวกับใบมีดโกน ทำเอาหน้าของจางชุ่ยฮวาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความโกรธจัด
"ปากดีนักนะนังตัวดี! แกคิดว่าแกเก่งคนเดียวหรือไง ถึงได้ทำอาหารรสชาติแบบนี้ออกมาได้!" จางชุ่ยฮวาถถมน้ำลายลงพื้นอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะดึงตัวผู้หญิงที่มาด้วยกันให้อยู่ด้านหน้า "นี่... พี่สาวของฉันเอง เป็นแม่ครัวมือหนึ่งประจำสหกรณ์อาหารของอำเภอ! แกจำใส่กะโหลกไว้ซะว่า ในโลกนี้ไม่มีความลับอะไรหรอกนะ นังฮวา!"
ป้าสะใภ้รอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘เฒ่าจู’ ยิ้มเยาะจนริ้วรอยรอบดวงตายับย่น นางกวาดสายตามองกระทะน้ำซุปเดือดๆ ด้วยความโลภอย่างปิดไม่มิด จมูกย่นเข้าหากันเพื่อสูดกลิ่นเครื่องเทศที่ลอยอวลในอากาศ
"อืม... กลิ่นหอมใช้ได้นี่ ใช้โป๊ยกั๊ก อบเชย แล้วก็ใส่พริกไทยเสฉวนคั่วแห้งสินะ ถึงว่าล่ะ รสชาติถึงได้จัดจ้านชาลิ้นดีแท้" เฒ่าจูเอ่ยปากวิจารณ์ราวกับตนเองคือผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ "รสชาติแบบนี้ ฉันใช้เวลาดมกลิ่นแค่สองวันก็แกะสูตรออกมาได้เหมือนเปี๊ยบแล้ว ลูกสะใภ้... แกคิดว่าแกผูกขาดความอร่อยนี้ไว้ได้คนเดียวหรือไง?"
โจวหยาง สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนเงียบอยู่มุมมืดคอยช่วยยกของ ก้าวเท้าเข้ามายืนบังหน้าภรรยาโดยอัตโนมัติ ไหล่กว้างและใบหน้าคมเข้มที่บึ้งตึงทำให้เฒ่าจูผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บจนต้องออกจากราชการทหาร แต่รัศมีคุกคามของชายชาติทหารที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชนยังคงน่าเกรงขามเสมอ
"ถอยไป" โจวหยางเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาดำขลับจ้องมองผู้มาเยือนทั้งสองราวกับพญาเสือที่กำลังปกป้องอาณาเขต
"ทำไมล่ะ! จะทำร้ายคนแก่หรือไง ตาบ้าตระกูลโจว!" จางชุ่ยฮวาแกล้งโวยวายเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจจากชาวบ้านละแวกนั้น "ดูเถอะๆ ผัวเมียคู่นี้มันรังแกคนในครอบครัว! รวยแล้วแยกวง ไม่พอยังจะใช้กำลังขู่ ญาติพี่น้องอีกต่างหาก!"
เสียงซุบซิบของชาวบ้านเริ่มดังขึ้นรอบด้าน หลายคนมองมาด้วยสายตาเคลือบแคลง หลินฮวาถอนหายใจเบาๆ เธอรู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่มีทางรามือได้ง่ายๆ หากยังเห็นผลประโยชน์ตรงหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เฒ่าจูกล้าประกาศกร้าวขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่แค่การ "เดา" กลิ่นจากอากาศอย่างแน่นอน
หลินฮวาเดินออกมาจากหลังแผงลอย ดวงตากลมโตเป็นประกายไหวระริก เธอแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับสร้างความหนาว
"ป้าสะใภ้รองบอกว่าแกะสูตรได้แล้วสินคะ?" หลินฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กังวานชัดเจน "งั้นฉันคงต้องขอชื่นชมความสามารถอันน่าเหลือเชื่อของป้าแล้วล่ะค่ะ ที่ใช้เวลาแค่สองวันก็สามารถเลียนแบบรสชาติที่ฉันใช้เวลาเคี่ยวกรองด้วยสมุนไพรหายากถึงสิบสองชนิดได้"
เฒ่าจูเชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจ "แน่นอน! สูตรอาหารชาวบ้านอย่างแก มันจะมีเคล็ดลับพิสดารอะไรนักหนา พรุ่งนี้เช้า แผงขายบะหมี่ของฉันที่ตลาดสดจะเปิดขายเมนูนี้ในราคาถูกกว่าแกครึ่งหนึ่ง! คอยดูเถอะ ว่าลูกค้าเขาจะเลือกซดน้ำซุปราคาแพงของนังหน้าเงินอย่างแก หรือจะมาซดน้ำซุปต้นตำรับของฉัน!"
คำประกาศนั้นทำให้ฝูงชนฮือฮาขึ้นทันที อาหารราคาถูกย่อมเป็นที่ดึงดูดใจของคนในยุคตั๋วปันส่วนที่ต้องประหยัดทุกหยอดเหรียญ
หลินฮวาไม่โกรธ เธอกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างกะทันหัน
"ดีค่ะ... ถ้าป้ามั่นใจขนาดนั้น" หลินฮวาก้าวเข้าไปใกล้เฒ่าจูอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน แต่แฝงด้วยความเยียบเย็น "แต่ป้าคงลืมไปสินะคะ ว่าสมุนไพรบางชนิด... ถ้าใส่ผิดสัดส่วน หรือขาดตัวประสานความร้อนจาก ‘น้ำมันพริกสูตรเฉพาะ’ ของฉันไป ต่อให้ป้าเคี่ยวจนหม้อทะลุ รสชาติที่ได้ก็จะเป็นเพียงแค่น้ำต้มโคลนที่ใส่พริกจนขมคอเท่านั้น"
สีหน้าของเฒ่าจูชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาลุกลี้ลุกลนด้วยความร้อนตัว แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วถ่มน้ำลาย "นังเด็กปากแข็ง! รอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าก่อนเถอะ แกจะได้รู้สำนึก!"
จางชุ่ยฮวาและเฒ่าจูสะบัดหน้าเดินหนีหายไปในความมืดทันที โดยทิ้งคำขู่และบรรยากาศตึงเครียดไว้เบื้องหลัง
โจวหยางหันมามองภรรยา มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวที่เย็นเฉียบของเธอเบาๆ "ให้ผมจัดการพวกมันไหม"
หลินฮวาส่ายหัว ชายตามองแผ่นหลังที่รีบเร้นกายหายไปของสองป้าหลานด้วยรอยยิ้มลึกลับที่มุมปาก "ไม่ต้องหค่ะ... ปล่อยให้พวกเขาขุดหลุมฝังตัวเองเถอะค่ะ"
เธอกลับมาหันหลังเพื่อเก็บกวาดร้าน เตรียมปิดมิติลับสำหรับการพักผ่อนในคืนนี้ แต่ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบตะหลิวสุดท้ายใส่ตะกร้า สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกเสียบไว้ใต้ฐานไม้ของแผงลอย กระดาษแผ่นนั้นมีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท เป็นตัวอักษรที่เธอไม่คุ้นเคย และมันไม่ใช่ลายมือของเฒ่าจูอย่างแน่นอน
หลินฮวาดึงกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่อ่านภายใต้แสงไฟตะเกียงสลัว หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นข้อความสั้นๆ ที่เขียนไว้ด้วยภาษาถิ่นโบราณของเมืองหลวง:
*'ระวังตัวด้วย... สูตรน้ำซุปของเจ้า ถูกขายให้กับสายลับจากฝั่งเหนือในราคาห้าร้อยหยวนแล้วเมื่อบ่ายนี้'*
หลินฮวาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในทันที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ!
เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 13
คู่แข่งจอมฉวยโอกาส
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!